BitMine เดินหน้าสะสม ETH ต่อเนื่อง ดันมูลค่าการถือครองเข้าใกล้ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ แม้ตลาดขาลงยังกดดัน
BitMine ยังคงเข้าซื้อ Ether อย่างต่อเนื่องท่ามกลางภาวะตลาดขาลง ส่งผลให้สัดส่วนการถือครองเข้าใกล้ 5% ของอุปทานทั้งหมด ขณะเดียวกันยังสร้างรายได้จากการ Staking แม้ Ethereum กำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน

BitMine ยังคงเข้าซื้อ Ether อย่างต่อเนื่องท่ามกลางภาวะตลาดขาลง ส่งผลให้สัดส่วนการถือครองเข้าใกล้ 5% ของอุปทานทั้งหมด ขณะเดียวกันยังสร้างรายได้จากการ Staking แม้ Ethereum กำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน
BitMine Immersion Technologies บริษัทด้านการบริหารคลังสินทรัพย์ดิจิทัล เดินหน้าสะสม Ether (ETH) เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าตลาดคริปโตจะยังอยู่ในภาวะซบเซาและราคาสินทรัพย์ดิจิทัลส่วนใหญ่ยังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก
บริษัทเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า ได้เข้าซื้อ ETH เพิ่มอีก 76,881 เหรียญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่ราคา ETH ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 1,600 ดอลลาร์ชั่วคราว ส่งผลให้ต้นทุนเฉลี่ยในการถือครองของบริษัทมีแนวโน้มลดลง โดย BitMine ยังคงดำเนินกลยุทธ์สะสม ETH อย่างต่อเนื่องโดยไม่คำนึงถึงความผันผวนระยะสั้นของราคา
ปัจจุบัน BitMine ถือครอง ETH รวมทั้งสิ้น 5,620,754 เหรียญ ที่ต้นทุนเฉลี่ย 1,718 ดอลลาร์ต่อเหรียญ
แม้ว่ามูลค่าพอร์ต ETH ของบริษัทจะอยู่ที่ราว 10,200 ล้านดอลลาร์ตามราคาตลาดปัจจุบัน แต่ข้อมูลจาก DropsTab ระบุว่าบริษัทยังคงมีผลขาดทุนที่ทางบัญชีออยู่เกือบ 9,000 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากราคาปัจจุบันยังต่ำกว่าระดับที่เคยทำจุดสูงสุดในอดีต
การเข้าซื้อครั้งล่าสุดทำให้ BitMine เข้าใกล้เป้าหมายการถือครอง ETH คิดเป็น 5% ของอุปทานหมุนเวียนทั้งหมดของ Ethereum ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 120.68 ล้านเหรียญ โดยบริษัทถือครอง ETH แล้วราว 4.66% ของอุปทานทั้งหมด
นอกจากการสะสม ETH แล้ว BitMine ยังนำเหรียญกว่า 4.1 ล้าน ETH หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 8,100 ล้านดอลลาร์ ไปทำ Staking บนเครือข่าย Ethereum เพื่อรับผลตอบแทนจากการช่วยรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย ซึ่งช่วยสร้างกระแสรายได้อย่างต่อเนื่องแม้ในช่วงที่ราคา ETH ปรับตัวลง
Ethereum ยังเผชิญแรงกดดันหลายด้าน
แม้ BitMine จะยังคงเชื่อมั่นใน Ethereum แต่ระบบนิเวศของ Ethereum กำลังเผชิญความท้าทายหลายประการในปีนี้
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือแรงกดดันต่อโมเดลธุรกิจของบริษัทที่ถือครองคริปโตเป็นสินทรัพย์สำรอง หลังจากราคาสินทรัพย์ดิจิทัลปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กองทุน Spot Ether ETF ในสหรัฐฯ เผชิญกระแสเงินไหลออกต่อเนื่อง โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดการไหลออกสุทธิติดต่อกัน 4 วัน และตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมมีหลายวันที่ยอดไหลออกต่อวันสูงกว่า 60 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม กองทุน ETH ETF ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ อย่าง ETHA ของ BlackRock ยังคงมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารมูลค่าประมาณ 4.75 พันล้านดอลลาร์ และถือครอง ETH คิดเป็นประมาณ 2.36% ของอุปทานหมุนเวียนทั้งหมด
ขณะเดียวกัน Ethereum ยังเผชิญคำถามเกี่ยวกับกลยุทธ์การขยายเครือข่ายผ่าน Layer-2 ซึ่งแม้จะช่วยเพิ่มความเร็วและลดค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรม แต่การที่กิจกรรมจำนวนมากย้ายออกจากเครือข่ายหลัก ไปยัง Layer-2 อาจส่งผลให้ Ethereum ได้รับรายได้จากค่าธรรมเนียมน้อยลง รวมถึงเผาเหรียญ ETH ลดลง ซึ่งอาจกระทบต่อคุณสมบัติด้านการลดอุปทานของเครือข่ายในระยะยาว
นอกจากนี้ Ethereum Foundation ยังเผชิญความไม่แน่นอนภายในองค์กร หลังมีผู้บริหาร นักวิจัย และผู้มีส่วนร่วมหลักอย่างน้อย 9 คนลาออกในปีนี้ นับเป็นหนึ่งในช่วงที่เกิดการสูญเสียบุคลากรสำคัญมากที่สุดในประวัติศาสตร์ขององค์กร ท่ามกลางการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่และการถกเถียงจากชุมชนเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนา การกำกับดูแล และบทบาทของ Ethereum Foundation ต่ออนาคตของเครือข่าย Ethereum ในระยะยาว
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








