เข้าร่วมช่องทาง Telegram ของเราได้ที่นี่

เพื่อร่วมพูดคุยกับคริปโตคอมมูนิตี้ได้เลย

เข้าร่วมเลย

เข้าร่วมเลย

นักลงทุนเทขาย Bitcoin หลังจากถือไว้นานถึง 2 ปี

นักลงทุนรายใหญ่ (Whale) เทขายเหรียญกว่า 9,000 BTC ชี้เหตุเพราะนักลงทุนรายย่อยเพิ่มสภาพคล่องให้ตลาด

Photo 1568430328012 21Ed450453Ea

เหล่านักลงทุนรายใหญ่เริ่มเคลื่อนไหว

ในช่วงที่ราคา bitcoin วิ่งเหนือระดับที่ 12,000 ดอลลาร์ไม่นานในช่วงที่ผ่านมาได้ปรากฏว่ามีนักลงทุนรายใหญ่หลายราย (Whale) เริ่มที่จะเคลื่อนไหวโยกย้ายสินทรัพย์ของพวกเขาแล้ว โดยล่าสุดนั้นได้มีนักลงทุนรายหนึ่งซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นนักลงทุนอิสระได้เทขายเหรียญ Bitcoin จำนวนกว่า 9,000 เหรียญเพื่อทำกำไรหลังจากที่ได้มีการถือเหรียญจำนวนดังกล่าวไว้มากว่า 22 เดือนหรือราวๆสองปี

เมื่อพิจารณาข้อมูลที่ได้จาก Whalemap นั้นแสดงให้เห็นว่าเหรียญปริมาณดังกล่าวนั้นมีการเริ่มสะสมไว้ตั้งแต่ในช่วงไตรมาสที่สามของปี 2018 โดยที่การเริ่มต้นของการถือเหรียญนั้นเห็นได้ชัดเจนบนกราฟด้านล่าง โดยในวงกลมใหญ่วงแรกนั้นแสดงถึงการเรื่มรวบรวมเหรียญในครั้งแรก

Image 5 1

สิ่งที่น่าสนใจคือการตัดสินใจของนักลงทุนรายดังกล่าว เนื่องจากในช่วงสองปีที่ผ่านมานั้นตลาดสกุลเงินคริปโตโดยเฉพาะ Bitcoin นั้นได้ผ่านช่วงที่ย่ำแย่มาหลายหลายครั้ง โดยได้ปรากฏช่วงที่เป็นการเก็งกำไรอย่างชัดเจนทั้งหมดสองช่วงซึ่งนักลงทุนรายดังกล่าวก็ได้อดทนจนผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้ แต่กลับเลือกช่วงเวลาในปัจจุบันเพื่อที่จะเทขายเหรียญในระดับราคาล่าสุดนี้


หรือจะเป็นสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงในตลาด?

ในช่วงราคาระหว่าง 12,000 ดอลลาร์นั้นไม่ใช่มีเพียงแค่นักลงทุนรายนี้รายเดียวที่เริ่มตื่นตัวกับขาขึ้นของตลาด แต่นักลงทุนโดยเฉพาะนักลงทุนรายใหญ่หลายรายก็ได้เริ่มมีการเคลื่อนไหว ซึ่งกรณีอาจมีที่มาจากการที่ระดับราคาในปัจจุบันนั้นเป็นจุดเท่าทุนหรือจุดที่นักลงทุนรายใหญ่เหล่านี้สามารถที่จะทำกำไรได้แล้วนั่นเอง

โดยปกติแล้วการเคลื่อนไหวของนักลงทุนรายใหญ่ในตลาดนั้นจะเป็นการส่งสัญญาณที่สำคัญให้แก่นักลงทุนรายอื่นๆ อย่างเช่นการที่ปริมาณการซื้อขายรายวันนั้นสร้างกระแสสภาพคล่องในตลาดคริปโตมากพอที่จะให้เหล่านักลงทุนรายใหญ่เคลื่อนย้ายหรือเทขายเหรียญของพวกเขาออกมาแล้วก็เป็นได้

หรืออีกนัยหนึ่งคือการที่เหล่านักลงทุนรายใหญ่ได้พิจารณาการเปลี่ยนแปลงราคาและทิศทางการเติบโตในอนาคตแล้วเห็นว่ามูลค่าของสินทรัพย์นี้ไม่อาจที่จะเพิ่มสูงไปกว่านี้ได้ในระยะสั้น ๆ แล้ว ซึ่งหมายความว่าระดับราคาในปัจจุบันนั้นได้สร้างกรอบราคาสูงสุดที่ยากจะทำลายลงได้ ทั้งยังหมายความว่าตลาดได้กลับตัวลงแล้วอีกด้วยนั่นเอง


สัญญาณจากการเทขายครั้งนี้

การเทขายเหรียญในปัจจุบันนั้นเป็นไปได้อย่างมากที่จะเป็นกรณีแรก เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการซื้อขายเหรียญในตลาดปกติ (Spot Market) ของนักลงทุนรายย่อย (Retail Investor) นั้นเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงครึ่งหลังของปี 2020 นี้ อีกทั้งเมื่อพิจาณาตลาดที่เกี่ยวของกับสกุลคริปโตทั้งหมดนั้นยังไม่พบว่าได้มีการก่อตัวของกรอบราคาสูงสุดแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม อนาคตอันใกล้นี้เราอาจคาดการณ์ได้ว่าราคา Bitcoin นั้นอาจจะลดระดับราคาลงมาต่ำสุดได้ถึง 10,000 ดอลลาร์หากราคานั้นร่วงลงต่ำกว่าแนวต้านสำคัญที่ 11,450 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตามราคานั้นอาจจะพุ่งสูงขึ้นไปแตะระดับที่ 12,000 ดอลลาร์หรือมากกว่าได้หากราคายังคงอยู่ในกรอบ 11,450 ถึง 11,500ได้


Read more about:

Your Ad could be here 👋

Interested in advertising?

Click on the button below to contact for details

Contact us
Sponsored

🔥 เป็นที่นิยมในปัจจุบัน

ราคา crypto

เข้าร่วมชุมชนของเรา

Engage with people also reading CryptoSiam and discuss about what’s going on right now in crypto space.

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Bitcoin

พ่อรวยเผย

พ่อรวยเผย จะทำการช้อนซื้อบิทคอยน์หากราคาได้ทดสอบแนวรับที่ $20,000

พ่อรวยเผย จะทำการช้อนซื้อบิทคอยน์อีกครั้ง
งบการเงินล่าสุดของ Tesla เผยว่า บริษัทยังคงถือครองบิทคอยน์อยู่ โดยมีมูลค่า 1.26 พันล้านดอลลาร์

ยังไม่ขาย! งบการเงินล่าสุดของ Tesla เผยว่า บริษัทยังคงถือครองบิทคอยน์อยู่มูลค่า $1.26 พันล้าน

งบการเงินล่าสุดของบริษัท Tesla เผยว่า บริษัทยังคงถือครอง BTC มูลค่า 1.26 พันล้านดอลลาร์ บริษัทยังไม่กลับมารับการชำระเงินด้วยบิทคอยน์ แต่ตอนนี้ก็ยอมรับ dogecoin (DOGE) สำหรับสินค้าบางรายการ
ธนาคาร Seba

ธนาคาร Seba คาด บิทคอยน์มีโอกาสกลับมาแตะ $75,000 ได้ในปีนี้

ธนาคาร Seba มองอนาคตราคาบิทคอยน์เอาไว้อย่างน่าสนใจ
Imf ต้องการให้เอลซัลวาดอร์เลิกใช้บิทคอยน์ (Btc) เป็นสกุลเงินที่ถูกกฎหมาย

IMF ต้องการให้เอลซัลวาดอร์เลิกใช้กฎหมายเกี่ยวกับบิทคอยน์ (BTC)

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เรียกร้องให้เอลซัลวาดอร์ยุติการใช้บิทคอยน์เป็นสกุลเงินที่ถูกกฎหมาย และแสดงความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงทางการเงิน และความเสี่ยงอื่นๆ