ภายหลังจากที่ DeFiLlama องค์กรผู้ติดตามระบบนิเวศทางการเงินแบบกระจายอำนาจ ได้ออกมานำเสนอข้อมูลว่าระบบนิเวศของระบบการเงินแบบกระจายอำนาจ หรือ Decentralized Finance (DeFi) ได้มี Total Value Locked (TVL) หรือจำนวนเงินรวมที่ถูกล็อคไว้ในโปรโตคอล DeFi ก้าวข้ามมูลค่ารวมที่ 1แสนล้านดอลลาร์ นั่นก็สร้างความเชื่อมั่นต่อตลาดเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะนอกเหนือจากตัวเลขหลักที่ 12 จะมีนัยสำคัญทางจิตใจแล้ว ตัวเลขดังกล่าวยังแสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นในด้านความเร็วที่สามารถก้าวข้ามระดับนี้ได้ เพราะก่อนหน้านี้ในวันที่ 1 มกราคม 2021 TVL อยู่ที่ 2.074 หมื่นล้านดอลลาร์ เท่านั้น

โดยหากอ้างอิงจากข้อมูลตาม Wikipedia การที่ TVL ของ DeFi มีมูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์ จึงทำให้สถานะของมันตอนนี้เทียบเท่ากับธนาคารอเมริกันที่ใหญ่ที่สุดอันดับที่ 40 ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างทรัพย์สิน 9.7 หมื่นล้านดอลลาร์ของ Silicon Valley Bank และ 1.03 แสนล้านดอลลาร์ของธนาคาร BBVA USA ชื่อที่มีชื่อเสียง

นอกจากนี้หลายต่อหลายคนยังคาดการณ์ว่าธนาคารรายต่อ ๆ ไปที่จะโดน DeFi แซงอย่างไม่เห็นฝุ่นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ได้แก่ Deutsche Bank ซึ่งอยู่ที่อันดับ 38 ด้วยเงิน 1.19 แสนลล้านดอลลาร์ และ Credit Suisse ที่อันดับ 35 ด้วยเงิน 1.24 แสนล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ เส้นทางที่จะก้าวไปเทียบเท่ากับธนาคารอเมริกันที่ใหญ่ที่สุดนั้นยังอีกยาวไกล เพราะ TVL ใน DeFi จะต้องมีมูลค่เกิน 3.2 ล้านล้านดอลลาร์ของ JP Morgan เสียก่อน ต่อมาก็ต้องแซงธนาคารอุตสาหกรรม และการพาณิชย์ของจีน ที่ 4.3 ล้านล้านดอลลาร์จึงจะกลายเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ทั้งนี้โปรโตคอล DeFi บน Ethereum blockchain มีส่วนช่วยให้ DeFi มีมูลค่าก้าวมาถึงระดับ 1 แสนล้านดอลลาร์ ได้ เพราะโปรโตคอล 20อันดับแรกหากนับตาม TVL จะมีมูลค่ารวม 8.23 หมื่นล้านดอลลาร์ โดย 14 จากทั้งหมด 20 แห่งนั้นเป็นของ Ethereum ที่มี TVL รวม 6.64 หมื่นล้านดอลลาร์

Binance Smart Chain ซึ่งเป็นคู่แข่งของ Ethereum ก็ถูกจัดอยู่ใน 20 อันดับแรกของโปรโตคอล DeFiระดับท็อปด้วยเช่นเดียวกัน โดยอยู่ในอันดับที่ 4 ด้วย TVL 1.45 หมื่นดอลลาร์ ในขณะที่แพลตฟอร์มสินทรัพย์สังเคราะห์ของ Terra มีรายได้ 1.77 พันล้านดอลลาร์

Chris Spadafora จาก BadgerDAO ได้กล่าวถึงความสำเร็จของ DeFi นี้ว่า เงินแสนล้านเป็นเพียงก้าวแรกของการขยายตัวที่ใหญ่ขึ้นบนขอบฟ้า

“นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ DeFi และในปีหน้านี้จะเป็น 20 เท่าของ TVL ในปัจจุบัน” เขากล่าว