นักลงทุนรายย่อยที่ถือ Bitcoin ไม่เกิน 1 BTC ส่งเหรียญเข้าสู่ Binance น้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมา แม้ตลาดขาขึ้นปี 2025 จะทำจุดสูงสุดใหม่ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญมองว่านี่คือ “การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง” ของตลาด
Binance แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลก กำลังเห็นสัญญาณความเคลื่อนไหวครั้งใหม่ หลังมี เงินฝาก Stablecoin กว่า 1.65 พันล้านดอลลาร์ ไหลเข้าสู่ระบบในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตัวเลขนี้ถือว่าเป็นระดับสูงที่มักจะถูกตีความว่าเป็นการเตรียมความพร้อมของนักลงทุนที่จะเข้าซื้อคริปโตในตลาด Spot
ข้อมูลจาก Bitwise ระบุว่า นักลงทุนที่ถือ Bitcoin อย่างน้อย 3 ปี มีโอกาสขาดทุนเพียง 0.7% ขณะที่ผู้ที่ถือ 3–5 ปียังคงมีกำไรเฉลี่ยราว 90% แม้ราคาจะปรับฐานแรงรอบล่าสุด

แม้ตลาดคริปโตจะอยู่ในช่วงขาลงต่อเนื่องหลายเดือน แต่ข้อมูลบล็อกเชนชี้ว่า “วาฬ Bitcoin” ได้กลับมาซื้อสะสมเหรียญอีกครั้งกว่า 236,000 BTC นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025 โดยข้อมูลคำสั่งซื้อเฉลี่ยบนตลาด Spot บ่งชี้ถึงการกลับมาของนักลงทุนรายใหญ่

ข้อมูลบนบล็อกเชนเผยว่า Tether กำลังเผชิญกับการลดลงของอุปทาน USDT ครั้งใหญ่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 หลังจากนักลงทุนรายใหญ่ทยอยแลกคืนเหรียญออกจากระบบ สะท้อนแนวโน้มของสภาพคล่องที่หายไปจากตลาดคริปโต

มูลค่ารวมของตลาด Memecoin ดิ่งลงกว่า 34% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ท่ามกลางตลาดคริปโตที่อ่อนแรง แต่แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลคริปโต Santiment ระบุว่า การร่วงครั้งนี้อาจไม่ใช่สัญญาณจบเกม แต่อาจเป็น “จุดยอมแพ้” ของนักลงทุนที่มักเกิดขึ้นก่อนที่ตลาดจะเริ่มฟื้นตัว

ผลสำรวจโดย OKX พบว่า Gen Z ราว 13% เคยใช้ คริปโตเคอร์เรนซี จ่ายค่าเดต ขณะที่อีกหลายรายยอมรับว่ายังไม่สามารถทำได้เพราะ “ไม่มีช่องทางการจ่ายโดยตรง” นอกจากนี้ คนรุ่นใหม่นี้ยังมองว่าความรู้ด้านการเงินเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่ทำให้คู่เดตดูน่าสนใจมากขึ้น


บริษัทขุด Bitcoin ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นทยอยขายมากขึ้น หลังรายได้จากการขุดลดลง ต้นทุนสูงขึ้น และแรงกดดันด้านหนี้สินทำให้อุตสาหกรรมต้องทบทวนกลยุทธ์ “ขุดแล้วยังถือต่อ” ที่เคยได้รับความนิยมในช่วงตลาดขาขึ้น

เงินทุนที่ไหลเข้าสู่บริษัทคลังสินทรัพย์ดิจิทัล ลดลงเหลือประมาณ 555 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 โดย Bitcoin ยังคงเป็นสินทรัพย์หลักที่ถูกนำมาใช้ในกลยุทธ์คลังสินทรัพย์ของบริษัทเหล่านี้

Bitcoin ฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจากจุดต่ำสุดช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ แต่ข้อมูลบนบล็อกเชนชี้ว่า 43% ของผู้ถือยังขาดทุน ขณะที่นักลงทุนในตลาดอนุพันธ์ปรับลดความเสี่ยงลง ทำให้ระดับ 76,000–78,000 ดอลลาร์กลายเป็นแนวต้านสำคัญของรอบนี้