แม้จากราคาของ Bitcoin จะลดลงไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่ในช่วงก่อนคริสต์มาสนี้ มูลค่าของ Bitcoin กลับเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน และแตะระดับ 24,000 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยในวันที่ 19 ธันวาคม เวลา 17:16 น. UTC สกุลเงิน Crypto อย่าง Bitcoin แตะที่ 24,049 ดอลลาร์สหรัฐ และเพิ่มขึ้นถึง 6.75% ในหนึ่งวัน อ้างอิงราคาตาม CoinMarketCap ก่อนที่จะลดลงเหลือ 23,978.89 ดอลลาร์สหรัฐ ในวันเดียวกัน

ซึ่งแค่เพียงในหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา สกุลเงินดิจิทัลเบอร์ 1 นั้นมีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 33% ในหนึ่งเดือน และเพิ่มขึ้นถึง 234% ตั้งแต่ต้นปี 2020

Bull Run ในครั้งนี้นั้นจะมีความต่อเนื่องมากน้อยเพียงใด?

ผู้เทรด Crypto บางราย ออกมาคาดการณ์ว่า Bitcoin จะสามารถไต่ขึ้นไปถึงระดับ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ ภายในวันคริสต์มาส อย่างแน่นอน ซึ่งราคาของสกุลเงินดิจิทัลนั้น กำลังจะได้รับการกระตุ้นที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลในอีกไม่กี่วันข้างหน้าที่จะพร้อมกับเทศกาลวันหยุดส่งท้ายปีอันแสนสำคัญ

นักวิเคราะห์ด้านสกุลเงิน Crypto กล่าวว่า “เรามีเวลา 5 วันในการปั๊มมูลค่าของBTC เป็น 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ และปั๊มมูลค่าของETH เป็น 800 ดอลลาร์สหรัฐ "

ในขณะเดียวกัน Philip Gradwell ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของบริษัทวิเคราะห์ด้าน Blockchain อย่าง Chainalysis ก็ได้กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม ที่ผ่านมาว่า เขาคาดว่าจะมีการแกว่งตัวของราคาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เนื่องจากตลาดพยายามสร้างสมดุลระหว่างอุปสงค์ และอุปทาน

BTC นั้นก้าวมาไกลมากแล้ว

Gradwell กล่าวเพิ่มเติมว่าในปีนี้ สกุลเงินดิจิทัลชั้นนำอย่าง BTC นั้นเติบโตขึ้นมาเป็นสินทรัพย์ทางการเงิน และเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมแบบมหภาคในปัจจุบัน เขากล่าวว่าด้วยเหตุนี้ นักลงทุนรายใหญ่จึงซื้อ Bitcoins จำนวนนับล้านอย่างตั้งใจ จึงทำให้อุปทานที่เหลืออยู่สำหรับการซื้อลดลง

โดยเหล่าบริษัทใน Wall Street ขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Square, MicroStrategy และบริษัทอื่น ๆ อีกมากมาย ได้เพิ่มเงินจำนวนหลายล้านดอลลาร์เพื่อถือครอง Bitcoin ในคลังสมบัติของพวกเขา และนั่นเป็นผลให้บางคนรู้สึกได้ถึงความหวัง และมองว่าอีกไม่นานบริษัทยักษ์ใหญ่รายอื่น ๆ ก็จะทำตามผู้มาก่อนกาลเหล่านี้ โดยให้เวลาเป็นตัวตัดสิน

ขณะเดียวกันนักลงทุนรายย่อยเองก็เข้าถึง BTC ได้ง่ายดายขึ้นมาก โดยพวกเขาสามารถซื้อ Bitcoins ผ่านเครือข่าย PayPal ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ และนั่นยิ่งสร้างความคึกคักให้อุตสาหรกรรม Crypto ได้เป็นอย่างดี

ความหวาดกลัวอาจจะกำลังสร้างผลร้าย

ในขณะที่ Bitcoin ยังคงทำจุดสูงสุดใหม่ (ATH) อยู่ตลอดเวลา ก็ยังมีอีกทฤษฎีที่มองว่าการเติบโตในครั้งนี้เป็นไปได้แบบไม่ยั่งยืน โดยอ้างจากแนวคิด Fear and greed index indicates ที่บ่งบอกถึงความโลภ (Greed) ซึ่งแข็งแกร่งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

ความโลภมากนั้นเป็นตัวบ่งชี้ที่เป็นไปได้ว่ามีจำนวนนักลงทุนมากเกินไป และการ Correction อาจอยู่ในช่วงแกนนอน (Horizontal) โดยหากเกิดความกลัวอย่างมากที่จะพลาดในการซื้อ Bitcoin แสดงว่าตลาดมีการซื้อที่มากเกินไปนั่นเอง