Charlie Munger รองประธานของ Berkshire Hathaway ซึ่งเป็นบริษัท Holding company ชื่อดังระดับโลกภายใต้อาณาจักรของ Warren Buffett ไม่ได้ระงับอาการ “ไม่ปลื้ม” Bitcoin ของเขาเลยแม้แต่น้อย โดยเขานั้นได้พูดเรื่องนี้ไว้อย่างร้อนแรงภายในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของบริษัท

ตามรายงานของ CNBC ระว่าน่า นักลงทุนมหาเศรษฐีรายดังกล่าว ได้พูดว่าเขาเกลียดความสำเร็จของ Bitcoin ในการตอบคำถาม & คำตอบเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลโดยทั่วไป

“แน่นอนว่าฉันเกลียดความสำเร็จของ Bitcoin” Munger วัย 97 ปีกล่าว “ฉันไม่ยินดีต้อนรับสกุลเงินที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับเหล่าคนที่ทำอาชีพลักพาตัว นักขู่กรรโชก และอื่น ๆ และฉันยังไม่ชอบการที่คนเราสับเปลี่ยนเงินจำนวนหลายพันล้านดอลลาร์ของคุณให้กับคนที่เพิ่งคิดค้นผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่แบบไร้ที่มาที่ไปแบบนี้”

ท่ามกลางกระแสการเติบโตอย่างต่อเนื่องของ Cryptocurrency นักวิจารณ์เกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล Bitcoin นั้นมีเพียงจำนวนไม่กี่คนเท่านั้น ที่มีมุมมองที่ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงกับเหล่าผู้นำเสนอ Bitcoin โดยในขณะที่ Munger มองว่า Bitcoin เป็นเครื่องมือสำหรับผู้ประสงค์ร้าย แต่ทว่ากลุ่มผู้เผยแพร่ศาสนา Bitcoin อย่าง Michael Saylor มองว่ามันเป็นแนวคิดที่ถึงเวลาเกิดขึ้นจริงแล้วตะหาก

ในขณะที่เหล่าผู้นำเสนอ Bitcoin ส่วนใหญ่ยกย่องให้มันเป็นหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ที่แยบยลที่สุดในศตวรรษที่ 21 Munger กลับคิดเป็นอย่างอื่น

“ฉันคิดว่าฉันควรพูดอย่างถ่อมตัวว่าการพัฒนาที่น่ารังเกียจทั้งหมดนั้นน่ารังเกียจ และขัดต่อผลประโยชน์ของอารยธรรม” เขากล่าว

ในการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งเดียวกัน Warren Buffet หรือที่ถูกขนานนามว่า “ปราชญ์แห่งโอมาฮา” กล่าวว่า เขาไม่ต้องการแสดงความคิดเห็นโดยตรงเกี่ยวกับ Bitcoin เพื่อประโยชน์ของผู้ที่ถือครองสกุลเงินดิจิทัลมานาน อย่างไรก็ตาม Buffet ไม่ได้เป็นแฟนตัวยงของสกุลเงินดิจิทัลหรือสกุลเงินดิจิตอลใด ๆ โดยทั่วไป อ้างอิงตามที่เขากล่าว เขามองว่า Cryptocurrencies ไม่มีมูลค่า และเขายังระบุชัดเจนว่าเขาจะไม่ลงทุนในสกุลเงินเหล่านี้ทั้งสิ้น

Charlie Munger (ซ้าย) และ Warren Buffett (ขวา)

อย่างไรก็ตามการเติบโตของ Bitcoin ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาได้ชี้ให้เห็นถึงความสนใจในสกุลเงินดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นจากตลาดกระแสหลัก โดยการเติบโตของอุตสาหกรรมคริปโตเคอเรนซี (Cryptocurrency) เป็นเรื่องที่สร้างความหวั่นเกรงให้นักลงทุนกระแสหลักมิใช่น้อย เพราะมูลค่าตลาดรวมนั้นพุ่งขึ้นเหนือ 2 ล้านล้านดอลลาร์ เข้าไปแล้ว โดยการเติบโตเหล่านี้ได้กระจายไปในภาคส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Defi, Crypto Exchange หรือแม้แต่ NFT