Bitcoin กลายเป็น “สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงในตลาดที่เชื่อถือได้น้อยที่สุด”

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

ภายหลังจากราคา Bitcoin ลดต่ำลงกว่า 11% และหลุดระดับราคา 35,000 ดอลลาร์สหรัฐ นักยุทธศาสตร์แห่ง JPMorgan จึงได้ออกมาอธิบายว่าเพราะเหตุใดสินทรัพย์ดังกล่าวจึงสูญเสียความน่าเชื่อถือไปและเริ่มมีแนวโน้มราคาดิ่งลงเหลือเพียง 29,000 ดอลลาร์สหรัฐภายในชั่วพริบตา

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
Photo 1529268209110 62Be1D87Fe75

ปัจจุบัน Bitcoin ยังคงรักษามูลค่าไว้ได้มากกว่า 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยราคาซื้อขายของสกุลเงินดิจิทัลสกุลนี้อยู่ที่ประมาณ 31,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนักวิเคราะห์การลงทุนในตลาดคาดการณ์ว่า Bitcoin กำลังก้าวเข้าสู่ตลาดในช่วงขาลง หลังจากได้รับแรงสนับสนุนมากมายจากองค์กร และบรรดานักลงทุนที่พากันซื้อสินทรัพย์ดังกล่าวเพียงเพราะไม่อยากตกกระแส ซึ่งเป็นผลให้สกุลเงินดังกล่าวสามารถเพิ่มมูลค่าขึ้นได้เรื่อย ๆ ในช่วงต้น

โดยในอดีตนั้น Altcoin เคยมีความเกี่ยวข้องกับ Bitcoin ประกอบกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ที่มูลค่าของ BTC ร่วงต่ำลง ส่งผลให้สกุลเงินดิจิทัลชั้นนำสกุลอื่น เช่น Ether (ETH), Ripple (XRP) และ Cardano (ADA) มีกำไรลดลงไปกว่า 7%, 4% และ 3% ตามลำดับเช่นกัน ด้วยสถานการณ์ราคาของ Bitcoin ที่ลดลงไปต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ จึงทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลในกระแสหลักสูญเสียมูลค่าในตลาดไปเกือบ 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

ความสัมพันธ์ระหว่าง BTC กับตลาดรูปแบบเดิม

จากข้อมูลของ John Normand และ Federico Manicardi นักวิเคราะห์แห่ง JPMorgan ระบุว่าถึงแม้ว่า Bitcoin จะถูกนักลงทุนรายใหญ่ และรายย่อยใช้งานอย่างหนักในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงในปี 2020 แต่สกุลเงินดังกล่าวอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดในการรักษาความมั่งคั่งของคู่ค้า และไม่ใช่วิธีการที่ดีในการนำมาใช้เพื่อป้องกันความเสี่ยงของตลาด

ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดหุ้นทั้งสองรายนี้ยังระบุต่อว่า ความนิยมของ Bitcoin ในบรรดานักลงุทนรายย่อยได้ช่วยเพิ่มความสัมพันธ์ของสกุลเงินดิจิทัลกับตลาดในส่วนที่เหลือ ส่งผลให้สินทรัพย์ดังกล่าวไม่มีความน่าเชื่อถือในการป้องกันความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตลาดอยู่ในสภาวะหุ้นตกอย่างฉับพลัน

“Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่มีความน่าเชื่อถือในการป้องกันความเสี่ยงน้อยที่สุดในช่วงที่ตลาดหุ้นตกลงอย่างกะทันหัน โดยการเป็นเจ้าของ Crypto ในตลาดกระแสหลักได้เพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างสกุลเงินข้างต้นกับหุ้นวัฏจักร (Cyclical Asset) ซึ่งอาจเปลี่ยนหน้าที่การเป็นสินทรัพย์ประกันภัยไปสู่การใช้ประโยชน์ในทางอื่น”

นักยุทธศาตร์อธิบายว่าแม้ Bitcoin อาจถูกใช้เพื่อป้องกันความไม่แน่นอนของระบบทางการเงินแบบดั้งเดิม และสกุลเงินสดก็ตาม แต่ก็เป็นไปได้ยากที่ BTC จะทำหน้าที่เหมือนกับสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงในรูปแบบเดิม เช่น ทองคำ ได้ในเร็ว ๆ นี้

Bitcoin ถือเป็นสินทรัพย์ในอุดมคติที่ทุกคนควรลงทุนแล้วหรือยัง?

อย่างไรก็ตามแม้ว่า Bitcoin จะยังคงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ แต่กลับเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างฉับพลันในปี 2020 เนื่องจากการสนับสนุนจากองค์กรต่าง ๆ ได้หนุนให้สกุลเงินกระแสหลัก และเพิ่มมูลค่าให้กับ Bitcoin ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพทั้งหมดของสินทรัพย์ดิจิทัลนั้นยังไม่ได้รับการเปิดเผยอย่างเต็มรูปแบบ

ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนสินทรัพย์ได้เริ่มตระหนักถึงมูลค่าของ Bitcoin ในขณะที่สกุลเงินดังกล่าวเคยถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงรูปแบบหนึ่งที่จะถือครองสินทรัพย์ประเภทนี้เอาไว้ในพอร์ตของแต่ละบุคคล แต่ทว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรอบตัว BTC นั้นได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนต่างพากันแนะนำให้ไม่ควรถือครอง Bitcoin เพียงอย่างเดียวไว้บนพอร์ตการลงทุน

อย่างไรก็ตามแม้ว่าประสิทธิภาพของสินทรัพย์ข้างต้นจะยังไม่ถูกเปิดเผยออกมาอย่างสมบูรณ์ก็ตาม แต่ก็ได้มีการคาดการ์จากผู้เล่นบางรายว่า Bitcoin กำลังอยู่ในสภาวะฟองสบู่ (Bubble Territory) ซึ่งมีแนวโน้มที่มูลค่าจะร่วงลงมหาศาล โดยความคิดเห็นของเหล่านักวิเคราะห์การลงทุนในตลาดดูเหมือนจะมีความแตกต่างกันออกไป โดย Normand และ Manicardiได้แสดงความคิดเห็นว่า

“ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าสกุลเงินดิจิทัลจะถูกตัดสินว่าเป็นเพียงนวัตกรรมทางการเงิน หรือสภาวะฟองสบู่ก็ตาม แต่ Bitcoin ก็ได้ประสบความสำเร็จในการเป็นสินทรัพย์ที่สามารถแข็งค่าได้รวดเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสินทรัพย์ประเภทที่จำเป็นต่อการลงทุน”

ซึ่งก่อนหน้านี้ Nikolaos Panigirtzoglou นักยุทธศาสตร์ชั้นนำแห่ง JPMorgan Chase ได้กล่าวว่า Bitcoin อาจมีมูลค่าพุ่งขึ้นถึง 146,000 ดอลลาร์สหรัฐในระยะยาว เนื่องจากนักลงทุนต่างพากันเลิกลงทุนกับทองคำ และแสวงหาสินทรัพย์ประเภทอื่นที่สามารถรักษาความมั่นคั่งให้กับพวกเขาได้มากที่สุด

Read more about: