<?xml version="1.0" encoding="UTF-8" ?>
    <rss version="2.0"
    xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
    xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
    xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
    xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/">
    <channel>
      <title>CryptoSiam ข่าวคริปโตเคอเรนซี Bitcoin และ Blockchain เพื่อคนไทย</title>
      <link>https://cryptosiam.com</link>
      <description>ข่าวอัปเดตล่าสุด Blockchain และ Cryptocurrency, Bitcoin, Ethereum และราคา ศูนย์รวมข่าวคริปโตและบิทคอยน์ของประเทศไทย</description>
      <atom:link href="https://cryptosiam.com/rss/light.xml" rel="self" type="application/rss+xml" />
      <item>
        <title><![CDATA[Bitcoin เริ่มไล่ตามทองคำ นักวิเคราะห์ชี้อาจเป็น ‘โอกาสท่ามกลางความเสี่ยง’]]></title>
        <guid>https://cryptosiam.com/news/bitcoin-catching-up-to-gold-hints-opportunity-within-risk</guid>
        <link>https://cryptosiam.com/news/bitcoin-catching-up-to-gold-hints-opportunity-within-risk</link>
        <pubDate>Fri, 13 Mar 2026 10:29:00 GMT</pubDate>
        <dc:creator>Putawan Pulom</dc:creator>
        <description><![CDATA[ข้อมูลตลาดล่าสุดชี้ว่า Bitcoin เริ่มแสดงสัญญาณแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับทองคำ หลังอัตราส่วน BTC–ทองคำฟื้นตัวจากแนวรับสำคัญ ขณะที่กระแสเงินทุนเริ่มไหลเข้าสู่ Bitcoin ETF อีกครั้ง ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก]]></description>
        <category>ข่าวคริปโตเคอเรนซี่</category>
        <content:encoded><![CDATA[<p class="paragraph"> แนวโน้มระยะยาวของ Bitcoin เมื่อเทียบกับ Gold เริ่มส่งสัญญาณเชิงบวกอีกครั้ง หลังตัวชี้วัดสำคัญฟื้นตัวจากระดับที่เคยเกิดขึ้นในรอบตลาดก่อนหน้า </p><p class="paragraph"> นักวิเคราะห์มองว่าช่วงเวลานี้อาจสะท้อนสิ่งที่เรียกว่า “โอกาสท่ามกลางความเสี่ยง” สำหรับ Bitcoin โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจโลกที่ยังคงผันผวน </p><h2>สัญญาณบวกจากอัตราส่วน Bitcoin ต่อทองคำ</h2><p class="paragraph"> Michaël van de Poppe ผู้ก่อตั้งบริษัท MN Capital <a href="https://x.com/CryptoMichNL/status/2031808320567197875?s=20">ระบุว่า</a> อัตราส่วน Bitcoin ต่อทองคำ (BTC–Gold ratio) เริ่มแสดงสัญญาณแข็งแกร่ง หลัง RSI เกิด Bullish Divergence บนกราฟรายวัน </p><figure class="fig-img"><img class="img   " src="/assets/0dcc1374-e339-4b78-b98f-580d2f4b83f2" alt="&nbsp; อัตราส่วนราคา Bitcoin เทียบกับทองคำ (BTC/Gold) ในกราฟรายวัน พร้อมตัวชี้วัด RSI ( ที่มา : X / TradingView )&nbsp;&nbsp;"><figcaption class="fig-cap">&nbsp; อัตราส่วนราคา Bitcoin เทียบกับทองคำ (BTC/Gold) ในกราฟรายวัน พร้อมตัวชี้วัด RSI ( ที่มา : X / TradingView )&nbsp;&nbsp;</figcaption></figure><p class="paragraph"> รูปแบบดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อราคาทำจุดต่ำสุดที่ต่ำลง แต่ตัวชี้วัดแนวโน้มอย่าง RSI กลับสูงขึ้น ซึ่งมักบ่งชี้ว่าแรงขายเริ่มลดลง </p><p class="paragraph"> ในเดือนกุมภาพันธ์ อัตราส่วนดังกล่าวปรับตัวลงสู่ระดับ 12–13 ซึ่งเคยเป็นแนวต้านสำคัญในปี 2017 ก่อนจะกลายเป็นแนวรับในปี 2022 และ 2023 ทำให้ระดับดังกล่าวถูกมองว่าอาจเป็นแนวรับสำคัญของแนวโน้มระยะยาวของ Bitcoin เมื่อเทียบกับทองคำ </p><figure class="fig-img"><img class="img   " src="/assets/7cec3993-f761-4a9b-9060-8e30ec6d334b" alt="&nbsp; กราฟอัตราส่วน Bitcoin ต่อทองคำ (BTC/Gold) ในกราฟรายเดือน ( ที่มา : Cointelegraph / TradingView )&nbsp;&nbsp;"><figcaption class="fig-cap">&nbsp; กราฟอัตราส่วน Bitcoin ต่อทองคำ (BTC/Gold) ในกราฟรายเดือน ( ที่มา : Cointelegraph / TradingView )&nbsp;&nbsp;</figcaption></figure><h2>กระแสเงินทุนเริ่มเปลี่ยนทิศ</h2><p class="paragraph"> อีกหนึ่งสัญญาณที่น่าสนใจคือการเปลี่ยนแปลงของกระแสเงินทุนในกองทุน Gold ETF </p><p class="paragraph"> กองทุนทองคำชื่อดังอย่าง SPDR Gold Shares มีเงินไหลออกถึง 3 พันล้านดอลลาร์ในวันที่ 6 มีนาคม ซึ่งถือเป็นการไหลออกครั้งใหญ่ที่สุดในรอบสองปี </p><figure class="fig-img"><img class="img   " src="/assets/4920169e-c07e-4f40-9b0f-c285ede29d8d" alt="&nbsp; กระแสเงินไหลเข้า–ออกของกองทุน Gold ETF แยกตามภูมิภาค ( ที่มา : World Gold Council )"><figcaption class="fig-cap">&nbsp; กระแสเงินไหลเข้า–ออกของกองทุน Gold ETF แยกตามภูมิภาค ( ที่มา : World Gold Council )</figcaption></figure><p class="paragraph"> ในทางกลับกัน กระแสเงินทุนของ Bitcoin ETFs เริ่มฟื้นตัว โดยยอดเงินไหลเข้าในช่วง 30 วันล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็น 906 ล้านดอลลาร์ จากที่เคยมีเงินไหลออกประมาณ 1.9 พันล้านดอลลาร์ ตลอดเดือนที่ผ่านมา </p><p class="paragraph"> เมื่อดูจากจำนวนสินทรัพย์ที่ถืออยู่ กองทุน Bitcoin ETF มีการเพิ่มการถือครองประมาณ 12,909 BTC ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา ขณะที่กองทุนทองคำลดการถือครองลงอย่างชัดเจน </p><h2>ความผันผวนเศรษฐกิจโลกอาจเป็นโอกาส</h2><p class="paragraph"> รายงานจาก Binance Research ระบุว่า ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันอาจสร้าง “โอกาสภายใต้ความเสี่ยง” ให้กับ Bitcoin </p><p class="paragraph"> ช่วงที่ผ่านมา Bitcoin มีการเคลื่อนไหวสอดคล้องกับสินทรัพย์หลายประเภท เช่น น้ำมันและตลาดหุ้นสหรัฐ โดยเฉพาะหลังความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน </p><p class="paragraph"> แม้จะมีความผันผวน แต่สัญญาณหนึ่งที่ชัดเจนคือ กิจกรรมจากนักลงทุนสถาบันเริ่มเพิ่มขึ้น โดยสัดส่วนปริมาณซื้อขายของ Spot Bitcoin ETFs ในสหรัฐเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง </p><p class="paragraph"> แต่ในปัจจุบัน ETF ยังคิดเป็นเพียงประมาณ 9% ของปริมาณซื้อขาย Bitcoin ในตลาด Spot ซึ่งยังต่ำกว่าตลาดหุ้นสหรัฐที่ ETF คิดเป็นประมาณ 30–40% ของปริมาณซื้อขายทั้งหมด </p><p class="paragraph"> ตัวเลขนี้สะท้อนว่ายังมีพื้นที่สำหรับการเข้ามาของเงินทุนสถาบันอีกมากในอนาคต </p><h2>ประวัติศาสตร์ชี้ตลาดมักฟื้นหลังปีเลือกตั้ง</h2><p class="paragraph"> ข้อมูลทางสถิติยังชี้ว่า ช่วงปีเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐมักเป็นช่วงที่ตลาดเผชิญการปรับฐาน </p><p class="paragraph"> ดัชนี S&amp;P 500 มักปรับตัวลงจากจุดสูงสุดเฉลี่ยประมาณ 16%&nbsp; ขณะที่ Bitcoin เคยปรับตัวลงเฉลี่ยประมาณ 56% ในช่วงรอบเดียวกัน </p><figure class="fig-img"><img class="img   " src="/assets/9c6ce6f8-aff3-46aa-a967-be798941dc9f" alt="&nbsp; ผลตอบแทนของ Bitcoin ในช่วง 1 ปีก่อนและหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ ( ที่มา : Binance Research )&nbsp;"><figcaption class="fig-cap">&nbsp; ผลตอบแทนของ Bitcoin ในช่วง 1 ปีก่อนและหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ ( ที่มา : Binance Research )&nbsp;</figcaption></figure><p class="paragraph"> แต่ในช่วง 12 เดือนหลังการเลือกตั้ง นับตั้งแต่ปี 1939ตลาดหุ้นสหรัฐไม่เคยให้ผลตอบแทนเป็นลบเลย และให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 19% </p><p class="paragraph"> สำหรับ Bitcoin แม้จะมีข้อมูลน้อยกว่า แต่ในสามครั้งที่ผ่านมา หลังปีที่มีการเลือกตั้ง ราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้นเฉลี่ยประมาณ 54% </p><p class="paragraph"> ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์มองว่าระดับ 78,000 ดอลลาร์ ได้กลายเป็นแนวต้านสำคัญ หาก Bitcoin สามารถทะลุระดับนี้ได้ อาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแนวโน้มครั้งใหญ่ของตลาดในระยะถัดไป </p><p class="paragraph"> อ้างอิง : <a href="https://cointelegraph.com/markets/bitcoin-catching-up-to-gold-hints-opportunity-within-risk">Cointelegraph</a> </p>]]></content:encoded>
        <media:content medium="image" url="https://api.cryptosiam.com/assets/4d5183c8-19ee-4991-8672-211a28bda203/hams-rectangle-template-2026-03-13t172816.png"></media:content>
        </item><item>
        <title><![CDATA[Staking Ethereum ETF ของ BlackRock เปิดตัววันแรก มูลค่าซื้อขายแตะ $15.5 ล้าน]]></title>
        <guid>https://cryptosiam.com/news/blackrock-staked-ether-etf-ethb-15-million-debut-volume</guid>
        <link>https://cryptosiam.com/news/blackrock-staked-ether-etf-ethb-15-million-debut-volume</link>
        <pubDate>Fri, 13 Mar 2026 08:02:00 GMT</pubDate>
        <dc:creator>Putawan Pulom</dc:creator>
        <description><![CDATA[กองทุน iShares Staked Ethereum Trust ของ BlackRock เปิดตัววันแรกด้วยมูลค่าซื้อขาย 15.5 ล้านดอลลาร์ โดยกองทุนจะนำ Ether ไป Stake เพื่อสร้างผลตอบแทนและจ่ายรางวัลให้ผู้ถือกองทุนเป็นรายเดือน]]></description>
        <category>ข่าวคริปโตเคอเรนซี่</category>
        <content:encoded><![CDATA[<p class="paragraph"> บริษัทจัดการสินทรัพย์ยักษ์ใหญ่ BlackRock เปิดตัวกองทุน ETF ใหม่ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนรับผลตอบแทนจากการ Staking Ethereum โดยกองทุนมีมูลค่าการซื้อขายประมาณ 15.5 ล้านดอลลาร์ในวันแรกของการซื้อขาย </p><p class="paragraph"> ข้อมูลจาก Nasdaq ระบุว่า กองทุน iShares Staked Ethereum Trust หรือ ETHB มีการซื้อขายประมาณ 592,804 หุ้น ในวันเปิดตัว </p><p class="paragraph"> James Seyffart นักวิเคราะห์ ETF จาก Bloomberg ระบุว่าตัวเลขดังกล่าวถือว่า “แข็งแกร่งมากสำหรับการเปิดตัว ETF ในวันแรก” แม้ว่าจะยังต่ำกว่ากองทุน Staking Solana ซึ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ </p><h2>กองทุนที่นำ Ethereum ไป Stake เพื่อสร้างผลตอบแทน</h2><p class="paragraph"> กองทุน ETHB จะลงทุนใน Ethereum และนำเหรียญบางส่วนไป Stake บนเครือข่าย Ethereum เพื่อสร้างผลตอบแทนจากระบบบล็อกเชน </p><p class="paragraph"> การ Stake คือการนำเหรียญไปล็อกไว้ในเครือข่ายเพื่อช่วยตรวจสอบธุรกรรม ซึ่งผู้เข้าร่วมจะได้รับ Staking Rewards เป็นผลตอบแทน โดยทั่วไปให้ผลตอบแทนประมาณ 4% ต่อปี </p><figure class="fig-img"><img class="img   " src="/assets/94f2fe3c-d2d5-4ad7-b44b-5dad2ea9d2f9" alt="( ที่มา : James Seyffart )"><figcaption class="fig-cap">( ที่มา : James Seyffart )</figcaption></figure><p class="paragraph"> โดยโครงสร้างของกองทุนคือ 80% ของสินทรัพย์จะถูกนำไป Stake อีก 20% ถือเป็น Ether ปกติ </p><p class="paragraph"> กองทุนเปิดตัวพร้อมสินทรัพย์เริ่มต้นประมาณ 106.7 ล้านดอลลาร์ และใช้บริการดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลจากกระดานเทรด Coinbase </p><p class="paragraph"> ผลตอบแทนจากการ Stake จะถูกจ่ายให้ผู้ถือกองทุน ทุกเดือน ผ่านบริษัทต่าง ๆ ได้แก่ Figment, Galaxy Digital และ Attestant </p><h2>ปริมาณซื้อขายยังต่ำกว่ากองทุน Solana</h2><p class="paragraph"> แม้การเปิดตัวจะถือว่าประสบความสำเร็จ แต่ปริมาณซื้อขายของ ETHB ยังคงต่ำกว่ากองทุน Staking Solana โดยกองทุน Bitwise Solana Staking ETF มีมูลค่าซื้อขาย 55.4 ล้านดอลลาร์ ในวันเปิดตัว และกองทุน REX-Osprey SOL + Staking ETF ทำได้ประมาณ 33.7 ล้านดอลลาร์ </p><h2>BlackRock เดินหน้าขยายผลิตภัณฑ์การลงทุนคริปโต</h2><p class="paragraph"> กองทุน ETHB เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ขยายผลิตภัณฑ์การลงทุนคริปโตของ BlackRock ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เปิดตัวกองทุนสำคัญสองกอง ได้แก่&nbsp;iShares Bitcoin Trust และ iShares Ethereum Trust </p><p class="paragraph"> ข้อมูลจาก Farside Investors <a href="https://www.blackrock.com/us/individual/products/348532/ishares-staked-ethereum-trust-etf">ระบุว่า</a> กองทุนทั้งสองสามารถดึงดูดเงินลงทุนได้มากกว่า 6.28 หมื่นล้านดอลลาร์ และ 1.19 หมื่นล้านดอลลาร์ ตามลำดับนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2024 </p><p class="paragraph"> นอกจากนี้ BlackRock ยังมีแผนเปิดตัวกองทุน Bitcoin Premium Income ETF ซึ่งจะใช้กลยุทธ์ขาย Covered Call บนสัญญา Bitcoin futures เพื่อสร้างรายได้จากค่าพรีเมียม </p><p class="paragraph"> สำหรับค่าธรรมเนียมของ ETHB กำหนดไว้ที่ 0.25% ต่อปี แต่มีการยกเว้นค่าธรรมเนียมบางส่วนในช่วงปีแรก ทำให้อัตราค่าธรรมเนียมลดลงเหลือประมาณ 0.12% สำหรับสินทรัพย์ 2.5 พันล้านดอลลาร์แรก </p><p class="paragraph"> อ้างอิง : <a href="https://cointelegraph.com/news/blackrock-staked-ether-etf-ethb-15-million-debut-volume">Cointelegraph</a> </p>]]></content:encoded>
        <media:content medium="image" url="https://api.cryptosiam.com/assets/752439c4-64c9-4a49-b3c1-3ec11e6fa657/hams-rectangle-template-2026-03-13t150222.png"></media:content>
        </item><item>
        <title><![CDATA[นักเทรดมืออาชีพมองโอกาสที่ Bitcoin จะพุ่งแตะ $78,000 มีไม่ถึง 17% แม้มีเงินไหลเข้า ETF]]></title>
        <guid>https://cryptosiam.com/news/bitcoin-to-78k-pro-traders-price-in-17-percent-odds-breakout</guid>
        <link>https://cryptosiam.com/news/bitcoin-to-78k-pro-traders-price-in-17-percent-odds-breakout</link>
        <pubDate>Thu, 12 Mar 2026 10:09:00 GMT</pubDate>
        <dc:creator>Putawan Pulom</dc:creator>
        <description><![CDATA[แม้ Bitcoin จะกลับมายืนเหนือ $70,000 และมีกระแสเงินไหลเข้ากองทุน ETF แต่นักเทรดมืออาชีพยังมองว่าโอกาสที่ราคาจะพุ่งแตะ $78,000 ในระยะสั้นยังคงมีไม่มากนัก ท่ามกลางความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์]]></description>
        <category>ข่าวคริปโตเคอเรนซี่</category>
        <content:encoded><![CDATA[<p class="paragraph"> ราคา Bitcoin สามารถกลับมายืนเหนือระดับ 70,000 ดอลลาร์ ได้อีกครั้ง แต่ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์สะท้อนว่านักลงทุนมืออาชีพยังไม่เชื่อว่าราคาจะทะลุ 78,000 ดอลลาร์ ได้ในเร็ว ๆ นี้ </p><p class="paragraph"> แม้ในช่วงต้นสัปดาห์กองทุน Spot Bitcoin ETFs ในสหรัฐจะมีเงินไหลเข้าสุทธิประมาณ 414 ล้านดอลลาร์ ระหว่างวันจันทร์ถึงวันอังคาร แต่ตัวเลขดังกล่าวยังไม่สามารถชดเชยเงินไหลออกกว่า 576 ล้านดอลลาร์ ที่เกิดขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ก่อนหน้าได้ </p><figure class="fig-img"><img class="img   " src="/assets/830e6b5e-2079-475f-8af6-014b84ec1abb" alt="&nbsp; กระแสเงินไหลเข้า–ออกสุทธิรายวันของกองทุน Bitcoin ETF ในสหรัฐ ( ที่มา : Farside Investors )&nbsp;&nbsp;"><figcaption class="fig-cap">&nbsp; กระแสเงินไหลเข้า–ออกสุทธิรายวันของกองทุน Bitcoin ETF ในสหรัฐ ( ที่มา : Farside Investors )&nbsp;&nbsp;</figcaption></figure><h2>ตลา Options ชี้โอกาสพุ่งทะลุ $78,000 ยังต่ำ</h2><p class="paragraph"> ข้อมูลจากตลาด Options บน Deribit แสดงให้เห็นว่าสัญญา Call Options ที่มีราคาใช้สิทธิ์ (Strike Price) ที่ 78,000 ดอลลาร์ สำหรับวันที่ 27 มีนาคม ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 704 ดอลลาร์ </p><figure class="fig-img"><img class="img   " src="/assets/f108e726-81f7-489e-8511-e8ea0dd13bac" alt="Options Call ของ Bitcoin ที่จะหมดอายุวันที่ 27 มีนาคม 2026 บนแพลตฟอร์ม Deribit ( ที่มา : Deribit )"><figcaption class="fig-cap">Options Call ของ Bitcoin ที่จะหมดอายุวันที่ 27 มีนาคม 2026 บนแพลตฟอร์ม Deribit ( ที่มา : Deribit )</figcaption></figure><p class="paragraph"> ราคาของ Options ดังกล่าวสะท้อนว่าผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด เช่น วาฬและผู้ดูแลสภาพคล่อง มองว่ามี โอกาสน้อยกว่า 17% ที่ Bitcoin จะปรับตัวขึ้นประมาณ 12% จากระดับราคาปัจจุบัน เพื่อพุ่งขึ้นแตะ 78,000 ดอลลาร์ </p><p class="paragraph"> ข้อมูลจากทั้งตลาดอนุพันธ์และ Onchain จึงสะท้อนว่าตลาดอยู่ในภาวะ รอดูทิศทางมากกว่าคาดหวังการปรับตัวขึ้นแรงในระยะสั้น </p><h2>ปัจจัยเศรษฐกิจโลกกดดันความเชื่อมั่น</h2><p class="paragraph"> ความระมัดระวังของนักลงทุนยังมาจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน โดยเฉพาะความตึงเครียดจากสงครามระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่อ่อนแอกว่าคาด </p><p class="paragraph"> Seema Shah จาก Principal Asset Management ระบุว่านักลงทุนกำลังจับตาผลกระทบของสงครามต่อเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด </p><p class="paragraph"> ขณะเดียวกัน Tavis McCourt จาก Raymond James ชี้ว่าการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันประมาณ 25 ดอลลาร์ ได้ลบล้างผลประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ </p><p class="paragraph"> ข้อมูลตลาดแรงงานยังสร้างแรงกดดันเพิ่มเติม หลังรายงานระบุว่ามีการปลดพนักงานในสหรัฐประมาณ 92,000 ตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 55,000 ตำแหน่ง </p><h2>แรงหนุนจากนักลงทุนสถาบันยังคงมีอยู่</h2><p class="paragraph"> แม้เศรษฐกิจโลกจะยังกดดันตลาด แต่แรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญ </p><p class="paragraph"> บริษัท Strategy (MSTR) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือ Bitcoin รายใหญ่ที่สุดของโลก เปิดเผยว่าหุ้นของบริษัทมีปริมาณซื้อขายและราคาสูงเป็นประวัติการณ์ ทำให้บริษัทสามารถระดมทุนผ่านการออกหุ้นเพิ่มเติมเพื่อนำเงินไปซื้อ Bitcoin ได้ </p><p class="paragraph"> นักวิเคราะห์บางรายยังมองว่าผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่อย่าง Strategy Variable Rate Perpetual (STRC) อาจช่วยให้บริษัทสามารถซื้อ Bitcoin เพิ่มขึ้นเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์ </p><p class="paragraph"> หากกระแสเงินทุนไหลเข้าสู่กองทุน ETF อย่างต่อเนื่อง ก็อาจช่วยสร้างแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันในระยะยาว </p><p class="paragraph"> แต่จากข้อมูลในตลาดอนุพันธ์ในปัจจุบัน นักเทรดส่วนใหญ่ยังเชื่อว่า การทะลุระดับ 78,000 ดอลลาร์อาจต้องรอหลังเดือนมีนาคม มากกว่าจะเกิดขึ้นในระยะสั้น </p><p class="paragraph"> อ้างอิง :&nbsp;<a href="https://cointelegraph.com/markets/bitcoin-to-78k-pro-traders-price-in-17-percent-odds-breakout">Cointelegraph</a> </p>]]></content:encoded>
        <media:content medium="image" url="https://api.cryptosiam.com/assets/9f94f921-a7ed-4970-82ad-41c6161b23f2/hams-rectangle-template-2026-03-12t170836.png"></media:content>
        </item><item>
        <title><![CDATA[3 ตัวชี้วัดจาก Binance เผยสัญญาณสำคัญก่อนการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของ Bitcoin]]></title>
        <guid>https://cryptosiam.com/news/three-bitcoin-binance-charts-reveal-setup-behind-next-move</guid>
        <link>https://cryptosiam.com/news/three-bitcoin-binance-charts-reveal-setup-behind-next-move</link>
        <pubDate>Thu, 12 Mar 2026 07:30:00 GMT</pubDate>
        <dc:creator>Putawan Pulom</dc:creator>
        <description><![CDATA[ข้อมูลจาก Binance ชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของกระแสเงินทุนและพฤติกรรมการเทรดของนักลงทุน ซึ่งอาจเป็นสัญญาณสำคัญที่กำลังกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวครั้งต่อไปของ Bitcoin]]></description>
        <category>ข่าวคริปโตเคอเรนซี่</category>
        <content:encoded><![CDATA[<p class="paragraph"> ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ครั้งต่อไปของ Bitcoin อาจกำลังถูกกำหนดโดยสัญญาณสำคัญจากข้อมูลบนแพลตฟอร์มเทรดคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Binance </p><p class="paragraph"> ข้อมูล Onchain ล่าสุดสะท้อนการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ทั้งการลดลงของการฝากเหรียญจากวาฬ การถอน Bitcoin ออกจากกระดานเทรดที่เพิ่มขึ้น และการเติบโตของการซื้อขายในตลาด Futures ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางราคาถัดไปของ Bitcoin </p><h2>การฝากเหรียญจากวาฬเริ่มลดลง</h2><p class="paragraph"> หนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญคือ Exchange Whale Ratio ซึ่งวัดสัดส่วนการฝาก Bitcoin ของธุรกรรมขนาดใหญ่ 10 อันดับแรกเมื่อเทียบกับยอดฝากทั้งหมด </p><figure class="fig-img"><img class="img   " src="/assets/3d1896d2-40f7-4692-93cd-48d761ed5c63" alt="&nbsp; อัตราส่วนธุรกรรมของวาฬ Bitcoin บน Binance (Exchange Whale Ratio) ( ที่มา : CryptoQuant )&nbsp;"><figcaption class="fig-cap">&nbsp; อัตราส่วนธุรกรรมของวาฬ Bitcoin บน Binance (Exchange Whale Ratio) ( ที่มา : CryptoQuant )&nbsp;</figcaption></figure><p class="paragraph"> ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ตัวเลขดังกล่าวพุ่งขึ้นเหนือ 0.60 ซึ่งมักบ่งชี้ว่าวาฬกำลังส่งเหรียญเข้าสู่กระดานเทรดเพื่อขาย </p><p class="paragraph"> แต่หลังจากนั้น ค่าเฉลี่ย 14 วันลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 0.45 ซึ่งใกล้เคียงกับระดับที่พบในปี 2024–2025 สะท้อนว่าการฝากเหรียญจากรายใหญ่เริ่มลดลง </p><p class="paragraph"> ในช่วงเดียวกัน ราคาของ Bitcoin สามารถทรงตัวอยู่ในกรอบ 65,000–72,000 ดอลลาร์ หลังการปรับฐานในเดือนกุมภาพันธ์ แทนที่จะปรับตัวลงต่อ </p><p class="paragraph"> นักวิเคราะห์คริปโต CW ยัง<a href="https://x.com/CW8900/status/2031644144301649975">ระบุว่า</a>มีสัญญาณว่าวาฬบางส่วนอาจกำลังสะสมเหรียญ โดยดูจากตัวชี้วัด Cumulative Volume Delta (CVD) ซึ่งยังคงแสดงแรงซื้อสุทธิในช่วงที่ราคายังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ </p><figure class="fig-img"><img class="img   " src="/assets/364da7d7-b339-47e1-a3f2-fb380e89d3e7" alt="&nbsp; ข้อมูล CVD ของ Bitcoin แยกตามกลุ่มขนาดคำสั่งซื้อ ( ที่มา : CW / X )&nbsp;"><figcaption class="fig-cap">&nbsp; ข้อมูล CVD ของ Bitcoin แยกตามกลุ่มขนาดคำสั่งซื้อ ( ที่มา : CW / X )&nbsp;</figcaption></figure><p class="paragraph"> CVD เป็นตัวชี้วัดที่ใช้เปรียบเทียบแรงซื้อและแรงขายในตลาด หากตัวเลขเพิ่มขึ้นในช่วงที่ราคานิ่ง อาจหมายความว่านักลงทุนรายใหญ่กำลังค่อย ๆ ดูดซับแรงขายโดยไม่ดันราคาให้ขึ้นเร็วเกินไป </p><h2>Bitcoin ถูกถอนออกจาก Binance มากขึ้น</h2><p class="paragraph"> อีกหนึ่งสัญญาณสำคัญคือกระแสเงินที่ไหลเข้าออกของเหรียญบนกระดานเทรด </p><p class="paragraph"> ข้อมูล Exchange Netflow ของ Binance แสดงให้เห็นว่า ค่าเฉลี่ย 14 วันลดลงมาอยู่ที่ประมาณ -1,151 BTC เมื่อวันที่ 11 มีนาคม </p><figure class="fig-img"><img class="img   " src="/assets/f3377ad6-7736-4ea1-a2d0-6c727a4a6e0d" alt="&nbsp; กระแสเงินไหลเข้า–ออกสุทธิของ Bitcoin บน Binance (Exchange Netflow) ( ที่มา : CryptoQuant )&nbsp;&nbsp;"><figcaption class="fig-cap">&nbsp; กระแสเงินไหลเข้า–ออกสุทธิของ Bitcoin บน Binance (Exchange Netflow) ( ที่มา : CryptoQuant )&nbsp;&nbsp;</figcaption></figure><p class="paragraph"> ตัวเลขติดลบหมายความว่า Bitcoin ถูกถอนออกจากแพลตฟอร์มมากกว่าที่ถูกฝากเข้า ซึ่งทำให้ปริมาณเหรียญที่พร้อมขายในตลาดลดลง </p><h2>ตลาด Futures เริ่มครองสัดส่วนการเทรด</h2><p class="paragraph"> ในขณะเดียวกัน กิจกรรมในตลาดอนุพันธ์ก็เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน </p><p class="paragraph"> นักวิเคราะห์คริปโต Maartunn <a href="https://cryptoquant.com/insights/quicktake/69b158571d8c7d419887fc10-Binance-FuturesSpot-Ratio-Hits-15-Year-High">ระบุว่า</a> อัตราส่วนปริมาณการซื้อขายในตลาด Futures ต่อ Spot บน Binance เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 5.3 เท่า ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 </p><p class="paragraph"> นั่นหมายความว่าปริมาณการเทรดในตลาดFutures มีมากกว่าตลาด Spot ถึงกว่า 5 เท่า ซึ่งมักบ่งชี้ว่านักเทรดกำลังใช้ Leverage มากขึ้นและเตรียมรับมือกับความผันผวนของราคา </p><h2>สัญญาณจาก Coinbase ชี้แรงซื้อเริ่มกลับมา</h2><p class="paragraph"> รายงานจาก Coinbase ยังระบุว่าความต้องการซื้อในตลาด Spot เริ่มฟื้นตัว โดยดูจากตัวชี้วัด Spent Output Profit Ratio (SOPR) ของนักลงทุนระยะสั้น </p><p class="paragraph"> ตัวชี้วัดนี้ปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 0 ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งหมายความว่านักลงทุนที่ขายเหรียญเริ่มทำกำไรได้อีกครั้ง </p><p class="paragraph"> การที่ SOPR กลับมาอยู่เหนือ 0 ทั้งใน Bitcoin และ Ethereum บ่งชี้ว่าความต้องการซื้อในตลาดเริ่มแข็งแรงพอที่จะดูดซับแรงขายจากนักลงทุนรายใหม่ </p><h2>แนวรับ–แนวต้านสำคัญของ Bitcoin</h2><p class="paragraph"> ข้อมูลทั้งหมดสะท้อนว่า Bitcoin กำลังอยู่ในช่วง สะสมพลังภายในกรอบราคาปัจจุบัน </p><p class="paragraph"> หากราคาสามารถยืนเหนือ 70,000 ดอลลาร์ และเปลี่ยนระดับราคาดังกล่าวให้กลายเป็นแนวรับได้ อาจเปิดทางให้เกิดการปรับตัวขึ้นครั้งใหญ่ </p><p class="paragraph"> แต่หากราคาไม่สามารถทะลุแนวต้านที่ประมาณ 72,000 ดอลลาร์ ได้ในกราฟรายวันหรือสัปดาห์ข้างหน้า อาจนำไปสู่การปรับตัวลงอีกระลอก </p><p class="paragraph"> อ้างอิง : <a href="https://cointelegraph.com/markets/three-bitcoin-binance-charts-reveal-setup-behind-next-move">Cointelegraph</a> </p>]]></content:encoded>
        <media:content medium="image" url="https://api.cryptosiam.com/assets/5a40bb6d-8674-49a7-9095-8ec27a4f9010/hams-rectangle-template-2026-03-12t142949.png"></media:content>
        </item><item>
        <title><![CDATA[Bitcoin นำตลาด ขณะที่ตัวชี้วัด Altcoins ร่วงสู่ระดับน่าสนใจ สัญญาณ AltcoinSeason กำลังมา?]]></title>
        <guid>https://cryptosiam.com/news/bitcoin-leads-altcoin-indicators-drop-to-intriguing-lows-time-for-an-altseason</guid>
        <link>https://cryptosiam.com/news/bitcoin-leads-altcoin-indicators-drop-to-intriguing-lows-time-for-an-altseason</link>
        <pubDate>Wed, 11 Mar 2026 06:28:00 GMT</pubDate>
        <dc:creator>Putawan Pulom</dc:creator>
        <description><![CDATA[Bitcoin ฟื้นตัวแตะ $71,000 ขณะที่กว่า 36% ของเหรียญ Altcoins กำลังซื้อขายใกล้จุดต่ำสุดตลอดกาล นักวิเคราะห์มองตลาด Altcoins อาจกำลังเข้าสู่ช่วงสะสมพลังก่อนเกิด “AltcoinSeason” ]]></description>
        <category>ข่าวคริปโตเคอเรนซี่</category>
        <content:encoded><![CDATA[<p class="paragraph"> การฟื้นตัวของ Bitcoin เหนือระดับ 71,000 ดอลลาร์ ทำให้ตลาดคริปโตเริ่มกลับมามีแนวโน้มเชิงบวกอีกครั้ง แต่เหรียญ Altcoins ส่วนใหญ่ยังคงปรับตัวลง ส่งผลให้เกิดคำถามที่ว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงสะสมพลังก่อนเข้าสู่ Altseason หรือไม่ </p><p class="paragraph"> ดัชนี TOTAL2 ซึ่งใช้วัดมูลค่าตลาดรวมของเหรียญคริปโตทั้งหมด ยกเว้น Bitcoin แสดงให้เห็นว่าตลาด Altcoins ยังคงยืนเหนือแนวรับระยะยาว แม้ราคาจะปรับตัวลงแรงในช่วงที่ผ่านมา </p><h2>มูลค่าตลาด Altcoins ลดลงกว่า 40%</h2><p class="paragraph"> มูลค่าตลาดรวมของ Altcoins เคยพุ่งแตะประมาณ 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2025 แต่ปัจจุบันลดลงเหลือประมาณ 970,000 ล้านดอลลาร์ หรือปรับตัวลงราว 43% </p><p class="paragraph"> การปรับตัวลงเริ่มรุนแรงขึ้นในเดือนมกราคม หลังมูลค่าตลาดหลุดแนวโน้มขาขึ้นระยะสามปีที่บริเวณ 1.15 ล้านล้านดอลลาร์ </p><figure class="fig-img"><img class="img   " src="/assets/c63a7e65-9db6-45d4-94cc-c29cbc251dc6" alt="&nbsp; กราฟมูลค่าตลาดคริปโต (TOTAL2) รายสัปดาห์ ( ที่มา : Cointelegraph / TradingView )&nbsp;"><figcaption class="fig-cap">&nbsp; กราฟมูลค่าตลาดคริปโต (TOTAL2) รายสัปดาห์ ( ที่มา : Cointelegraph / TradingView )&nbsp;</figcaption></figure><p class="paragraph"> ขณะนี้ตลาดกำลังจับตาแนวรับสำคัญในกรอบเวลาระยะยาว โดยในกราฟรายสัปดาห์ TOTAL2 กำลังซื้อขายใกล้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 สัปดาห์ ที่ประมาณ 900,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเคยเป็นแนวรับสำคัญในช่วงการปรับฐานของตลาดในปี 2024 และ 2025 </p><h2>Altcoins จำนวนมากยังอยู่ใกล้จุดต่ำสุด</h2><p class="paragraph"> ข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์บล็อกเชน CryptoQuant ระบุว่า 36.8% ของ Altcoins ทั้งหมดกำลังซื้อขายใกล้ระดับต่ำสุดในประวัติศาสตร์ (ไม่นับ Bitcoin Ether และ Stablecoins) </p><figure class="fig-img"><img class="img   " src="/assets/891777b7-bc72-4aae-a4f6-da63899d0129" alt="&nbsp; สัดส่วนของ Altcoins ที่ซื้อขายอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดตลอดกาล (ATL) ( ที่มา : CryptoQuant )&nbsp;&nbsp;"><figcaption class="fig-cap">&nbsp; สัดส่วนของ Altcoins ที่ซื้อขายอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดตลอดกาล (ATL) ( ที่มา : CryptoQuant )&nbsp;&nbsp;</figcaption></figure><p class="paragraph"> ระดับตัวเลขลักษณะนี้มักเกิดขึ้นในช่วงที่เงินทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์ขนาดใหญ่ เช่น Bitcoin มากกว่าสินทรัพย์ขนาดเล็ก อย่าง Altcoins </p><p class="paragraph"> นักวิเคราะห์จาก XWIN Research ชี้ว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Altcoins อ่อนแรงในช่วงปีที่ผ่านมา ได้แก่&nbsp;กระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่ Spot Bitcoin ETFs และจำนวนเหรียญใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เงินลงทุนต้องกระจายไปในสินทรัพย์จำนวนมาก </p><h2>ผลตอบแทน Altcoins ยังคงตามหลัง Bitcoin</h2><p class="paragraph"> ข้อมูลยังชี้ให้เห็นว่า Altcoins มีผลตอบแทนต่ำกว่า Bitcoin อย่างชัดเจน โดยเหรียญ Altcoins โดยเฉลี่ยซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน ถึงประมาณ 44.4% ซึ่งระดับลักษณะนี้มักพบใกล้ช่วงท้ายของตลาดหมี </p><p class="paragraph"> นอกจากนี้ มีเพียง 4.59% ของ Altcoins ที่จดทะเบียนบน Binance เท่านั้นที่ยังซื้อขายเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ซึ่งสะท้อนว่า Bitcoin ยังคงเป็นผู้นำของตลาด </p><h2>Ether ยังเป็นกุญแจสำคัญของ Altseason</h2><p class="paragraph"> ในอดีต การเริ่มต้นของ Altseason มักเกิดขึ้นหลังจาก Ethereum เริ่มปรับตัวขึ้นนำ Bitcoin </p><figure class="fig-img"><img class="img   " src="/assets/b027c4fb-b65e-4dcb-9648-a26ca4ed50d7" alt="&nbsp; กราฟ ETH/BTC ราย 1 สัปดาห์ ( ที่มา : Cointelegraph / TradingView )&nbsp;"><figcaption class="fig-cap">&nbsp; กราฟ ETH/BTC ราย 1 สัปดาห์ ( ที่มา : Cointelegraph / TradingView )&nbsp;</figcaption></figure><p class="paragraph"> อย่างไรก็ตาม ขณะนี้คู่ราคา ETH/BTC ยังคงเคลื่อนไหวในแนวโน้มขาลงในกราฟรายสัปดาห์ </p><p class="paragraph"> นักวิเคราะห์มองว่าหาก ETH/BTC สามารถทะลุระดับประมาณ 0.036 ได้ อาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแนวโน้ม ขณะที่การทะลุระดับ 0.043 อาจบ่งชี้ถึงการหมุนเวียนเงินทุนจาก Bitcoin ไปยัง Altcoins อย่างชัดเจน </p><h2>Altseason รอบใหม่อาจไม่เหมือนเดิม</h2><p class="paragraph"> Matt Hougan จาก Bitwise ระบุว่า Altseason ในอนาคตอาจแตกต่างจากในอดีต </p><p class="paragraph"> เขามองว่า เงินทุนอาจไม่ได้ไหลเข้าสู่ Altcoins ทั้งตลาดเหมือนที่ผ่านมา แต่มีแนวโน้มที่จะกระจุกตัวอยู่ในโครงการที่มีการใช้งานจริงและมีการยอมรับมากกว่า </p><p class="paragraph"> นั่นหมายความว่า&nbsp; Altseason รอบถัดไป อาจเป็นการเติบโตเป็นเพียงแค่บางเหรียญ มากกว่าการขึ้นพร้อมกันทั้งตลาดเหมือนในรอบก่อนหน้า </p><p class="paragraph"> อ้างอิง : <a href="https://cointelegraph.com/markets/bitcoin-leads-altcoin-indicators-drop-to-intriguing-lows-time-for-an-altseason">Cointelegraph</a> </p>]]></content:encoded>
        <media:content medium="image" url="https://api.cryptosiam.com/assets/2484c477-03cc-4c4b-95ea-8470d7674b2a/hams-rectangle-template-2026-03-11t132818.png"></media:content>
        </item><item>
        <title><![CDATA[Bitcoin กลับเข้าสู่โซน ‘FOMO’ หลังราคาทะลุ $70,000 ความเชื่อมั่นนักลงทุนเริ่มฟื้น]]></title>
        <guid>https://cryptosiam.com/news/bitcoin-sentiment-jumps-back-into-fomo-territory-santiment</guid>
        <link>https://cryptosiam.com/news/bitcoin-sentiment-jumps-back-into-fomo-territory-santiment</link>
        <pubDate>Wed, 11 Mar 2026 04:32:00 GMT</pubDate>
        <dc:creator>Putawan Pulom</dc:creator>
        <description><![CDATA[ข้อมูลจาก Santiment ระบุว่าความเชื่อมั่นของ Bitcoin บนโซเชียลมีเดียกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง หลังราคาฟื้นตัวเหนือ $70,000 โดยแรงหนุนส่วนหนึ่งมาจากสัญญาณว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่อาจคลี่คลายลง]]></description>
        <category>ข่าวคริปโตเคอเรนซี่</category>
        <content:encoded><![CDATA[<p class="paragraph"> ความเชื่อมั่นของนักลงทุน&nbsp;<a href="chatgpt://generic-entity?number=0">Bitcoin</a> เริ่มฟื้นตัวอีกครั้ง หลังราคาปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 70,000 ดอลลาร์ ส่งผลให้บรรยากาศในโซเชียลมีเดียกลับเข้าสู่ภาวะที่นักวิเคราะห์เรียกว่า “FOMO” หรือช่วงที่นักลงทุนเริ่มกลัวการพลาดโอกาสเข้าซื้อก่อนราคาจะพุ่ง </p><p class="paragraph"> แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลตลาดคริปโต <a href="chatgpt://generic-entity?number=1">Santiment</a> ระบุว่า การพูดถึง Bitcoin ในเชิงบวกบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น X, Reddit และ Telegram เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากราคาฟื้นตัวในช่วงต้นสัปดาห์ </p><p class="paragraph"> หนึ่งในปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นของตลาดคือคำกล่าวของ <a href="chatgpt://generic-entity?number=2">Donald Trump</a> ที่ส่งสัญญาณว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านอาจใกล้ยุติลง ซึ่งช่วยลดความกังวลของตลาดโลกและทำให้สินทรัพย์เสี่ยงเริ่มฟื้นตัว </p><figure class="fig-img"><img class="img   " src="/assets/6b2f348c-f127-49af-9a43-1583b3e133ab" alt="( ที่มา :&nbsp;Santiment )"><figcaption class="fig-cap">( ที่มา :&nbsp;Santiment )</figcaption></figure><p class="paragraph"> Santiment ระบุว่า ในช่วงเวลาที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอน นักลงทุนมักมองหาสินทรัพย์ทางเลือก และตลาดคริปโตก็มักตอบสนองต่อเหตุการณ์เหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมงและไม่ได้ผูกกับระบบการเงินของประเทศใดประเทศหนึ่ง </p><h2>Bitcoin ยังคงแข็งแกร่งท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์</h2><p class="paragraph"> ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงเมื่อเดือนที่ผ่านมา หลังจากสหรัฐและอิสราเอลโจมตีอิหร่าน และอิหร่านก็ตอบโต้กลับต่อหลายประเทศในภูมิภาค </p><p class="paragraph"> อย่างไรก็ตาม คำพูดล่าสุดของ Trump ที่ระบุว่าสงครามอาจใกล้สิ้นสุด ทำให้ตลาดเริ่มผ่อนคลายความกังวล แม้เขาจะเตือนด้วยว่าหากอิหร่านพยายามขัดขวางการส่งออกน้ำมัน สหรัฐอาจเพิ่มแรงกดดันทางทหารมากขึ้น </p><p class="paragraph"> <a href="chatgpt://generic-entity?number=3">Ryan McMillin</a> ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ <a href="chatgpt://generic-entity?number=4">Merkle Tree Capital</a> ระบุว่า การฟื้นตัวของความเชื่อมั่นไม่ได้มาจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์เพียงอย่างเดียว </p><p class="paragraph"> เขาชี้ว่า Bitcoin แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งแม้เผชิญเหตุการณ์ความไม่แน่นอนหลายด้าน รวมถึงแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบัน เช่น <a href="chatgpt://generic-entity?number=5">Strategy</a> ที่เพิ่งเข้าซื้อ Bitcoin เกือบ 18,000 BTC เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา </p><p class="paragraph"> นอกจากนี้ ราคาของ Bitcoin ยังสามารถยืนเหนือระดับต่ำสุดในเดือนกุมภาพันธ์ได้ ขณะที่แรงกดดันจากเงินเฟ้อเริ่มลดลง ซึ่งช่วยสนับสนุนแนวโน้มของตลาด </p><p class="paragraph"> McMillin มองว่า หากแรงซื้อยังคงเพิ่มขึ้น ตลาดอาจเกิดเหตุการณ์การล้างสัญญา Short ซึ่งอาจดันราคาขึ้นไปทดสอบระดับ 80,000 ดอลลาร์ ก่อนที่ตลาดจะตัดสินทิศทางครั้งใหญ่ครั้งต่อไป </p><h2>FOMO อาจช่วยหนุนตลาดในระยะสั้น</h2><p class="paragraph"> แม้ว่าบรรยากาศบนโซเชียลมีเดียจะเริ่มเป็นบวก แต่ดัชนีความเชื่อมั่นของตลาดอย่าง Crypto Fear &amp; Greed Index ยังคงอยู่ที่ระดับ 15 จุด ซึ่งอยู่ในโซน “Extreme Fear” </p><p class="paragraph"> ดัชนีดังกล่าวคำนวณจากหลายปัจจัย เช่น ความผันผวนของราคา Bitcoin สัดส่วนตลาด แนวโน้มราคา การพูดถึงบนโซเชียลมีเดีย และข้อมูลการค้นหาบนอินเทอร์เน็ต </p><p class="paragraph"> ขณะเดียวกันข้อมูลจาก <a href="chatgpt://generic-entity?number=6">Google Trends</a> ระบุว่า ความสนใจในการค้นหาคำว่า “Bitcoin” อยู่ที่ระดับประมาณ 71 จาก 100 ลดลงจากจุดสูงสุดที่ 100 เมื่อวันที่ 5 มีนาคม </p><p class="paragraph"> อย่างไรก็ตาม McMillin ชี้ว่าในตลาดคริปโต ปรากฏการณ์ FOMO มักกลายเป็นแรงผลักดันที่มีนัยสำคัญ เพราะเมื่อความเชื่อมั่นเปลี่ยนจากความกลัวเป็นความโลภ นักลงทุนหน้าใหม่มักเข้าสู่ตลาด ส่งผลให้ปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้นและราคาปรับตัวขึ้นในระยะสั้น </p><p class="paragraph"> เขายังเสริมว่า หลังจาก Bitcoin ปรับตัวลงต่อเนื่องหลายเดือนนับตั้งแต่ทำจุดสูงสุดที่ 126,000 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม แรงขายก็กลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง ซึ่งอาจเปิดทางให้เกิดการฟื้นตัวของราคาในระยะสั้น </p><p class="paragraph"> อ้างอิง : <a href="https://cointelegraph.com/news/bitcoin-sentiment-jumps-back-into-fomo-territory-santiment">Cointelegraph</a> </p>]]></content:encoded>
        <media:content medium="image" url="https://api.cryptosiam.com/assets/73422abb-af06-4d81-8e9d-72f7623f5368/hams-rectangle-template.png"></media:content>
        </item><item>
        <title><![CDATA[แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตรายใหญ่เตรียมบุกตลาดกานา หลังปริมาณการเทรดในไนจีเรียพุ่งกว่า 700%]]></title>
        <guid>https://cryptosiam.com/news/blockchain-com-expands-into-ghana-after-700-trading-growth-in-nigeria</guid>
        <link>https://cryptosiam.com/news/blockchain-com-expands-into-ghana-after-700-trading-growth-in-nigeria</link>
        <pubDate>Tue, 10 Mar 2026 04:00:00 GMT</pubDate>
        <dc:creator>Putawan Pulom</dc:creator>
        <description><![CDATA[กระดานเทรดคริปโตเตรียมขยายบริการสู่กานา หลังพบการเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดแอฟริกาตะวันตก โดยเฉพาะไนจีเรียที่ปริมาณธุรกรรมบนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นมากกว่า 700% ในช่วงปีที่ผ่านมา]]></description>
        <category>ข่าวคริปโตเคอเรนซี่</category>
        <content:encoded><![CDATA[<p class="paragraph"> บริษัทให้บริการซื้อขายคริปโต Blockchain.com เตรียมขยายธุรกิจเข้าสู่ประเทศ Ghana เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการซื้อขายคริปโตในภูมิภาคแอฟริกา หลังจากบริษัทพบว่าความต้องการใช้งานคริปโตในแอฟริกาตะวันตกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง </p><p class="paragraph"> บริษัทเปิดเผยว่าผู้ใช้ในกานาจะสามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มซื้อขายของบริษัทได้ในเร็ว ๆ นี้ ขณะที่ทีมงานกำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคและศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าสู่ตลาดแอฟริกาอื่น ๆ เพิ่มเติม </p><figure class="fig-img"><img class="img   " src="/assets/79ec68a6-3dba-4fad-9690-ae35e077318d" alt=""><figcaption class="fig-cap"></figcaption></figure><p class="paragraph"> การขยายธุรกิจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากบริษัทประสบความสำเร็จอย่างมากในประเทศไนจีเรีย ซึ่ง Blockchain.com เริ่มให้บริการสำหรับผู้ใช้รายย่อยเมื่อปีที่ผ่านมา และพบว่าปริมาณธุรกรรมบนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นมากกว่า 700% </p><p class="paragraph"> โดยสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีการซื้อขายมากที่สุดบนแพลตฟอร์มในไนจีเรีย ได้แก่ Bitcoin, Tether และ Tron </p><h2>ความต้องการคริปโตในกานาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</h2><p class="paragraph"> ก่อนการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในกานา บริษัทระบุว่ากิจกรรมการใช้งานบนแพลตฟอร์มในประเทศดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยจำนวนผู้ใช้งานที่ใช้งานจริงเพิ่มขึ้นถึง 140% ภายในหนึ่งปี ขณะที่ปริมาณธุรกรรมเพิ่มขึ้นกว่า 80% </p><p class="paragraph"> ตัวแทนของบริษัทระบุว่า Blockchain.com กำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลในกานา เพื่อช่วยพัฒนากรอบกฎหมายที่เหมาะสมสำหรับอุตสาหกรรมคริปโต พร้อมทั้งได้จัดตั้งทีมด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบในประเทศแล้ว </p><p class="paragraph"> บริษัทมองว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินในประเทศเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการขยายธุรกิจ โดยเฉพาะการเชื่อมต่อกับระบบ Mobile Money ซึ่งเป็นช่องทางการชำระเงินที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกานา </p><p class="paragraph"> ปัจจุบัน Blockchain.com เปิดให้บริการมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก และมีแผนขยายเข้าสู่ตลาดในแอฟริกาเพิ่มเติมในระยะยาว </p><h2>การใช้งานคริปโตในแอฟริกาเติบโตอย่างรวดเร็ว</h2><p class="paragraph"> ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน Chainalysis ระบุว่า ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2024 ถึงมิถุนายน 2025 ภูมิภาค Sub-Saharan Africa หรือภูมิภาคแอฟริกาที่อยู่ทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา มีมูลค่าธุรกรรมคริปโตบนบล็อกเชนมากกว่า 205,000 ล้านดอลลาร์&nbsp; เพิ่มขึ้น 52% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทำให้ภูมิภาคนี้กลายเป็นตลาดคริปโตที่เติบโตเร็วเป็นอันดับสามของโลก </p><p class="paragraph"> ในช่วงเวลาดังกล่าว ไนจีเรีย เป็นประเทศที่มีการใช้งานคริปโตมากที่สุด โดยมีมูลค่าธุรกรรมมากกว่า 92,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ แอฟริกาใต้ เอธิโอเปีย เคนยา และ กานา เป็นตลาดสำคัญลำดับถัดมา </p><p class="paragraph"> นักวิเคราะห์ระบุว่าความต้องการคริปโตในภูมิภาคนี้มักถูกขับเคลื่อนโดยการโอนเงินข้ามประเทศ&nbsp; การป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน และจำนวนผู้ใช้งานสมาร์ตโฟนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง </p><p class="paragraph"> นอกจากนี้ Vera Songwe นักเศรษฐศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินเพื่อการพัฒนาชาวแคเมอรูน ยังกล่าวในการประชุม World Economic Forum Annual Meeting ว่า Stablecoins กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในแอฟริกา เนื่องจากความสามารถในการช่วยลดค่าธรรมเนียมการโอนเงินระหว่างประเทศ </p><p class="paragraph"> เธอระบุว่า การโอนเงินแบบดั้งเดิมอาจมีค่าธรรมเนียมประมาณ 6 ดอลลาร์ต่อเงิน 100 ดอลลาร์ ขณะที่ Stablecoins สามารถลดค่าใช้จ่ายและทำธุรกรรมได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที </p><p class="paragraph"> อีกด้านหนึ่ง Stafford Masie ประธานบริหารของ Africa Bitcoin Corporation ระบุว่าบางชุมชนในแอฟริกาเริ่มใช้ Bitcoin เป็นเงินสำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยร้านค้าบางแห่งในเศรษฐกิจท้องถิ่นรับชำระเงินด้วย Satoshi หรือหน่วยย่อยของ Bitcoin แทนสกุลเงินดั้งเดิม </p><p class="paragraph"> ข้อมูลจากบริษัทโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงิน Borderless.xyz ยังระบุว่า แอฟริกามี ส่วนต่างราคาการแลกเปลี่ยนระหว่าง Stablecoin กับเงินสกุลเงิน Fiat สูงที่สุดในหลายภูมิภาค ซึ่งสะท้อนความต้องการใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นในตลาดนี้ </p><p class="paragraph"> อ้างอิง :&nbsp;<a href="https://cointelegraph.com/news/blockchain-com-expands-into-ghana-after-700-trading-growth-in-nigeria">Cointelegraph</a>&nbsp; </p>]]></content:encoded>
        <media:content medium="image" url="https://api.cryptosiam.com/assets/19267492-9e6a-4e9d-82fd-989fa934b9e2/hams-rectangle-template-2026-03-10t031658.png"></media:content>
        </item><item>
        <title><![CDATA[XRP เผชิญแรงกดดันหนัก นักลงทุนขาดทุนรวมกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังราคาหลุด $1.40]]></title>
        <guid>https://cryptosiam.com/news/xrp-holders-face-50b-unrealized-losses-price-below-1-40</guid>
        <link>https://cryptosiam.com/news/xrp-holders-face-50b-unrealized-losses-price-below-1-40</link>
        <pubDate>Tue, 10 Mar 2026 03:00:00 GMT</pubDate>
        <dc:creator>Putawan Pulom</dc:creator>
        <description><![CDATA[ข้อมูลจาก Glassnode ระบุว่ากว่า 60% ของเหรียญ XRP ทั้งหมดกำลังอยู่ในภาวะขาดทุน หลังราคาปรับตัวลงมาแถว $1.35 ขณะที่กระแสเงินไหลออกจากกองทุน ETF และความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่อ่อนแรงลงยังคงกดดันตลาด]]></description>
        <category>การลงทุน</category>
        <content:encoded><![CDATA[<p class="paragraph"> ราคา XRP ยังคงเผชิญแรงขายอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 1.35 ดอลลาร์ ลดลงราว 63% จากจุดสูงสุดในรอบหลายปีที่ 3.66 ดอลลาร์ ซึ่งทำไว้ในเดือนกรกฎาคม 2025 </p><p class="paragraph"> การปรับตัวลงดังกล่าวทำให้นักลงทุนจำนวนมากต้องเผชิญกับผลขาดทุนที่ยังไม่ได้ขาย รวมมูลค่ามากกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์ สะท้อนความเสี่ยงที่นักลงทุนคริปโตต้องเผชิญในช่วงตลาดขาลง </p><h2>มากกว่า 60% ของ XRP ทั้งหมดอยู่ในภาวะขาดทุน</h2><p class="paragraph"> ข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์บล็อกเชน Glassnode ระบุว่า ขณะนี้มี XRP ประมาณ 3.68 หมื่นล้านเหรียญ ที่ถืออยู่ในราคาสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน คิดเป็นมูลค่าการขาดทุนรวมประมาณ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ </p><figure class="fig-img"><img class="img   " src="/assets/ae1b90ee-73ea-4ced-8358-c25d3b512650" alt="&nbsp; ปริมาณอุปทาน XRP ทั้งหมดที่อยู่ในภาวะขาดทุน ( ที่มา : Glassnode )&nbsp;&nbsp;"><figcaption class="fig-cap">&nbsp; ปริมาณอุปทาน XRP ทั้งหมดที่อยู่ในภาวะขาดทุน ( ที่มา : Glassnode )&nbsp;&nbsp;</figcaption></figure><p class="paragraph"> ตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นมากกว่า 60% ของเหรียญ XRP ทั้งหมดที่หมุนเวียนอยู่ในตลาด </p><p class="paragraph"> นอกจากนี้ ระดับราคาปัจจุบันยังต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยของผู้ถือเหรียญทั้งหมด ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 1.44 ดอลลาร์ ส่งผลให้เกิดแรงกดดันต่อผู้ถือครองเหรียญระยะยาวเพิ่มขึ้น </p><figure class="fig-img"><img class="img   " src="/assets/2dcdd1f3-d462-4847-abf3-0934e4dc2398" alt="&nbsp; ต้นทุนเฉลี่ยของผู้ถือครอง XRP ทั้งหมด เทียบกับราคา ( ที่มา : Glassnode )&nbsp;&nbsp;"><figcaption class="fig-cap">&nbsp; ต้นทุนเฉลี่ยของผู้ถือครอง XRP ทั้งหมด เทียบกับราคา ( ที่มา : Glassnode )&nbsp;&nbsp;</figcaption></figure><p class="paragraph"> ในขณะเดียวกัน นักลงทุนในกองทุน Spot XRP ETF ก็เริ่มลดการถือครองเช่นกัน โดยข้อมูลจาก SoSoValue ระบุว่า กองทุนดังกล่าวมีเงินไหลออกต่อเนื่องสองวันรวม 22.8 ล้านดอลลาร์ </p><p class="paragraph"> เฉพาะวันศุกร์เพียงวันเดียวมีเงินไหลออกสุทธิกว่า 16.2 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการไหลออกที่มากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม </p><p class="paragraph"> ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ XRP ทั่วโลกก็มีเงินไหลออกมากกว่า 30 ล้านดอลลาร์ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา </p><h2>ระดับราคาสำคัญที่ต้องจับตา</h2><p class="paragraph"> ในระยะสั้น ราคา XRP ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบ โดยระดับ 1.40 ดอลลาร์ ทำหน้าที่เป็นแนวต้านสำคัญ ขณะที่ 1.30 ดอลลาร์ เป็นแนวรับหลักที่ต้องรักษาไว้ให้ได้ </p><figure class="fig-img"><img class="img   " src="/assets/b8605f36-9414-49a7-9f94-9cbc2d1897f9" alt="&nbsp; แนวรับและแนวต้านบนกราฟ XRP/USD ราย 12 ชั่วโมง ( ที่มา : CryptoPulse )&nbsp;&nbsp;"><figcaption class="fig-cap">&nbsp; แนวรับและแนวต้านบนกราฟ XRP/USD ราย 12 ชั่วโมง ( ที่มา : CryptoPulse )&nbsp;&nbsp;</figcaption></figure><p class="paragraph"> นักวิเคราะห์จาก CryptoPulse <a href="https://x.com/CryptoPulse_CRU/status/2030749149864284196">ระบุว่า</a> หากแรงซื้อกลับเข้ามาในโซนนี้ ราคาอาจดีดกลับไปทดสอบด้านบนของกรอบราคาอีกครั้ง </p><p class="paragraph"> แต่หากแนวรับดังกล่าวพังลง แนวโน้มของโครงสร้างตลาดอาจเปลี่ยนเป็นขาลง และราคาอาจไหลลงไปทดสอบในระดับราคาที่ต่ำกว่า </p><p class="paragraph"> พื้นที่ที่ตลาดจับตาอยู่ตอนนี้คือช่วง 1.30–1.27 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ </p><p class="paragraph"> หากราคาไม่สามารถยืนบนระดับดังกล่าวได้ เป้าหมายถัดไปอาจอยู่ที่ 1.13 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับเดียวกับเส้นค่าเฉลี่ยระยะยาว 200-week EMA </p><p class="paragraph"> ในทางกลับกัน หากราคา XRP สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือ 1.40 ดอลลาร์ ได้อีกครั้ง นักวิเคราะห์มองว่ามีโอกาสที่ราคาจะฟื้นตัวไปสู่ระดับประมาณ 1.60 ดอลลาร์ และอาจขยับขึ้นต่อไปถึง 1.95 ดอลลาร์ ในระยะยาว </p><p class="paragraph"> อ้างอิง : <a href="https://cointelegraph.com/markets/xrp-holders-face-50b-unrealized-losses-price-below-1-40">Cointelegraph</a> </p>]]></content:encoded>
        <media:content medium="image" url="https://api.cryptosiam.com/assets/9afff58d-b6cf-4b49-a082-5a7b7888926e/hams-rectangle-template-2026-03-10t013446.png"></media:content>
        </item><item>
        <title><![CDATA[Starcloud เตรียมขุด Bitcoin จากอวกาศ ตั้งเป้าเป็นบริษัทแรกที่ทำเหมืองคริปโตนอกโลก]]></title>
        <guid>https://cryptosiam.com/news/orbital-data-center-startup-mine-bitcoin-space</guid>
        <link>https://cryptosiam.com/news/orbital-data-center-startup-mine-bitcoin-space</link>
        <pubDate>Mon, 09 Mar 2026 06:28:00 GMT</pubDate>
        <dc:creator>Putawan Pulom</dc:creator>
        <description><![CDATA[Starcloud สตาร์ตอัปด้านศูนย์ข้อมูลในวงโคจรที่ได้รับการสนับสนุนจาก NVIDIA เตรียมเริ่มขุด Bitcoin จากอวกาศภายในปีนี้ โดย CEO ระบุว่าการใช้เครื่อง ASIC ในอวกาศมีต้นทุนต่อพลังงานต่ำกว่า GPU ถึงราว 30 เท่า]]></description>
        <category>ข่าวคริปโตเคอเรนซี่</category>
        <content:encoded><![CDATA[<p class="paragraph"> สตาร์ตอัปด้านศูนย์ข้อมูลในอวกาศอย่าง Starcloud เปิดเผยแผนที่จะเริ่ม ขุด Bitcoin จากอวกาศ ภายในปีนี้ หลังจากเตรียมส่งยานอวกาศลำที่สองขึ้นสู่วงโคจร ซึ่งอาจทำให้บริษัทกลายเป็นองค์กรแรกที่ทำเหมืองคริปโตนอกโลก </p><p class="paragraph"> Philip Johnston ผู้บริหารของบริษัทกล่าวผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า Starcloud มีเป้าหมายจะเป็นบริษัทแรกที่ดำเนินการขุด Bitcoin ในอวกาศ โดยแนวคิดดังกล่าวถูกเปิดเผยเพิ่มเติมระหว่างการให้สัมภาษณ์กับรายการ HyperChange </p><p class="paragraph"> Johnston อธิบายว่า การใช้เครื่องขุดแบบ ASIC (Application-Specific Integrated Circuit) ในอวกาศเป็นหนึ่งในกรณีการใช้งานที่น่าสนใจที่สุดของระบบคอมพิวเตอร์นอกโลก เนื่องจากต้นทุนต่อหน่วยพลังงานต่ำกว่า GPU อย่างมาก </p><p class="paragraph"> เขาระบุว่า GPU มีต้นทุนต่อกิโลวัตต์สูงกว่า ASIC ประมาณ 30 เท่า โดยตัวอย่างเช่น ชิป GPU ระดับ 1 กิโลวัตต์อย่าง NVIDIA B200 อาจมีราคาสูงถึงประมาณ 30,000 ดอลลาร์ ขณะที่เครื่องขุด ASIC ที่ใช้พลังงานเท่ากันมีราคาเพียงราว 1,000 ดอลลาร์เท่านั้น </p><figure class="fig-img"><img class="img   " src="/assets/d7b5196b-c41c-4b2a-a1c6-595ec364cd8f" alt=""><figcaption class="fig-cap"></figcaption></figure><p class="paragraph"> Johnston ยังเชื่อว่าในอนาคต การขุด Bitcoin ในอวกาศอาจกลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เนื่องจากต้นทุนพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาวอาจมีประสิทธิภาพมากกว่าการดำเนินการบนโลก </p><p class="paragraph"> เขาชี้ว่า ปัจจุบันการขุด Bitcoin ทั่วโลกใช้พลังงานอย่างต่อเนื่องประมาณ 20 กิกะวัตต์ และมองว่าในระยะยาวการใช้พลังงานจำนวนมหาศาลนี้อาจเหมาะกับโครงสร้างพื้นฐานในอวกาศมากกว่า </p><h2>ศูนย์ข้อมูลในอวกาศพลังงานแสงอาทิตย์</h2><p class="paragraph"> Starcloud ก่อตั้งขึ้นในปี 2024 โดยมีเป้าหมายสร้าง ศูนย์ข้อมูลในวงโคจร (Orbital Data Centers) เพื่อรองรับความต้องการพลังประมวลผลที่เพิ่มขึ้นจากเทคโนโลยี AI </p><p class="paragraph"> ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัทได้ส่งดาวเทียมที่ติดตั้ง GPU รุ่น NVIDIA H100 ขึ้นสู่วงโคจร ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ชิปประมวลผลระดับสูงขนาดนี้ถูกใช้งานในอวกาศ </p><p class="paragraph"> โครงสร้างศูนย์ข้อมูลของบริษัทถูกออกแบบให้ประกอบด้วยดาวเทียมจำนวนประมาณ 88,000 ดวง และใช้พลังงานหลักจาก พลังงานแสงอาทิตย์ </p><h2>แนวคิดส่ง Bitcoin ข้ามดาวเคราะห์</h2><p class="paragraph"> ขณะเดียวกัน แนวคิดเกี่ยวกับ Bitcoin ในอวกาศไม่ได้จำกัดแค่การขุดเท่านั้น </p><p class="paragraph"> นักเทคโนโลยีอย่าง Jose E. Puente และ Carlos Puente เคยเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการส่ง Bitcoin ระหว่างดาวเคราะห์ โดยระบุว่าในทางทฤษฎีสามารถส่งธุรกรรม Bitcoin ไปยังดาวอังคารได้ภายใน ประมาณ 3 นาที </p><p class="paragraph"> แนวคิดดังกล่าวอาศัยการเชื่อมต่อผ่านโครงสร้างพื้นฐานของ NASA หรือเครือข่ายดาวเทียมอย่าง Starlink รวมถึงระบบบันทึกเวลาแบบระหว่างดาวเคราะห์ </p><p class="paragraph"> อย่างไรก็ตาม นักพัฒนาเหล่านี้มองว่า การขุด Bitcoin บนดาวอังคารอาจไม่เหมาะสม เนื่องจากความหน่วงของสัญญาณระหว่างดาวเคราะห์ที่สูงเกินไป </p><h2>อุตสาหกรรมขุด Bitcoin ยังเผชิญแรงกดดัน</h2><p class="paragraph"> ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการขุด Bitcoin เผชิญแรงกดดันด้านกำไร หลังราคา Bitcoin ลดลงเกือบ 48% จากจุดสูงสุด 126,080 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม </p><p class="paragraph"> อย่างไรก็ตาม ค่าความยากในการขุด Bitcoin (Mining Difficulty) ได้ลดลงประมาณ 7% จากระดับสูงสุดที่ 155.9 ล้านล้านหน่วยในเดือนพฤศจิกายน เหลือประมาณ 145 ล้านล้านหน่วย </p><p class="paragraph"> แนวคิดการขุด Bitcoin จากอวกาศจึงถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งแนวทางใหม่ที่อาจเปลี่ยนรูปแบบอุตสาหกรรมเหมืองคริปโตในอนาคต หากเทคโนโลยีและต้นทุนสามารถทำให้โครงการลักษณะนี้เกิดขึ้นจริงในระดับอุตสาหกรรม </p><p class="paragraph"> อ้างอิง :&nbsp;<a href="https://cointelegraph.com/news/orbital-data-center-startup-mine-bitcoin-space">Cointelegraph</a> </p>]]></content:encoded>
        <media:content medium="image" url="https://api.cryptosiam.com/assets/1a961ad0-5906-46fd-be1f-5f18820f46e5/hams-rectangle-template-2026-03-09t132749.png"></media:content>
        </item><item>
        <title><![CDATA[NYDIG ชี้ความสัมพันธ์ Bitcoin กับหุ้นเทคโนโลยีอาจถูกตีความเกินจริง]]></title>
        <guid>https://cryptosiam.com/news/bitcoin-correlation-tech-stocks-overblown-nydig</guid>
        <link>https://cryptosiam.com/news/bitcoin-correlation-tech-stocks-overblown-nydig</link>
        <pubDate>Mon, 09 Mar 2026 06:17:00 GMT</pubDate>
        <dc:creator>Putawan Pulom</dc:creator>
        <description><![CDATA[NYDIG ระบุว่าการเคลื่อนไหวของ Bitcoin ที่ดูเหมือนสอดคล้องกับหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐในช่วงหลัง เป็นเพียงผลจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค มากกว่าจะสะท้อนความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างระหว่างสองสินทรัพย์]]></description>
        <category>ข่าวคริปโตเคอเรนซี่</category>
        <content:encoded><![CDATA[<p class="paragraph"> การเคลื่อนไหวของ Bitcoin ที่ดูเหมือนจะสอดคล้องกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐอาจถูกตีความเกินจริง โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่าทั้งสองสินทรัพย์เพียงตอบสนองต่อสภาพเศรษฐกิจมหภาคแบบเดียวกัน มากกว่าจะมีความเชื่อมโยงโดยตรง </p><p class="paragraph"> Greg Cipolaro หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ NYDIG <a href="https://viewemail.nydig.com/bitcoin-not-software-stocks?ecid=ACsprvtfqajtDvHQTBK_HLsIEfkw0IrLPfZKlm5q4Cwh1-1zUmt4CQmeLQSDP8AALTwFKPhBwV9p">ระบุ</a>ในรายงานว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา Bitcoin ปรับตัวขึ้นพร้อมกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐ ทำให้บางฝ่ายมองว่า Bitcoin อาจกลายเป็นสินทรัพย์ที่เคลื่อนไหวตามหุ้นเทคโนโลยี </p><p class="paragraph"> แต่ Cipolaro มองว่าข้อสรุปดังกล่าวอาจเกินจริง เขาอธิบายว่า แม้กราฟราคาของทั้งสองสินทรัพย์จะดูเคลื่อนไหวใกล้เคียงกัน แต่สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่า Bitcoin และหุ้นเทคโนโลยีจะมีโครงสร้างตลาดแบบเดียวกัน หรือได้รับแรงขับเคลื่อนจากปัจจัยเดียวกัน เช่น กระแสของ AI หรือความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวเตอร์ </p><h2>ปัจจัยมหภาคเป็นตัวผลักดันสำคัญ</h2><p class="paragraph"> Cipolaro ระบุว่า การปรับตัวขึ้นพร้อมกันของ Bitcoin และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมีแนวโน้มเกิดจากการตอบสนองต่อ สภาพเศรษฐกิจมหภาคแบบเดียวกัน โดยเฉพาะสินทรัพย์เสี่ยงที่อ่อนไหวต่อสภาพคล่องในระบบการเงิน </p><p class="paragraph"> กล่าวคือ นักลงทุนกำลังจัดสรรเงินลงทุนไปยังสินทรัพย์ตามระดับความเสี่ยงในตลาด มากกว่าการซื้อ Bitcoin เพราะมองว่าเป็นสินทรัพย์ประเภทเดียวกับหุ้นเทคโนโลยี </p><h2>ความสัมพันธ์กับตลาดหุ้นยังไม่ใช่ตัวกำหนดหลัก</h2><p class="paragraph"> ข้อมูลยังแสดงให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ระหว่าง Bitcoin กับหุ้นเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นในช่วง 90 วันล่าสุด หลังจาก Bitcoin ทำจุดสูงสุดเหนือ 126,000 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม </p><p class="paragraph"> แต่ Cipolaro ชี้ว่า ความสัมพันธ์กับดัชนีตลาดหุ้นหลักอย่าง S&amp;P 500 และ Nasdaq ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งหมายความว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี </p><p class="paragraph"> ถึงแม้ความสัมพันธ์ระหว่าง Bitcoin กับตลาดหุ้นจะเพิ่มขึ้นในช่วงหลัง แต่ข้อมูลเชิงสถิติชี้ว่า การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นสามารถอธิบายการเปลี่ยนแปลงของราคา Bitcoin ได้เพียงประมาณ 25% เท่านั้น </p><p class="paragraph"> กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ประมาณ 75% ของการขึ้นลงของราคา Bitcoin เกิดจากปัจจัยอื่น ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับตลาดหุ้น เช่น การใช้งานของเครือข่าย กระแสการยอมรับของนักลงทุน กฎระเบียบ หรือปัจจัยเฉพาะของตลาดคริปโตเอง </p><figure class="fig-img"><img class="img   " src="/assets/38a487aa-18ae-456f-ab59-20e0abcd1c42" alt="ค่าความสัมพันธ์ของ Bitcoin กับดัชนีหุ้นแบบค่าเฉลี่ย 90 วัน ( ที่มา : NYDIG )"><figcaption class="fig-cap">ค่าความสัมพันธ์ของ Bitcoin กับดัชนีหุ้นแบบค่าเฉลี่ย 90 วัน ( ที่มา : NYDIG )</figcaption></figure><h2>Bitcoin ยังมีโครงสร้างตลาดที่แตกต่าง</h2><p class="paragraph"> Cipolaro ระบุว่า นักลงทุนบางส่วนอาจรู้สึกผิดหวังที่ราคา Bitcoin ไม่ได้เคลื่อนไหวเหมือนทองคำ แม้จะถูกเรียกว่า “ทองคำดิจิทัล” </p><p class="paragraph"> เขาอธิบายว่าตลาดกำลังจัดวางสินทรัพย์ตามระดับความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน มากกว่าจะมอง Bitcoin เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงทางเศรษฐกิจโดยตรง </p><p class="paragraph"> อย่างไรก็ตาม Bitcoin ยังคงมีโครงสร้างตลาดและปัจจัยขับเคลื่อนที่แตกต่างจากสินทรัพย์อื่น ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานของเครือข่าย การยอมรับที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ </p><p class="paragraph"> ด้วยเหตุนี้ Cipolaro จึงมองว่า Bitcoin ยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะ สินทรัพย์ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน แม้ในช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์กับตลาดหุ้นจะเพิ่มขึ้นก็ตาม </p><p class="paragraph"> อ้างอิง :&nbsp;<a href="https://cointelegraph.com/news/bitcoin-correlation-tech-stocks-overblown-nydig">Cointelegraph</a> </p>]]></content:encoded>
        <media:content medium="image" url="https://api.cryptosiam.com/assets/5dd7d859-b221-4ea3-a33a-acf844b03755/hams-rectangle-template-2026-03-09t131647.png"></media:content>
        </item>
    </channel>
    
    </rss>