นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์แห่งศูนย์ปฏิบัติการ Los Alamos National Laboratory ได้สร้างระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตัวใหม่ที่สามารถระบุ Malicious Code หรือโปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อส่งให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์กับผู้ใช้งานหรือระบบ เช่น Virus, Trojan หรือ Spyware ที่ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการกระตุ้นให้คอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะในการทำงานสูงอย่าง Supercomputer ขุด Cryptocurrency สกุลต่างๆได้ เช่น Monero และ Bitcoin

ศูนย์ปฏิบัติการดังกล่าวดำเนินงานภายใต้การควบคุมของกระทรวงพลังงานประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทางกระทรวงพลังงานหวังว่าจะสามารถยุติอาชญากรรมไซเบอร์ในการขุด Cryptocurrency ลงได้อย่างราบคาบ

เหล่าแฮ็กเกอร์กำลังได้ใจ

ณ ขณะนี้อัตราการก่ออาชญากรรมของเหล่าแฮ็กเกอร์นั้นเพิ่มสูงมากจนน่าตกใจ เรียกได้ว่าพวกเขากำลังก่อหายนะขึ้นทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ในพื้นที่ในการขุดเจาะ Crypto

เหล่านักขุด Cryptocurrency แบบถูกกฏหมายมักจะรวบรวมโครงสร้างข้อมูลที่จำเป็นและคอมพิวเตอร์จำนวนมากเพื่อขุดเจาะสินทรัพย์ดิจิทัล อย่างไรก็ตามแก๊งแฮ็กเกอร์สุดแสนเจ้าเล่ห์จะไม่ทำแบบนั้น พวกจะใช้ทางลักโดยการแฮ็กเข้าควบคุม Supercomputer อย่างแนบเนียน โดยจะคอยทำการตรวจสอบให้แน่ใจเสมอว่าร่องรอยของพวกเขาได้ถูกซ่อนเอาไว้อย่างดีแล้ว

Gopinath Chennupati นักวิจัยแห่งห้องปฏิบัติการ Los Alamos National Laboratory

นาย Gopinath Chennupati นักวิจัยแห่งห้องปฏิบัติการ Los Alamos National Laboratory ระบุว่าโมเดลการศึกษาปัญญาประดิษฐ์เชิงลึก (AI) จะสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการตรวจจับการแฮ็กบน Supercomputer ที่มักจะกระตุ้นให้เกิดการขุด Cryptocurrency แบบผิดกฏหมายขึ้นมาได้

“อ้างอิงจากการศึกษารูปแบบการเจาะเข้าไปในระบบข้อมูลเชิงลึกทางคอมพิวเตอร์ที่ผ่าน ๆ มาในแถบยุโรปและที่ต่าง ๆ ทั่วโลก เราจึงสร้างระบบป้องกันที่จะมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยป้องกันการขุด Cryptocurrency จากเหล่าแฮ็กเกอร์ที่เจาะเข้าไปในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงและขโมยทรัพยากรคอมพิวเตอร์ที่มีค่า”

อาชญากรรมไซเบอร์ในโลกดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น

อาชญากรรมไซเบอร์กำลังเพิ่มขึ้นและทางเลือกต่าง ๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังได้รับการวิจัยอย่างต่อเนื่องในขณะนี้เพื่อช่วยควบคุมอาชญากรรมไซเบอร์ที่เกิดขึ้น

โดยเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา CryptoSiam ได้รายงานข้อมูลของหน่วยงานของรัฐบาลกลางเปิดโปงแก๊งขุดเจาะ Bitcoin รายใหญ่ในประเทศคีร์กีซถาน ซึ่งถูกดำเนินการโดยหน่วยงานของภาครัฐ

อีกหนึ่งตัวอย่างของพฤติกรรมที่ผิดกฏหมายซึ่งใช้ Bitcoin ในการขับเคลื่อนคือการขุดเจาะ Bitcoin ซึ่งถูกเปิดโปงโดยตำรวจชาวจีนเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยนักต้มตุ๋นดำเนินการโดยใช้การขุดเจาะ Crypto ถึงสองแห่งเพื่อวัตถุประสงค์ในการขับเคลื่อนการขุดเจาะแบบผิดกฏหมายและยังได้ขโมยกระแสไฟฟ้าจากบริษัทบ่อน้ำมันของประเทศจีนอีกด้วย