Join our Telegram Channel

Chat with community about the latest news!

Click here to join

Join Now

Honor เปิดตัว Magic 3 สมาร์ทโฟนกระเป๋าเงินหยวนดิจิทัลเครื่องแรก

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

Honor เปิดตัว Magic 3 ซีรีส์ ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนกระเป๋าเงินหยวนดิจิทัลเครื่องแรกของระบบปฏิบัติการ Snapdragon ที่สามารถรองรับการใช้กระเป๋าเงินหยวนดิจิทัลของจีน

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
Honor เปิดตัว Magic 3 สมาร์ทโฟนกระเป๋าเงินหยวนดิจิทัลเครื่องแรก

สมาร์ทโฟนกระเป๋าเงินหยวนดิจิทัลที่ใช้ Snapdragon เครื่องแรก

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา Honor หนึ่งในผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ ซึ่งได้แยกตัวจาก Huawei ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนกระเป๋าเงินหยวนดิจิทัลรุ่นล่าสุดได้ยังเป็นรุ่นแรกที่รองรับกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์สำหรับเงินหยวนดิจิทัลของประเทศ 

Magic 3 คือสมาร์ทโฟนกระเป๋าเงินหยวนดิจิทัลรุ่นใหม่ล่าสุดของ Honor คือสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Snapdragon เครื่องแรกที่รองรับกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ของสกุลเงินหยวนดิจิทัล ภายใต้โครงการ CBDC ของธนาคารแห่งประเทศจีน (PBoC)

นอกจากการนำระบบปฏิบัติการอย่าง Snapdragon บริษัทยังกล่าวถึงการใช้ระบบป้องกันความปลอดภัยที่สูงสำหรับการชำระเงินของเวอร์ชั่นฮาร์ดแวร์

สมาร์ทโฟน Honor

Honor คือผู้ผลิตสมาร์ทโฟนเจ้าใหม่ในจีนที่แยกตัวออกมาจากผู้ผลิตสมาร์ทโฟนยักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง Huawei เมื่อปี 2013 ที่ผ่านมา โดยคนส่วนใหญ่จะรู้จักในฐานะของแบรนด์สมาร์ทโฟนราคาประหยัดที่เข้ามาแบ่งเบาภาระในการซื้อสมาร์ทโฟนของผู้ใช้กว่า 200 ล้านคน 

อย่างไรก็ตาม Huawei ได้ขายแบรนด์กลับไปในเดือนพฤศจิกายน 2020 เพื่อไม่ให้ถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ ซีรีส์ Magic 3 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ Honor ที่เปิดตัวหลังจากแยกบริษัทออกจาก Huawei

การดำเนินการโครงการสกุลเงินดิจิทัลของจีน

จีนยังคงเดือนหน้าโครงการสกุลเงินหยวนดิจิทัลประจำชาติอย่างต่อเนื่องในฐานะเป็นมหาอำนาจระดับโลก และเป็นครั้งแรกที่มีการดำเนินการกระจายการใช้สกุลเงินดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง 

ธนาคารกลางของประเทศจีนหรือ PBoC ได้เริ่มโครงการทดสอบสกุลเงิน CBDC ครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว จนกระทั่งเปิดให้ประชาชนทดลองใช้เงินหยวนดิจิทัลในรูปแบบเงินอุดหนุนในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา 

จากการเปิดเผยข้อมูลของธนาคารกลางจีนเมื่อเดือนกรกฎาคม เกี่ยวกับผลการทดสอบเพื่อการวิจัยและพัฒนาหยวนดิจิทัล ผลปรากฏว่ามีการทำธุรกรรมมากกว่ากว่า 70 ล้านรายการ ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

Read more about: