ภายหลังจากที่ทำสถิติสูงสุดตลอดกาลแตะระดับ $58.3K จากนั้นสกุลเงินดิจิทัลชั้นนำอย่าง Bitcoin (BTC) ก็ต้องรับมือกับสัปดาห์อันแสนโหดร้าย ด้วยการปรับฐานครั้งที่ใหญ่ที่สุดในรอบปี แต่ทว่าตอนนี้สกุลเงินดิจิทัลประเภทแรกของโลกนั้นกำลังกลับเข้าสู่เส้นทางของการวิ่งเข้าใกล้มูลค่าตลาด 1 ล้านล้านดอลลาร์อีกครั้ง

โดย BTC นั้นมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 4.46% และทำการซื้อขายอยู่ที่ 48,510 ดอลลาร์ ซึ่งทำให้ ณ เวลาที่เขียนบทความนี้สกุลเงินดังกล่าวมีมูลค่าตลาดทั้งสิ้น 9.09 แสนล้านดอลลาร์อ้างอิงจาก CoinMarketCap

Carl Martin หนึ่งในผู้ค้าคริปโตผู้ซึ่งทวีตภายใต้นามแฝงว่า “The Moon” ออกมาแสดงความคิดเห็น โดยเขาเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ประกอบการต่างจับตาดูการเคลื่อนไหวของ Bitcoin เกิดขึ้นไปแล้วโดย Elon Musk

“ผู้ประกอบการทุกคนต่างจับต้องไปที่บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก จากนั้น Elon ก็ซื้อมัน และอีกไม่นานเงินหลายต่อหลายพันล้านจะไหลเข้าสู่ Bitcoin ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันกำลังเกิดขึ้นตอนนี้!”

Elon Musk ผู้ก่อตั้ง Tesla Motors บริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐที่อยู่เบื้องหลังการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และ SpaceX ได้แสดงการยอมรับ Bitcoin อย่างเป็นทางการต่อสาธารณชน ตัวอย่างเช่น ในเดือนมกราคม เขาระบุว่า เขาจะไม่มีวันลดโอกาสที่จะได้รับเงินเป็น Bitcoin

ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ทาง Tesla ก็ได้ซื้อ BTC มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ด้วยความตั้งใจที่จะเพิ่มความหลากหลายของสินทรัพย์ที่ถือครอง และเพิ่มผลตอบแทนสูงสุด ซึ่งทาง Martin เชื่อว่าเงินหลายพันล้านจะถูกสูบเข้าสู่ Bitcoin ในไม่ช้า เนื่องจากผู้ประกอบการต่างกำลังจับจ้องไปที่คนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกจากการตัดสินใจทางการเงินที่เขาทำ

ปริมาณการถือครอง Bitcoin กำลังพุ่งทะลุหลังคา

Jan & Yann ผู้ร่วมก่อตั้ง Glassnode ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการข้อมูลออนไลน์ยอมรับว่าเครือข่าย Bitcoin มีการถือครองจำนวนมาก โดยพวกเขาตั้งข้อสังเกตไว้ว่า

“สภาพคล่องของ Supply ใน Bitcoin นั้นเปลี่ยนไปเมื่อเทียบระหว่างการย่อกลับครั้งใหญ่ของ Bull Run ในช่วงนี้เทียบกับเมื่อปี 2017 …การลอยตัวในเครือข่ายยังคงลดลง ไม่ว่าราคาจะขึ้นหรือลงก็ตาม – นี่บ่งบอกถึงปริมาณความหนาแน่นและความเชื่อมั่นที่บ้าคลั่งในตอนนี้”

ความเห็นของ Jan & Yann นั้นได้ถูกตอกย้ำความน่าเชื่อถือโดยนักวิเคราะห์ด้าน On-chain อย่างRafael Schultze-Kraft ที่เปิดเผยว่าอุปทานที่มีสภาพคล่องต่ำของ Bitcoin กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้บ่งบอกถึงวัฒนธรรมการถือครองเนื่องจากมีนักลงทุนจำนวนมากขึ้นที่เก็บ Bitcoin ไว้ยาว ๆ ไม่ว่าจะเพื่อวัตถุประสงค์ในการเก็งกำไร หรือเก็บไว้สำหรับอนาคตก็ตาม ซึ่งบ่งบอกถึงพฤติกรรมที่เชื่อมั่นว่าราคาต้องเติบโตขึ้น