ข่าวคริปโตเคอเรนซี่

ส่องรายชื่อ Crypto Exchange ที่ส่อแววจะล้มตาม FTX

9

วิกฤตการล่มสลายของอดีตแพลตฟอร์มเทรด Crypto เบอร์ 2 ของโลกอย่าง FTX กำลังสั่นคลอนวงการอย่างต่อเนื่อง และนั่นทำให้มี Crypto Exchange ที่ส่อแววจะล้มตาม FTX เป็นจำนวนมาก

เมื่ออาณาจักรที่เคยรุ่งเรืองของแพลตฟอร์ม FTX บริษัทที่เคยขึ้นชื่อว่าเป็นถึงกระดานเทรดเบอร์ 2 ของโลก สูญสิ้นลง และประสบกับภาวะล้มละลาย มันก็ได้สร้างผลร้ายต่อตลาดคริปโต (ที่เดิมที่ก็แย่อยู่แล้ว) อย่างมหาศาล

อย่างไรก็ดียิ่งวันเวลาผ่านไป วิกฤตการณ์ FTX ก็จะมีแต่ทวีความรุนแรงขึ้นเท่านั้น ซึ่งบริษัทสายเลือดคริปโต 100 % หลายแห่งก็ประสบผลพวงของ FTX กันทั้งนั้น โดยบริษัทไหนกำลังจะเป็นเหยื่อรายล่าสุดบ้าง วันนี้เรามาดูกัน!

Crypto Exchange ที่ส่อแววจะล้มตาม FTX

Hbit Limited

1144653836-1-scaled.jpg

บริษัท New Huo Technology Limited (HKEX: 1611) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKEX: 1611) ที่จดทะเบียนในฮ่องกง ได้ออกมาประกาศข้อมูลภายในเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ว่า

เราไม่สามารถถอนสินทรัพย์คริปโตเคอเรนซี
(Cryptocurrency) ออกมาจากแพลตฟอร์ม Crypto Exchange อย่าง
FTX

ทั้งนี้ทางบริษัทยังระบุอีกด้วยว่า ความเสียหายข้างต้นมีมูลค่าถึง 18.1 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่ยังเป็นเงินของบริษัทในเครือ Hbit Limited ที่ถูกฝากไว้ในการแลกเปลี่ยนคริปโต FTX และแบ่งได้ ดังนี้

  • งบประมาณ 13.2 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็น ทรัพย์สินของลูกค้าตามคำขอซื้อขายของลูกค้า
  • งบประมาณ 4.9 ล้านดอลลาร์ เป็นทรัพย์สินของ Hbit Limited

อย่างไรก็ดี ทางบริษัทยืนยันว่าปัญหาเหล่านี้จะไม่กระทบภาคส่วนอื่น ๆ ของบริษัท รวมถึงจะไม่ส่งผลเสียต่อ Huobi อย่างแน่นอน เนื่องจาก Hbit Limited ถูกแยกออกจากหน่วยงานธุรกิจอื่น ๆ ของกลุ่มโดยชอบด้วยกฎหมาย

Crypto.com

9.png

ความพังของแพลตฟอร์ม FTX ที่เกิดขึ้นนั้น ได้ทำให้ผู้คนจำนวนมากตื่นตัวกับ ‘การป้องกันความเสี่ยง’ ซึ่งแต่เดิมเป็นเรื่องที่มักจะถูกมองข้าม โดยชาวเน็ต และนักลงทุนจำนวนมาก ต่างก็เริ่มตั้งคำถามย้อนไปยังแพลตฟอร์ม Crypto Exchange ทั้งหลาย ว่าปกปิดอะไรอยู่หรือไม่?

จากนั้น... เหล่า Exchange จำนวนมากก็โชว์ว่าพวกเขามีเงินรองรับจริง ๆ ด้วยการอวดรายการการทำธุรกรรมผ่านที่อยู่กระเป๋าเงินเย็น และร้อนของพวกเขาต่อสาธารณะ ซึ่งทาง Crypto.com ก็ต่อขบวนอวดเงินของพวกเขาด้วย

แต่ทว่า ทาง Crypto.com ดันอวดแบบไม่ดูตาม้าตาเรือจนชาวเน็ตดันไปสังเกตเห็นว่า ข้อมูล Cold Store ของ Crypto.com เปิดเผยการโอนที่น่าสงสัย 320,000 ETH

และท้ายที่สุด CEO ก็มาเฉลยว่า เรื่องนี้เป็นการโอนผิดบัญชีเท่านั้นเอง... ‘เท่านั้นเอง’ จริง ๆ หรอครับท่าน?

อย่างไรก็ดี หลังจากทราบข่าวข้างต้น ชาวคริปโตจำนวนมากต่างแสดงความไม่พอใจอย่างมาก ไม่เว้นแม้แต่เหล่ากูรูการเงินไทย ไม่ว่าจะเป็น คุณปรมินทร์ อินโสม ผู้ก่อตั้ง Satang หรือแม้แต่ อ.ตั๊ม หรือคุณ Piranha33 ผู้เป็นกรรมการผู้จัดการ CDC ChalokeDotCom ต่างก็ ‘ไม่ปลื้ม’ ความผิดพลาดของ Crypto.com และสนับสนุนให้ผู้คนออกห่างจากแพลตฟอร์มนี้โดยเร็ว

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ Crypto.com ก็คือ พวกเขาระงับฟังก์ชันการถอนเงินแล้ว และประกาศผ่านทวิตเตอร์ @cryptocom ว่า "มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว และมีคำถามมากมายที่เราต้องการจะกล่าวถึง"

ความซวยจากการเลือกช่วงเวลาผิด

ในขณะเดียวกันกับที่เกิดวิกฤตการณ์ FTX ในวงการคริปโต ทาง AAX ซึ่งเป็นบริษัท Crypto Exchange ในฮ่องกงอีกราย ก็ดันหาความซวยมาให้ตัวเองเสียอย่างนั้น เพราะจู่ ๆ พวกเขาก็ระงับการถอนเงินออกจากแพลตฟอร์ม แถมยังขยายระยะเวลาการระงับการถอนเงินเสียอีกด้วย ซึ่งทาง AAX กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (13 พฤศจิกายน) ว่า

พวกเขามีความจำเป็นต้องระงับการถอนเงินต่อไปเป็นเวลาเจ็ดถึงสิบวันเนื่องจาก
"การอัปเกรดระบบตามกำหนด" เพื่อปกป้องผู้ใช้จากการโจมตีที่เป็นอันตราย

Ben Caselin รองประธาน AAX ทวีตในช่วงเช้าของวันจันทร์ โดยยอมรับว่านี่เป็น "ช่วงเวลาที่ไม่ดีสำหรับการบำรุงรักษาตามกำหนดการที่ @AAXExcahnge" แต่ก็เสริมว่าสาเหตุที่พวกเขาต้องบำรุงรักษาแพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนของพวกเขาก็เป็นไป "เพื่อแก้ไขจุดอ่อนที่ร้ายแรงที่ ซึ่งการแก้บั๊คครั้งนี้อาจะใช้เวลายืดเยื้อนานกว่าปกติ และจะมากกว่า 24 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม AAX เน้นย้ำว่าแพลตฟอร์มใต้การดูแลของเขาความเสี่ยงทางการเงินต่อ FTX หรือบริษัทในเครือเลยแม้แต่น้อย

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง

ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล

Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว

ข่าวต่อไป

บทความที่เกี่ยวข้อง

Max Template (77)
ethereum แซง bitcoin
Blockchain Thailand Genesis 2022
Bitfront ประกาศปิดตัวอย่างเป็นทางการ