ตามรายงานของสื่อท้องถิ่นอย่าง DongA กล่าวว่า ข้อบังคับสำหรับการเก็บภาษี Cryptocurrency ถูกเลื่อนออกไป โดยเลื่อนออกไปอีกเป็นระยะเวลาถึงสามเดือน จากตอนแรกที่ทางรัฐบาลวางแผนว่าเริ่มต้นยาแรงเม็ดนี้ในเดือนตุลาคม ท้ายที่สุดก็มีการปรับเปลี่ยนวันดำเนินการไปเป็นเดือนมกราคมของปีถัดไปแทน ซึ่งการเลื่อนในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายนิติบัญญัติของรัฐสภาของประเทศ

ยาแรงที่ไม่มีใครคาดคิด

ก่อนหน้านี้มีการรายงานว่า เกาหลีใต้ตั้งใจที่จะเรียกเก็บภาษีรายได้ 20% จากผลกำไรของสกุลเงินดิจิทัล ผ่านร่างกฎหมายที่เสนอโดยหน่วยงานกฎหมายของประเทศ ซึ่งจะมีการจัดการภาษีสำหรับกำไรจากการลงทุนอย่างน้อย 2.5 ล้านวอน หรือคิดเป็นมูลค่า 2262.49 ดอลลาร์สหรัฐ โดยการเสนอร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับภาษีรายได้จากผลกำไรของสกุลเงินดิจิทัล จะเก็บภาษีจาก Initial Coin Offering (ICO) ซึ่งก็คือการระดมทุนแบบดิจิทัลด้วยการเสนอขายโทเ​​​คนดิจิทัลผ่านระบบบล็อกเชนต่อสาธารณชน ซึ่งกฎหมายนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการรับรู้ถึงการเติบโตที่เพิ่มขึ้นในการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล รวมถึงธุรกรรม และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงิน Crypto ในเกาหลีใต้

โดยปัจจัยหลักที่ทำให้กฎระเบียบด้านภาษีไม่สามารถใช้งานจริงได้ในเดือนตุลาคม 2021 เพราะทางรัฐบาลยังมองว่าพวกเขาต้องการเวลามากขึ้นในการพัฒนาขีดความสามารถสำหรับระบบการรายงานภาษี ให้ตอบสนองต่อการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลในเกาหลีใต้ได้อย่างเหมาะสม

โดยการสร้างกฎภาษีเงินได้จากสกุลเงิน Crypto นั้นเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามกฎหมายด้านข้อมูลทางการเงินพิเศษซึ่งมีข้อบังคับระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “ผู้ให้บริการการแลกเปลี่ยน” จำเป็นต้องกรอกรายงานทางธุรกิจ โดยมีบัญชีเงินฝากที่สามารถตรวจสอบชื่อจริงของผู้ใช้บริการการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน Crypto ได้ ซึ่งสิ่งนี้มีกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2021 ก่อนที่การเลื่อนส่วนขยายภาษีเงินได้จากสกุลเงิน Crypto จะเริ่มขึ้น และยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าส่วนขยายที่เสนอจะส่งผลต่อกำหนดเวลานี้หรือไม่ อย่างไร

เกาหลีใต้ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เข้มงวด

เป็นที่รู้กันดีว่ามีกลุ่มผู้ไม่หวังดีได้ใช้ Cryptocurrency เป็นหนึ่งในช่องทางเพื่อกระทำสิ่งที่ละเมิดต่อกฎหมายอยู่เสมอ แต่ทว่าสิ่งนั้นไม่สามารถดำเนินการได้โดยง่ายในประเทศเกาหลีใต้ เพราพวกเขานั้นมีชื่อเสียงจากการควบคุมการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลด้วยธุรกรรมทางการเงินที่น่าสงสัย โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่าตำรวจโซลได้บุกเข้าไป ทำการตรวจค้นและตรวจยึดสำนักงานของ Bithumb ซึ่งเป็นเว็บเทรดสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้และเป็นการแลกเปลี่ยนคริปโตอันดับ 9 ตามปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันทั่วโลก จากความสงสัยที่ว่าพวกเขาอาจจะฉ้อโกงด้วยโทเค็นที่รู้จักกันในชื่อ BXA ซึ่งในท้ายที่สุดมันก็ได้สร้างความเสียหายให้กับนักลงทุนถึง 30 พันล้านวอน (25 ล้านดอลลาร์)