เจ้าหน้าที่สนามบินอิตาลีถูกตั้งข้อกล่าวหาจากการใช้ประโยชน์ของระบบคอมพิวเตอร์ในสถานที่ทำงานของเขาเพื่อขุด Ethereum (ETH)

สำนักข่าว Rai News ของอิตาลีรายงานว่ามีพนักงานของสนามบินแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในเมือง Lamezia Terme ของอิตาลี ได้ถูกกล่าวหาว่าทำการใส่มัลแวร์สำหรับการขุดลงในระบบคอมพิวเตอร์ของสนามบิน โดยพนักงานรายนี้ได้ติดตั้งแท่นขุดเจาะหลายต่อหลายแห่งในสถานที่ทำงานของเขา และเป็นการใช้ประโยชน์จาก Backend ของสนามบินในกรรมวิธีข้างต้น แต่ทว่าเขานั้นก็ไม่สามารถรอดจากสายตาของผู้รักษาความยุติธรรมไปได้ เพราะในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็จับผู้ร้ายได้ผ่านทางกล้องรักษาความปลอดภัย

บริษัทผู้ให้บริการด้านเทคนิคอย่าง Sacal Global Solutions ซึ่งเป็นองค์กรที่ดูแลกรอบทางเทคนิคสำหรับสนามบินในแคว้นคาลาเบรียของอิตาลี ระบุว่าพนักงานสนามบินอายุ 41 ปีรายนี้ได้เจาะเข้าไปในระบบของ Sacal เพื่อติดตั้งมัลแวร์สำหรับการขุดเหรียญ และการกระทำของเจ้าหน้ารายนี้กำลังทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ Backend ของสนามบินตกอยู่ในความเสี่ยงเป็นอย่างมาก

"พนักงานสอบสวน ได้ทำงานร่วมกันกับเจ้าหน้าที่สนามบินในการวิเคราะห์ถึงการแบ่งแยก (Partitions) ของเครือข่ายไอทีภายใน Hub (อุปกรณ์ศูนย์กลาง ที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์อื่น ๆ เข้าด้วยกัน) และค้บพบการมีอยู่ของห้องเทคนิคสองห้องที่แตกต่างกันของ 'ฟาร์มขุด' [... ] ที่ซึ่งเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตภายนอกผ่านระบบที่ทำหน้าที่จัดการบริการสนามบิน และขับเคลื่อนโดยแหล่งจ่ายไฟฟ้าของสนามบิน"

Rai News รายงานเพิ่มเติม

"การสอบสวนซึ่งประสานงานโดยสำนักงานอัยการของ Lamezia Terme ได้ดำเนินการโดยใช้กิจกรรมทางเทคนิคซึ่งทำให้สามารถตรวจสอบที่อยู่ IP ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องที่ได้รับการติดตั้งมัลแวร์ดังกล่าว เพื่อระบุที่ตั้งของพูล 'Ethermine' (ใช้สำหรับ 'การขุด' ของ สกุลเงินดิจิทัลของ Ethereum) และตรวจสอบต้นตอของการทำเหมืองในครั้งนี้"

มัลแวร์ Crypto-Mining แพร่ระบาดมาอย่างยาวนาน

มัลแวร์การขุด Crypto ไม่ใช่ภัยคุกคามที่ผิดปกติในอุตสาหกรรมการเงินดิจิทัล โดย ณ ขณะที่ค่าเงินพุ่งใกล้ถึงจุดสูงสุดของตลาดกระทิง Crypto ในเดือนมกราคม 2018 มีรายงานว่ามัลแวร์ดังกล่าวระบาดไปทั่ว 55% ของ บริษัททั่วโลก ซึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบนั้นมีมากมาย โดยเฉพาะ YouTube เพราะมัลแวร์ตัวดังกล่าว ถูกตรวจพบบนโฆษณาของ YouTube และ Google ในญี่ปุ่น ฝรั่งเศส ไต้หวัน อิตาลี และสเปน ด้วยการฝังโค้ดเอาไว้ในโฆษณาผู้คนพบเห็น ซึ่งมีความสามารถในการใช้ทั้ง CPU ของผู้เยี่ยมชม และพลังงานไฟฟ้าเพื่อขุด Cryptocurrencies