Ransomware คริปโตกลับมาอีกครั้ง ทำให้วุฒิสภาสหรัฐอเมริกาเอาจริง เริ่มเดินหน้ากระบวนการสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับการใช้ไวรัสเรียกค่าไถ่ (ransomware) พร้อมกับยกระดับเดินหน้าป้องกันการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์กับคริปโตเคอร์เรนซี่
บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลรายงานถึงส่วนแบ่งทางตลาดคริปโตในยุโรปตะวันออกที่เติบโตแบบไม่ชอบมาพากล ทั้งยังมีตัวเลขของการโจมตีด้วย Ransomware เพิ่มขึ้นสูงอย่างเห็นได้ชัด โดยพวกเขามองว่าผู้ให้บริการเครือข่าย Darknet มีส่วนรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ในครั้งนี้
แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลคริปโต Santiment ระบุว่า กระแสความหวังต่อกฎหมาย CLARITY Act ของสหรัฐฯ กำลังสร้างความคึกคักให้ตลาด Bitcoin แต่ก็เตือนว่านักลงทุนควรระวัง เพราะตลาดคริปโตมักเคลื่อนไหวสวนทางกับความคาดหวังของคนส่วนใหญ่

ธนาคารกลางอังกฤษกำลังพิจารณาปรับกฎควบคุม Stablecoin ใหม่ หลังบริษัทคริปโตจำนวนมากมองว่าข้อจำกัดเดิมเข้มงวดเกินไป ทั้งเรื่องเพดานการถือครองและเงื่อนไขเงินสำรอง ซึ่งอาจทำให้ Stablecoin ที่ผูกกับเงินปอนด์แข่งขันกับ Stablecoin ดอลลาร์ได้ยาก

Arthur Hayes มองว่า สงครามในตะวันออกกลางและการแข่งขันด้าน AI ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน จะผลักดันให้รัฐบาลทั่วโลกอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบมากขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดันราคา Bitcoin กลับไปทดสอบระดับสูงสุดเดิมที่ 126,000 ดอลลาร์ภายในปีนี้


ความต้องการจากตลาด Spot ที่อ่อนแรง บวกกับเงินที่ไหลเข้าจากนักขุดและสถานะ Short ที่เพิ่งเปิดใหม่ สร้างแรงกดดันขาลงให้กับราคา Bitcoin อย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจากตลาด Futures ชี้ว่านักลงทุนที่เปิดสถานะ Long ยังเชื่อมั่นในแนวรับสำคัญของ Bitcoin แม้กระแสเงินไหลออกจาก Spot Bitcoin ETF และสัญญาณจาก Coinbase Premium จะเพิ่มความกังวลว่าความเชื่อมั่นของสถาบันอาจเริ่มเปลี่ยนไป