Bitcoin พุ่งทะลุ 67,000 ดอลลาร์ หลังสหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิง นักลงทุนเริ่มจับตาโอกาสกลับสู่ตลาดขาขึ้น
Bitcoin ดีดตัวเหนือ 67,000 ดอลลาร์หลังข่าวข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านช่วยคลายความกังวลในตลาดการเงินโลก แม้ข้อมูลตลาดอนุพันธ์ยังสะท้อนความระมัดระวังของนักลงทุน แต่แรงซื้อจากกองทุน Spot Bitcoin ETF และการสะสมเหรียญอย่างต่อเนื่องของ Strategy ยังคงเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อแนวโน้มราคา

Bitcoin ดีดตัวเหนือ 67,000 ดอลลาร์หลังข่าวข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านช่วยคลายความกังวลในตลาดการเงินโลก แม้ข้อมูลตลาดอนุพันธ์ยังสะท้อนความระมัดระวังของนักลงทุน แต่แรงซื้อจากกองทุน Spot Bitcoin ETF และการสะสมเหรียญอย่างต่อเนื่องของ Strategy ยังคงเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อแนวโน้มราคา
Bitcoin ปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 67,000 ดอลลาร์ในช่วงต้นสัปดาห์ หลังจากประธานาธิบดี Donald Trump ของสหรัฐฯ ประกาศข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านเมื่อช่วงปลายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง หลังจากตลาดเผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์มาเป็นเวลาหลายสัปดาห์
การคลี่คลายสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 100 วัน ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้นกว่า 3% สะท้อนการกลับมาของความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง อย่างไรก็ตาม แม้ Bitcoin จะสามารถทะลุระดับ 67,000 ดอลลาร์ได้ แต่ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์ยังบ่งชี้ว่านักลงทุนส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจต่อการฟื้นตัวครั้งนี้อย่างเต็มที่
ตลาดอนุพันธ์สะท้อนความระมัดระวัง
ข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่าอัตราพรีเมียมของสัญญา Bitcoin Futures หรือ Basis Rate อยู่ที่เพียง 2% ซึ่งยังต่ำกว่าระดับ 4% ที่ถือเป็นภาวะปกติของตลาดขาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ที่สำคัญ ตัวชี้วัดดังกล่าวไม่สามารถกลับขึ้นเหนือระดับ 4% ได้ติดต่อกันนานกว่า 3 เดือน สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนยังไม่ต้องการเปิดสถานะ Long ด้วย Leverage ในระดับสูง แม้ Bitcoin จะดีดตัวขึ้นกว่า 4% ภายในวันเดียว จนส่งผลให้สถานะ Short ถูกบังคับปิด (Short Liquidation) มูลค่ากว่า 210 ล้านดอลลาร์ก็ตาม
ขณะเดียวกัน ตลาด Options ยังแสดงสัญญาณความกังวลต่อความเสี่ยงขาลง โดย Put Options หรือสัญญาที่ใช้ป้องกันการปรับตัวลงของราคา มีราคาพรีเมียมสูงกว่า Call Options ถึง 16% สะท้อนว่านักลงทุนจำนวนมากยังคงเตรียมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ETF และ Strategy ยังเป็นแรงหนุนสำคัญ
แม้ความเชื่อมั่นในตลาดอนุพันธ์จะยังไม่แข็งแกร่ง แต่ตลาด Bitcoin ยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากฝั่งสถาบัน โดยกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มียอดเงินไหลเข้าสุทธิ 86 ล้านดอลลาร์ในวันศุกร์ที่ผ่านมา
แม้ตัวเลขดังกล่าวจะยังไม่มากพอที่จะชดเชยเงินทุนไหลออกสะสมกว่า 730 ล้านดอลลาร์ตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน แต่ก็ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ช่วยลดแรงกดดันต่อราคาในระยะสั้น
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการเดินหน้าสะสม Bitcoin อย่างต่อเนื่องของ Strategy บริษัทที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลก โดยก่อนหน้านี้บริษัทได้ประกาศเข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มอีกหลายรอบ แม้ราคาจะยังเคลื่อนไหวต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยของบริษัทก็ตาม
การสะสมเหรียญอย่างต่อเนื่องของ Strategy ช่วยลดความกังวลของตลาดเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ผู้ถือครองรายใหญ่จะเทขายสินทรัพย์จำนวนมาก ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อราคาในช่วงก่อนหน้า
SpaceX จุดประกายความเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยง
อีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนคือความสำเร็จของการเสนอขายหุ้น IPO ของ SpaceX บริษัทด้านอวกาศและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของ Elon Musk
SpaceX สามารถระดมทุนได้ถึง 75,000 ล้านดอลลาร์จากการเสนอขายหุ้นครั้งแรก ซึ่งถือเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้มูลค่าบริษัทพุ่งแตะระดับ 2.1 ล้านล้านดอลลาร์ หลังราคาหุ้นปรับตัวขึ้นกว่า 14% ในวันแรกของการซื้อขาย
นอกจากนี้ เอกสารที่ยื่นต่อ SEC ยังเปิดเผยว่า SpaceX ถือครอง Bitcoin จำนวน 18,712 BTC ในงบดุลของบริษัทอีกด้วย ซึ่งตอกย้ำบทบาทของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ที่เริ่มได้รับการยอมรับจากบริษัทขนาดใหญ่ทั่วโลกมากขึ้น
Bitcoin ยังมีโอกาสกลับสู่ 70,000 ดอลลาร์
แม้ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์จะยังสะท้อนความระมัดระวังของนักลงทุน แต่ปัจจัยมหภาคหลายด้านเริ่มเปลี่ยนไปในทิศทางที่เอื้อต่อสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
หากสถานการณ์ดังกล่าวดำเนินต่อไป อาจเปิดทางให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีความยืดหยุ่นในการดำเนินนโยบายการเงินมากขึ้นในอนาคต ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อ Bitcoin และตลาดคริปโตโดยรวม
ด้วยเหตุนี้ หาก Bitcoin สามารถรักษาระดับเหนือ 67,000 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง โอกาสในการกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านสำคัญบริเวณ 70,000 ดอลลาร์ในระยะถัดไปก็ยังคงเปิดกว้างอยู่เช่นกัน
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








