ตามรายงานของ India Today สำนักข่าวภายในประเทศอินเดียระบุว่า บัญชี Twitter ของนาย Narendra Modi ได้ถูกบุกรุกและเหล่า Bitcoin แฮ็กเกอร์ทั้งหลายได้ทำการโพสต์ข้อความติดต่อกันถึง 4 ข้อความลงบนแพลตฟอร์มที่ได้รับการตรวจสอบแล้วอันนี้ โดยเหล่าแฮ็กเกอร์ได้ร้องขอเงินบริจาคในรูปแบบ Cryptocurrency จากผู้ที่เต็มใจบริจาคให้กับกองทุน Prime Minister’s National Relief Fund (PMNRF) ซึ่งหนึ่งในข้อความที่ได้มีการโพสต์ลงไปได้ระบุว่า:

"ฉันขอความกรุณาให้พวกคุณทุกคนเสียสละบริจาคเงินเข้ากองทุน PM National Relief Fund เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากโรคระบาด Covid-19 ในตอนนี้ประเทศอินเดียได้เริ่มต้นใช้ Cryptocurrency แล้ว ได้โปรดกรุณาบริจาค Bitcoin ด้วย"

ข้อความอื่น ๆ ที่เหลือของเหล่าแฮ็กเกอร์คือเป็นการร้องขอสกุลเงิน Ether (ETH) และยังมีการแนบลิงก์ไปยังที่อยู่ของ Bitcoin (BTC) และ Ethereum wallet

ข้อความหลอกลวงเกี่ยวกับการให้บริจาค Cryptocurrency ดังกล่าวท้ายที่สุดก็ถูกลบออกไปแล้ว และหลังจากได้มีการตรวจสอบเพิ่มเติมก็พบว่าต้นตอของการแฮกเกิดจากการดำเนินการของแฮกเกอร์ภายใต้นามแฝง “John Wick.” ซึ่งเป็นกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ที่เคยใช้วิธีการตบตาว่าพวกเขาไม่ได้ทำการแฮก “Paytm Mall” ซึ่งเป็นบริษัท e-commerce ที่ถูกโจมตีเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว โดยกลุ่ม ransomware ที่ได้ปฏิบัติการที่ใช้นามแฝงเดียวกัน

แม้ว่าจะมีการละเมิดความปลอดภัยในบัญชีโซเชียลมีเดียของนายกรัฐมนตรี Modi แห่งประเทศอินเดีย แต่ก็ไม่มีการบริจาค Cryptocurrency ใดเข้าไปใน Digital Wallet ดังกล่าว และดูเหมือนว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ถูกควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว

แท้ที่จริงแล้วหัวขโมย Bitcoin คือเยาวชน

การแฮ็ก Twitter นั้นไม่ได้แตกต่างไปจากการโกง Bitcoin ที่น่าอับอาย ซึ่งได้เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยแฮ็กเกอร์ได้ทำการแช่แข็งบัญชีที่ได้รับการยืนยันแล้วของผู้แลกเปลี่ยนเงินจำนวนมาก, นักการเมือง และผู้คนในวงการเทคโนโลยีอย่าง Elon Musk, Bill Gates, Joe Biden, Gemini เป็นต้น

เหตุการณ์ดังกล่าวได้ระบุว่าถูกบงการโดยกลุ่มแฮ็กเกอร์ 4 ราย ซึ่ง 2 รายเป็นเด็กอายุเพียง 16 และ 17 ปีเท่านั้น สร้างความประหลาดใจให้กับตำรวจเป็นอย่างมาก การแฮ็กดังกล่าวได้รับการรายงานว่าเป็นหนึ่งในการแฮ็กครั้งใหญ่ที่สุดที่ Twitter เคยประสบมาทั้งหมด โดยมีบัญชีโซเชียลมีเดียอย่างน้อย 130 บัญชีที่ถูกบุกรุก การละเมิดการรักษาความปลอดภัยครั้งใหญ่นี้ส่งผลให้ BTC ที่มีมูลค่ามากถึง $100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ได้หลั่งไหลเข้าไปสู่กระเป๋าของนักต้มตุ๋นทั้งหลาย

ผลจากการแฮ็กครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้น ทาง Twitter ได้รับผลกระทบอย่างมหาศาลเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งหุ้นของบริษัทโซเชียลมีเดียดังกล่าวประสบปัญหากับมูลค่าหุ้นดิ่งลงไปกว่า 4% และสูญเสียมูลค่าตลาดไปกว่า $1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ