Michael Saylor ยืนยันว่า Bitcoin ในปัจจุบันมีความผันผวน “ลดลงอย่างต่อเนื่อง” แม้ราคาจะร่วงแรงในสัปดาห์ที่ผ่านมา และสวนกระแสนักวิเคราะห์จำนวนมากที่เชื่อว่าการไหลเข้าของทุนวอลล์สตรีททำให้ตลาดผันผวนหนักขึ้นกว่าเดิม
Michael Saylor ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริหารของ Strategy กลายเป็นหนึ่งในเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลโลก หลังความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่ต้นปี และถูกบรรจุชื่อใน Bloomberg Billionaire 500 เป็นครั้งแรก
Shirish Jajodia ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและหัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ของ Strategy บริษัทที่ถือ Bitcoin มากที่สุดในโลก เปิดเผยว่า การซื้อ Bitcoin ของบริษัทไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อขยับราคาในตลาด แต่เป็นการซื้อที่วางแผนอย่างรอบคอบ พร้อมย้ำว่าบริษัทสะสม BTC “แทบทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกวินาที”
การยอมรับคริปโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรม เกม และสินค้าดิจิทัล ขณะที่ มิลเลนเนียล และ Gen Z กลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่คุ้นเคยกับการใช้คริปโตมากที่สุด

รายงานจาก ARK Invest คาดว่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 61% โดย Bitcoin อาจมีราคาสูงถึง $1 ล้านต่อเหรียญภายในปี 2030 จากการยอมรับที่ขยายวงกว้างขึ้นทั่วโลก

ร่างกฎหมาย “Inflation Protection Act” เสนอให้รัฐเวสต์เวอร์จิเนียสามารถนำเงินไปลงทุนในโลหะมีค่า Stablecoin และคริปโตที่มีมูลค่าตลาดเกิน 750,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งขณะนี้มีเพียง Bitcoin

การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันศุกร์นี้อาจกลายเป็นสัญญาณลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมถึง Bitcoin ซึ่งเคยร่วงกว่า 20–30% ทุกครั้งหลัง BoJ ขึ้นดอกเบี้ยในรอบที่ผ่านมา


แรงกดดันจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ คำขู่ภาษีของประธานาธิบดี Donald Trump และผลประกอบการกลุ่มเทคโนโลยีที่น่าผิดหวัง ฉุดราคาของ Bitcoin ร่วงแรง ขณะที่ตลาดคริปโตสูญมูลค่ากว่า 2 แสนล้านดอลลาร์ใน 24 ชั่วโมง

Bitcoin ร่วงลงแตะ 83,400 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ หลังถูกกดดันจากแรงขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาด Futures แต่นักวิเคราะห์มองว่านี่เป็นเพียง “การปรับฐานชั่วคราว” มากกว่าจะเป็นสัญญาณกลับตัวเข้าสู่ขาลงระยะยาว

Metaplanet บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว อนุมัติแผนระดมทุนจากต่างประเทศมูลค่ากว่า 137 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำเงินไปซื้อ Bitcoin เพิ่ม ลงทุนขยายธุรกิจที่สร้างรายได้จาก Bitcoin และชำระคืนหนี้บางส่วน เพื่อเสริมสภาพคล่องและเพิ่มความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทในระยะยาว