เนื่องจากมูลค่าตลาด Cryptocurrency ทั่วโลกนั่นเติบโตอย่างมาก และพุ่งเข้าใกล้กับระดับราคาที่ 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เข้าไปทุกที นั่นจึงทำให้ Cryptocurrencies ไม่ใช่สิ่งที่ถูกเพิกเฉยในภาคการเงินอีกต่อไป และมันสะท้อนได้อย่างชัดเจนจากการที่สินทรัพย์ดิจิทัลกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ซึ่ง ณ ขณะที่เขียนบทความนี้ มูลค่าของตลาด Crypto อยู่ที่ 1.76 ล้านล้านเหรียญอ้างอิงตาม CoinMarketCap

Joseph Young ผู้เป็นทั้งนักวิเคราะห์ และนักลงทุนด้านคริปโตเปิดเผยว่าภูมิภาคเอเชียนั้นกำลังให้ความสนใจอย่างมากในตลาดคริปโต

"ความสนใจเกี่ยวกับ Crpyto ในเอเชียนั้นเพิ่มเริ่มก่อตัวขึ้นเท่านั้น โดย Naver ซึ่งเป็นบริษัท Search engine และผู้ให้บริการเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ได้ลงทุนในโครงการร่วมทุนมูลค่า 120 ล้านดอลลาร์ของ Hashed ในเดือนธันวาคมปี 2020 โดยพวกเขามองเห็นความเป็นไปได้เชิงบวกในระยะยาวของตลาด"

*Hashed คือ หนึ่งในผู้จัดการกองทุนสินทรัพย์ Crypto ที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้*

ทวีปเอเชียนั้นยังคงสร้างความสั่นสะเทือนให้แก่วงการ Crypto อย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งดังหลักฐานของมันมาจากคำพูดของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นที่ระบุว่า ประเทศควรเตรียมความพร้อมสำหรับการออกสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) อย่างละเอียดถี่ถ้วน

นอกจากนี้ความสนใจที่เปิดกว้างของ Bitcoin ในตลาดหุ้นใหญ่ ๆ เมื่อเร็ว ๆ นี้ก็ทำสถิติสูงสุดเกือบ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมเครือข่ายมากขึ้น แนวโน้มดังกล่าวทำให้ Pierre Rochard นักวิเคราะห์ตลาดชี้ให้เห็นว่าคนส่วนใหญ่อาจมีแนวโน้มที่จะถือ Bitcoin แทนเมื่อเทียบกับการลงทุนในหุ้นพันธบัตรหรืออสังหาริมทรัพย์ในอนาคต และท้ายที่สุดวันเวลาจะเป็นตัวบอกว่าชาวเอเชียจะก้าวขึ้นมาเป็นชนกลุ่มใหญ่ของตลาดหรือไม่

Bitcoin โตได้อีก!

จากข้อมูลของ IntoTheBlock ระบุว่า Bitcoin ต้องพุ่งทะลุแนวต้านสุดท้ายระหว่าง 58,879 ถึง 59,241 ดอลลาร์ ไปให้ได้ก่อนที่ท้องฟ้าจะแจ่มใส และเปิดกว้างสู่จุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง

“Bitcoin ทะลุแนวต้าน 55,000 ดอลลาร์ และกลับมาสูงถึง 58,000 ดอลลาร์ ตัวบ่งชี้ IOMAP แสดงให้เห็นว่าแนวต้านสุดท้ายอยู่ระหว่าง $58,879 ถึง $ 59,241 โดยที่ก่อนหน้านี้ 220k ซื้อ 73.95k BTC หลังจากนั้นก็คือท้องฟ้าแจ่มใสสู่จุดสูงสุดใหม่”