Grayscale ยื่นขออนุมัติ SEC เปิดตัวกองทุน Spot BNB ETF ขยายพอร์ตจาก Bitcoin และ Ether
หากได้รับอนุมัติ นักลงทุนในสหรัฐฯ จะสามารถลงทุนใน BNB ได้ผ่านผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล โดยไม่ต้องถือเหรียญจริงด้วยตนเอง

หากได้รับอนุมัติ นักลงทุนในสหรัฐฯ จะสามารถลงทุนใน BNB ได้ผ่านผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล โดยไม่ต้องถือเหรียญจริงด้วยตนเอง
บริษัทจัดการสินทรัพย์ดิจิทัล Grayscale ได้ยื่นคำขอกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) เพื่อจัดตั้งกองทุน Spot Exchange-Traded Fund (ETF) ที่อ้างอิงกับราคาของ BNB โดยตรง ถือเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญของบริษัทในการขยายผลิตภัณฑ์ให้มีมากกว่า Bitcoin และ Ether
ตามเอกสารการลงทะเบียนที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กองทุน Grayscale BNB ETF จะถือเหรียญ BNB จริง และออกหน่วยลงทุนที่สะท้อนมูลค่าตลาดของเหรียญหลังหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย โดยมีแผนจะเข้าซื้อขายในตลาด Nasdaq ภายใต้สัญลักษณ์ GBNB หากได้รับการอนุมัติจาก SEC
ผลิตภัณฑ์นี้จะเปิดทางให้นักลงทุนในสหรัฐฯ สามารถเข้าถึงการลงทุนใน BNB ผ่านช่องทางที่ถูกกำกับดูแลโดยไม่ต้องเก็บเหรียญด้วยตนเอง หรือถือไว้บนแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและการดูแลสินทรัพย์
BNB เหรียญหลักของระบบนิเวศ Binance
การยื่นขอจัดตั้ง Spot BNB ETF นับเป็นเรื่องน่าสนใจ เนื่องจาก BNB เป็น คริปโตที่มีมูลค่าตลาดมากเป็นอันดับ 4 ของโลก โดยมีมูลค่ารวมกว่า $1.2 แสนล้าน ในขณะที่ยื่นเอกสารดังกล่าว
BNB เป็นเหรียญประจำระบบนิเวศของ Binance ใช้สำหรับชำระค่าธรรมเนียมธุรกรรมบน BNB Smart Chain มีบทบาทในการกำกับดูแลเครือข่าย และให้สิทธิ์ผู้ถือเหรียญรับส่วนลดค่าธรรมเนียมการเทรดบนแพลตฟอร์ม Binance
การแข่งขันในสนาม ETF สำหรับสินทรัพย์อื่นนอกจาก Bitcoin
การยื่นขอของ Grayscale ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีความพยายามจะนำ BNB ETF เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ VanEck ก็ได้ยื่นแบบจดทะเบียนสำหรับกองทุน BNB ETF เช่นกัน พร้อมแบบฟอร์ม S-1 ฉบับแก้ไข เพื่อเตรียมเข้าซื้อขายใน Nasdaq ภายใต้สัญลักษณ์ VBNB ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาที่นำหน้าไปกว่า Grayscale เล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม การยื่นขอของ Grayscale เน้นย้ำถึงยุทธศาสตร์การขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ของบริษัท หลังประสบความสำเร็จจากการเปิดตัว Spot Bitcoin ETF และ Ether ETF ซึ่งขณะนี้ทั้งสองสินทรัพย์รวมกันมีมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหารมากกว่า $1 แสนล้านดอลลาร์
สะท้อนความต้องการของนักลงทุนต่อสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้การกำกับดูแล
หาก BNB ETF ได้รับอนุมัติ จะช่วยขยายช่องทางการเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับนักลงทุนรายใหญ่ในสหรัฐฯ จากเดิมที่จำกัดอยู่เพียง Bitcoin และ Ether ไปสู่สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศของแพลตฟอร์มคริปโตรายใหญ่ของโลกอย่าง Binance
ความเคลื่อนไหวนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของคลื่นลูกใหม่ในวงการคริปโต ETF ที่เปิดประตูให้นักลงทุนสถาบันสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในสินทรัพย์ดิจิทัลได้มากกว่าที่เคย
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








