ตลาดคริปโตเผชิญแรงกดดัน หลัง Trump ส่งสัญญาณไม่แน่นอนเรื่องอิหร่าน ขณะที่ประธาน Fed คนใหม่เริ่มกำหนดทิศทางนโยบายการเงิน
Bitcoin และสินทรัพย์เสี่ยงยังคงเผชิญความผันผวน หลัง Donald Trump ส่งสัญญาณว่าข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านยังไม่สิ้นสุด ขณะที่ Kevin Warsh ประธาน Fed คนใหม่คงอัตราดอกเบี้ยตามคาด ท่ามกลางเงินทุนที่ยังไหลออกจาก Bitcoin ETF และความกังวลเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของ Strategy

Bitcoin และสินทรัพย์เสี่ยงยังคงเผชิญความผันผวน หลัง Donald Trump ส่งสัญญาณว่าข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านยังไม่สิ้นสุด ขณะที่ Kevin Warsh ประธาน Fed คนใหม่คงอัตราดอกเบี้ยตามคาด ท่ามกลางเงินทุนที่ยังไหลออกจาก Bitcoin ETF และความกังวลเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของ Strategy
ตลาดการเงินทั่วโลกกลับมาเผชิญแรงกดดันอีกครั้ง หลังจากประธานาธิบดี Donald Trump ออกมาแสดงความเห็นว่าข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่ได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่าความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์อาจกลับมาสร้างแรงกระเพื่อมต่อเศรษฐกิจโลกและตลาดสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง
ในวันพุธที่ผ่านมา ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง หลัง Trump ระบุว่าบันทึกข้อตกลงที่ทำร่วมกับอิหร่านยังไม่ถือเป็นข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะมีกำหนดลงนามข้อตกลงอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ และเข้าสู่ช่วงเจรจาเพิ่มเติมอีก 60 วันก็ตาม
แม้ Trump จะกล่าวว่าข้อตกลงดังกล่าวควรเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดและอาจช่วยให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง แต่คำเตือนเรื่องการใช้มาตรการทางทหารเพิ่มเติมหากอิหร่าน “ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง” ยังคงสร้างความไม่แน่นอนให้กับนักลงทุน
ราคาน้ำมันลดลง แต่ตลาดยังไม่มั่นใจเรื่องเงินเฟ้อ
ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 100 วัน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจำนวนมากยังไม่เชื่อว่าต้นทุนพลังงานจะลดลงอย่างยั่งยืน
ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 4.16% ซึ่งแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากสองสัปดาห์ก่อนหน้า สะท้อนว่าตลาดยังไม่มั่นใจว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะสามารถเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยได้ในเร็วนี้
สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึง Bitcoin ที่มักได้รับประโยชน์จากสภาพคล่องทางการเงินและดอกเบี้ยในระดับต่ำ
การประชุม Fed ครั้งแรกของ Kevin Warsh ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ตลาดให้ความสนใจคือการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของ Fed ครั้งแรกภายใต้การนำของ Kevin Warsh
แม้การตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยจะเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่บรรดานักลงทุนยังคงพยายามประเมินมุมมองของ Warsh ต่อเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และทิศทางนโยบายการเงินในระยะต่อไป
ขณะเดียวกัน ข้อมูลยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ในเดือนพฤษภาคม 2026 เพิ่มขึ้น 6.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งอาจสะท้อนถึงการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ยังแข็งแกร่ง แต่ในอีกด้านหนึ่งก็อาจเป็นผลมาจากราคาสินค้าที่สูงขึ้น โดยเฉพาะด้านพลังงานและเชื้อเพลิง
Bitcoin ยังขาดแรงหนุนจากนักลงทุนสถาบัน
แม้ว่าตลาดหุ้นเทคโนโลยีจะยังคงแข็งแกร่ง โดยดัชนี Nasdaq-100 ซื้อขายต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลเพียงประมาณ 2% แต่ Bitcoin กลับไม่สามารถยืนเหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์นับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม
หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือการขาดแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบัน
ข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่า Spot Bitcoin ETFs ในสหรัฐฯ มียอดเงินไหลออกสุทธิรวมกว่า 2.1 พันล้านดอลลาร์ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน ขณะที่ราคาของ Bitcoin บน Coinbase ยังคงซื้อขายต่ำกว่าราคาบนตลาดต่างประเทศต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า 5 สัปดาห์
สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นสัญญาณว่าความต้องการซื้อจากนักลงทุนสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับต่ำ
ความกังวลใหม่จากหุ้น STRC ของ Strategy
นอกจากแรงขายจาก ETF แล้ว นักลงทุนยังเริ่มจับตาความเคลื่อนไหวของหุ้น STRC ซึ่งเป็นหุ้นบุริมสิทธิ์ของบริษัท Strategy อย่างใกล้ชิด
STRC เสนอผลตอบแทนในรูปเงินปันผลสูงถึง 11.5% ต่อปี แต่บริษัทสามารถออกหุ้นใหม่ได้ก็ต่อเมื่อราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 100 ดอลลาร์เท่านั้น
ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน Strategy ต้องจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดราว 142 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน ขณะที่เงินสดในมืออยู่ที่ประมาณ 1.1 พันล้านดอลลาร์ และมีหุ้นบุริมสิทธิ์คงค้างรวมกว่า 15,500 หมื่นล้านดอลลาร์
นักลงทุนจึงเริ่มกังวลว่าบริษัทอาจต้องเลือกใช้วิธีเพิ่มทุนด้วยการออกหุ้น MSTR เพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้ผู้ถือหุ้นเดิมถูกลดสัดส่วนการถือครอง หรืออาจต้องใช้เงินสดสำรองจำนวนมากเพื่อรองรับภาระดังกล่าว
ยังไม่มีสัญญาณว่า Strategy จะขาย Bitcoin
แม้จะมีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับฐานะทางการเงินของ Strategy แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานใดที่บ่งชี้ว่าบริษัทจะถูกบังคับให้ขาย Bitcoin ที่ถือครองอยู่
นักวิเคราะห์มองว่า แม้กระแสเงินทุนจากสถาบันจะกลับเข้าสู่ Bitcoin อีกครั้งในอนาคต แต่ความไม่แน่นอนของข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงทิศทางดอกเบี้ยของ Fed อาจทำให้การฟื้นตัวอย่างยั่งยืนของ Bitcoin ไปสู่ระดับ 80,000 ดอลลาร์ต้องใช้เวลานานกว่าที่หลายฝ่ายคาดหวัง
ในระยะสั้น ตลาดคริปโตจึงยังคงต้องเผชิญทั้งแรงกดดันจากปัจจัยมหภาคและความกังวลด้านสภาพคล่อง ขณะที่นักลงทุนยังคงรอความชัดเจนจากทั้งนโยบายการเงินของสหรัฐฯ และสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








