ข่าวคริปโตเคอเรนซี่

รายงานเผย! ชาวเกาหลีใต้วัย 20–50 ปี กว่า 27% ถือครองคริปโต ขณะที่ 70% วางแผนการลงทุนเพิ่ม

รายงานเผย! ชาวเกาหลีใต้วัย 20–50 ปี กว่า 27% ถือครองคริปโต ขณะที่ 70% วางแผนการลงทุนเพิ่ม

ชาวเกาหลีใต้ในช่วงอายุ 20–50 ปี มากกว่า 25% ถือครองคริปโตแล้ว และ 70% มีแผนจะลงทุนเพิ่มขึ้น โดยสินทรัพย์ดิจิตอลเริ่มกลายมาเป็นสินทรัพย์หลักในการวางแผนเพื่อการเกษียณของนักลงทุน

รายงานฉบับใหม่จาก Hana Institute of Finance เปิดเผยว่า ชาวเกาหลีใต้ที่มีอายุระหว่าง 20–50 ปี มากกว่าหนึ่งในสี่ หรือคิดเป็น 27% ขณะนี้มีการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล โดยสัดส่วนคริปโตในพอร์ตการลงทุนทั้งหมดเฉลี่ยอยู่ที่ 14% ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของคริปโตในฐานะเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญ โดยเฉพาะในด้านการวางแผนเพื่อการเกษียณ

กลุ่มที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป เป็นกลุ่มที่มีอัตราการลงทุนในคริปโตสูงสุดที่ 31% รองลงมาคือกลุ่มอายุ 30 ปี (28%) และกลุ่มอายุ 50 ปี (25%) ข้อมูลยังเผยอีกว่า 78% ของผู้ตอบแบบสอบถามในกลุ่มวัย 50 ปี มองคริปโตเป็นช่องทางในการเก็บสะสมเงินทุน ขณะที่ 53% ระบุว่าใช้คริปโตในการวางแผนเกษียณ

แนวโน้มการลงทุนของนักลงทุนคริปโตในเกาหลีใต้ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย 70% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมดแสดงความสนใจที่จะลงทุนเพิ่มในอนาคต โดย 42% จะลงทุนมากขึ้นหากสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมเข้ามามีบทบาทในตลาดมากกว่านี้ และอีก 35% ต้องการเห็นความชัดเจนด้านกฎหมายเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในการลงทุน

การแบ่งกลุ่มประชากรนักลงทุนคริปโตเกาหลีตามอายุ เพศ และอาชีพ แสดงให้เห็นว่าผู้ชายอายุ 30-40 ปี และพนักงานออฟฟิศมีสัดส่วนที่โดดเด่นที่สุด ( ที่มา : Hana Institute of Finance )
การแบ่งกลุ่มประชากรนักลงทุนคริปโตเกาหลีตามอายุ เพศ และอาชีพ แสดงให้เห็นว่าผู้ชายอายุ 30-40 ปี และพนักงานออฟฟิศมีสัดส่วนที่โดดเด่นที่สุด ( ที่มา : Hana Institute of Finance )

Bitcoin ยังครองแชมป์สินทรัพย์หลัก

ในด้านพฤติกรรมการลงทุน มีการเปลี่ยนแปลงที่สะท้อนถึงความมั่นคงมากขึ้น โดยนักลงทุนที่ซื้อคริปโตเป็นประจำเพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 34% การเทรดระยะกลางเพิ่มจาก 26% เป็น 47% ขณะที่การเทรดระยะสั้นเริ่มลดลงเล็กน้อย

แหล่งข้อมูลของนักลงทุนก็เปลี่ยนไปเช่นกัน โดยข้อมูลแบบปากต่อปากได้รับความน่าเชื่อถือลดน้อยลง ขณะที่การพึ่งพาข้อมูลจากเว็บเทรดและแพลตฟอร์มการวิเคราะห์เพิ่มขึ้น

แม้จะมีการกระจายความเสี่ยงมากขึ้น แต่ Bitcoin ยังคงเป็นตัวเลือกหลัก โดย 60% ของผู้ลงทุนถือครอง BTC อยู่ในพอร์ต ขณะที่ความสนใจในเหรียญทางเลือก (Altcoins) และ Stablecoins ก็เพิ่มขึ้นตามประสบการณ์การลงทุน ทว่าสินทรัพย์ดิจิทัลแบบใหม่ เช่น NFT และ STO ยังคงเป็นสินทรัพย์สำหรับเฉพาะกลุ่ม โดย 90% ของนักลงทุนยังคงลงทุนใน “เหรียญ” เป็นหลัก

Yoon Sun-young นักวิจัยจาก Hana Financial Research Institute ระบุในรายงานว่า

“สินทรัพย์ดิจิตอลเริ่มมีบทบาทสำคัญในพอร์ตของนักลงทุน และนักลงทุนคาดหวังว่าระบบกฎหมายจะมีความชัดเจนยิ่งขึ้น รวมถึงอยากเห็นภาคการเงินแบบดั้งเดิมเข้ามามีบทบาทมากในอุตสาหกรรมคริปโตเพิ่มขึ้นด้วย”

หนึ่งในอุปสรรคสำคัญคือ กฎหมายที่ห้ามเชื่อมโยงบัญชีธนาคารหลายบัญชีรวมกับเว็บเทรดคริปโต ซึ่งนักลงทุนกว่า 70% เห็นว่าหากยกเลิกข้อจำกัดนี้ พวกเขาจะเลือกใช้บริการจากธนาคารหลักของตนเองในทันที

ความกังวลยังมี – แต่เศรษฐกิจที่ตึงเครียดผลักคนรุ่นใหม่เข้าหาคริปโต

แม้จะมีความสนใจเพิ่มขึ้น แต่ความกังวลเกี่ยวกับความผันผวนของตลาดยังคงอยู่ โดย 56% ของผู้ตอบแบบสอบถามกังวลเรื่องราคาที่ผันผวนรุนแรง ส่วนความเสี่ยงจากเว็บเทรดหรือการฉ้อโกง เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บางกลุ่มลังเลที่จะลงทุนเพิ่ม

อย่างไรก็ตาม Eli Ilha Yune ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Anzaetek ได้แสดงมุมมองเชิงลึกในงาน German Blockchain Week ว่าการเติบโตของตลาดคริปโตในเกาหลีใต้ไม่ได้เกิดจากความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี Web3 แต่สะท้อนถึงความสิ้นหวังทางเศรษฐกิจภายในประเทศ

Yune ระบุว่า คนรุ่นใหม่ในเกาหลีจำนวนมากหันมาหาคริปโต เพราะขาดทางเลือกในระบบเศรษฐกิจเดิม อัตราว่างงานของเยาวชนอยู่ที่ 6.6% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศถึงสองเท่า ขณะที่รายได้จากการลงทุนในหุ้นหรือการซื้ออสังหาริมทรัพย์กลับให้ผลตอบแทนต่ำลง

“ในภาวะแบบนี้ คริปโตกลายเป็นตัวเลือกการลงทุนที่แทบจะเป็นไปได้เพียงทางเดียวสำหรับคนรุ่นใหม่ในเกาหลี” – Yune กล่าว

ถึงแม้จะมีนักลงทุนบางส่วนที่เข้าใจเทคโนโลยีของคริปโตอย่างลึกซึ้ง แต่ Yune เชื่อว่าส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักถึงโครงสร้างพื้นฐานของสินทรัพย์ประเภทนี้อย่างแท้จริง และสิ่งที่ขับเคลื่อนพวกเขากลับเป็นเรื่องของเงินมากกว่าอุดมการณ์ทางเทคโนโลยี

อ้างอิง : Cointelegraph

ภาพจาก : Cryptoslate

ติดตาม CryptoSiam
เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง

ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล

Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว

บทความที่เกี่ยวข้อง

Ether หลุด 2,000 ดอลลาร์ ความเชื่อมั่นนักลงทุนถูกทดสอบหนัก ท่ามกลางแรงขายต่อเนื่องจากรายย่อย
นักเทรดรุ่นเก๋าเตือน “แรงขายจากสถาบัน” อาจฉุดราคา Bitcoin ต่ำกว่า 64,000 ดอลลาร์
USDT ของ Tether พุ่งแตะระดับสูงสุดใหม่ 187,000 ล้านดอลลาร์ แม้ตลาดคริปโตซบเซา
รัฐบาลภูฏานเทขาย Bitcoin ครั้งที่สองในรอบสัปดาห์ มูลค่า 22 ล้านดอลลาร์