คำถามที่ดังกล่าวนั้นอยู่ในวงการคริปโตมานับตั้งแต่ที่ Stablecoin เริ่มเข้ามามีบทบาท เนื่องจากก่อนหน้านี้Stablecoin ส่วนใหญ่อย่างเช่น USDT, USDC หรือ Paxos มักจะตรึงมูลค่าของเหรียญ Stablecoin ของตัวเองไว้ด้วยทรัพย์สินที่จับต้องได้ (Tangible Assets) อย่างเช่นสกุลเงินระหว่างประเทศ ทองคำ หรือพันธบัตรรัฐบาลของประเทศนั้นๆ เป็นต้น ซึ่งทำให้ Stablecoin ในที่นี้ไม่ใช่แค่เป็นสกุลเงินคริปโตที่มีมูลค่าต่อเงินสกุลปกติอย่างดอลลาร์เท่านั้น แต่เป็นเสมือนตัวกลางที่เชื่อมต่อระบบการเงินแบบดั้งเดิมเข้าการระบบการเงินบนโลกดิจิทัลนั่นเอง

ประเด็นจากนาย Willy Woo

ล่าสุดนั้นคำถามได้ถูกยกขึ้นมาพูดคุยอย่างจริงจังโดยนาย Willy Woo ผู้คร่ำหวอดในวงการคริปโต ถึงกรณีสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปกับสกุลเงินคริปโตแบบ Stablecoin ที่ผูกมูลค่าไว้กับสกุลเงินระหว่างประเทศ หากเกิดปัญหาร้ายแรงขึ้นกับระบบการเงินและการธนาคารทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบกับเงินสำรองของเหรียญ Stablecoin เหล่านี้ โดยตัวนาย Woo ได้ยิงคำถามนี้แก่ที่ปรึกษาของแพลตฟอร์ม Compound ที่โด่งดังในวงการ DeFi เลยทีเดียว

คำตอบที่เป็นไปได้

คำตอบจากนาย Jake Chervinsky ที่ปรึกษาของทาง Compound ให้ไว้อย่างน่าสนใจ โดยตัวเขามองว่ารัฐบาลนั้นจะเข้ามาอุ้มปริมาณเงินที่เสียหายไปอย่างเช่นที่เกิดขึ้นในช่วงวิกกฤติการณ์ต่างๆ พร้อมกับเงินซึ่งเป็นเงินฝากของประชาชน อีกทั้งยังไม่ต้องการฟังชั่นฉุกเฉินของเหรียญอย่าง Sepcial Dynamics นั่นเอง  ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นคำตอบที่อยู่บทฐานที่ว่ารัฐบาลยังคงดำเนินการอยู่ได้อย่างปกติแม้ว่าระบบการเงินและการธนาคารล่มไปก่อนแล้ว (ซึ่งอาจมีกรณีที่รัฐบาลประสบปัญหาพร้อมๆกับระบบการเงิน รวมถึงกรณีอื่นๆอีกด้วยนั่นเอง)

รัฐบาลเชื่อถือได้จริงหรือ ?

อย่างไรก็ตาม คำตอบดังกล่าวยังคงเป็นที่น่าสงสัยเนื่องจากปัญหาทางด้านความน่าเชื่อถือของกระทรวงการคลังสหรัฐฯเองนั้น ต่างกำลังประสบปัญหาของการควบคุมปริมาณเงินภายในระบบจากการพิมพ์เงินออกมาโดยขาดดุลรัฐฯอีกด้วย ซึ่งผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นนั้นมีมากกว่าแค่การเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อแน่นอน อีกทั้งเมื่อทางรัฐบาลสหรัฐฯอนุญาติให้ธนาคารกลางและธนาคารพาณิชย์ในประเทศเก็บสำรองสกุลเงินดอลลาร์เพื่อธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Stablecoin ได้

ความคิดเห็นส่วนใหญ่

นอกจากความเห็นของ Jake แล้ว ความคิดเห็นส่วนใหญ่ของผู้คนในวงการคริปโตผ่าน Twitter นั้นมีที่ท่าไม่เชื่อถือการดำเนินการของภาครัฐฯที่จะเข้ามาช่วยเหลือประเด็นปัญหาดังกล่าวมากนัก อีกทั้งการดำเนินการของผู้ให้บริการ Stablecoin โดยเฉพาะ Tether ซึ่งมีข่าวการเผาเหรียญและสร้างเหรียญขึ้นมาจำนวนมากโดยไม่มีสินทรัพย์ซึ่งมีมูลค่าเพียงพอมารองรับนั้น ทำให้ Stablecoin ซึ่งผูกกับสกุลเงินดอลลาร์ต้องตกที่นั่งลำบากจากปัญหาด้านความน่าเชื่อถือต่อองค์กรเบื้องหลังเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นกับกระทรวงการคลังของสหรัฐฯนั่นเอง