Binance แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลก กำลังเห็นสัญญาณความเคลื่อนไหวครั้งใหม่ หลังมี เงินฝาก Stablecoin กว่า 1.65 พันล้านดอลลาร์ ไหลเข้าสู่ระบบในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตัวเลขนี้ถือว่าเป็นระดับสูงที่มักจะถูกตีความว่าเป็นการเตรียมความพร้อมของนักลงทุนที่จะเข้าซื้อคริปโตในตลาด Spot
ท่ามกลางความผันผวนของตลาดการเงินโลก ทองคำยังคงครองความเชื่อมั่นจากนักลงทุนมืออาชีพ แม้ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของทองคำจะปรับตัวลดลง แต่โลหะมีค่าที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานนี้ยังคงได้รับความนิยมเหนือกว่า Bitcoin ในกลุ่มผู้จัดการกองทุนชั้นนำ โดยถูกเลือกเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
Changpeng Zhao (CZ )ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีต CEO ของ Binance ยอมรับว่ากระบวนการลิสต์โทเคนของ Binance มีข้อบกพร่อง พร้อมแนะนำให้กระดานเทรดแบบรวมศูนย์ (CEXs) ปรับปรุงแนวทางการลิสต์เหรียญให้มีความอัตโนมัติเหมือนกระดานเทรดแบบกระจายศูนย์ (DEXs)
ข้อมูลตลาดล่าสุดชี้ว่า Bitcoin เริ่มแสดงสัญญาณแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับทองคำ หลังอัตราส่วน BTC–ทองคำฟื้นตัวจากแนวรับสำคัญ ขณะที่กระแสเงินทุนเริ่มไหลเข้าสู่ Bitcoin ETF อีกครั้ง ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

ข้อมูลตลาดระบุว่าการลงทุนใน Bitcoin มักต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปีจึงมีโอกาสสร้างกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากความผันผวนระยะสั้นอาจทำให้นักลงทุนที่เข้าซื้อใกล้จุดสูงสุดต้องเผชิญกับการขาดทุนในช่วงแรก

ข้อมูลจาก Bitwise ระบุว่า นักลงทุนที่ถือ Bitcoin อย่างน้อย 3 ปี มีโอกาสขาดทุนเพียง 0.7% ขณะที่ผู้ที่ถือ 3–5 ปียังคงมีกำไรเฉลี่ยราว 90% แม้ราคาจะปรับฐานแรงรอบล่าสุด

แม้ตลาดคริปโตจะอยู่ในช่วงขาลงต่อเนื่องหลายเดือน แต่ข้อมูลบล็อกเชนชี้ว่า “วาฬ Bitcoin” ได้กลับมาซื้อสะสมเหรียญอีกครั้งกว่า 236,000 BTC นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025 โดยข้อมูลคำสั่งซื้อเฉลี่ยบนตลาด Spot บ่งชี้ถึงการกลับมาของนักลงทุนรายใหญ่


จำนวนผู้ถือ XRP ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 7.7 ล้านราย ขณะที่การใช้งานเครือข่ายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งสัญญาณบวกต่อราคา แต่การพุ่งทะลุแนวต้าน $1.60 ยังคงเป็นจุดชี้ขาดสำคัญ

ศาลอังกฤษระบุ สามีมีโอกาสชนะคดีสูง หลังส่งฟ้องภรรยาที่แอบใช้กล้องวงจรปิดบันทึก seed phrase ก่อนขโมย Bitcoin มูลค่ากว่า 176 ล้านดอลลาร์

กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐมีเงินไหลเข้า 6 วันติดต่อกันรวมเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ สอดคล้องกับราคา Bitcoin ที่พุ่งกว่า 12% แตะระดับ $74,000

งานวิจัยจาก Cambridge Centre for Alternative Finance พบว่าเครือข่าย Bitcoin มีความทนทานต่อความเสียหายของสายเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้น้ำอย่างมาก โดยต้องมีสายเคเบิลเสียหายอย่างน้อย 72% จึงจะเริ่มส่งผลต่อโหนดของเครือข่าย