แม้จะว่าในตลาดสกุลเงินดิจิทัลนั้นจะมีความผันผวนอย่างมากโดยเฉพาะอย่างในไตรมาสที่สองของปีนี้ แต่ทว่านั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับธนาคารแห่งแดนกิมจิเลยแม้แต่น้อย แถมยังเป็นประโยชน์เสียด้วยซ้ำเพราะพวกเขานั้นมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมากจากค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมคริปโต
มูลค่ารวมของตลาด Memecoin ดิ่งลงกว่า 34% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ท่ามกลางตลาดคริปโตที่อ่อนแรง แต่แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลคริปโต Santiment ระบุว่า การร่วงครั้งนี้อาจไม่ใช่สัญญาณจบเกม แต่อาจเป็น “จุดยอมแพ้” ของนักลงทุนที่มักเกิดขึ้นก่อนที่ตลาดจะเริ่มฟื้นตัว

ผลสำรวจโดย OKX พบว่า Gen Z ราว 13% เคยใช้ คริปโตเคอร์เรนซี จ่ายค่าเดต ขณะที่อีกหลายรายยอมรับว่ายังไม่สามารถทำได้เพราะ “ไม่มีช่องทางการจ่ายโดยตรง” นอกจากนี้ คนรุ่นใหม่นี้ยังมองว่าความรู้ด้านการเงินเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่ทำให้คู่เดตดูน่าสนใจมากขึ้น

XRP กำลังเผชิญแรงขายอีกครั้ง และอาจเข้าสู่ช่วงขาลงระยะยาวหากไม่สามารถยืนเหนือระดับแนวรับสำคัญได้ ขณะที่ราคาร่วงลงกว่า 20% ภายในสัปดาห์เดียว เหลือเพียงราว 1.60 ดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยของผู้ถือเหรียญในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา

การยอมรับคริปโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรม เกม และสินค้าดิจิทัล ขณะที่ มิลเลนเนียล และ Gen Z กลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่คุ้นเคยกับการใช้คริปโตมากที่สุด


Ether กำลังเผชิญแรงกดดันจากสัญญาณขาลงบนกราฟรายวัน และข้อมูลบนบล็อกเชนที่ชี้ถึงการชะลอตัวของกิจกรรมบนเครือข่าย ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาร่วงต่อถึงระดับ $1,100 หากแนวรับสำคัญพังลง

แรงซื้อจากนักลงทุนที่ถือ Bitcoin มาตั้งแต่ต้นปี 2024 ยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญของตลาด หลัง BTC ยังเคลื่อนไหวต่ำกว่า $70,000 ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังมองว่าราคามีโอกาสทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบใหญ่

กราฟ Bitcoin บ่งชี้ถึงสัญญาณขาลง ซึ่งหากแนวรับพังลง อาจนำไปสู่การร่วงต่อสู่โซน $56,000 ขณะเดียวกัน ปริมาณการโอนเหรียญจากกระเป๋าวาฬเข้าสู่ Binance กำลังพุ่งสูง ซึ่งมักเป็นสัญญาณขายของรายใหญ่

Bitcoin ยังเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับแนวต้านสำคัญที่ $70,000 ขณะที่ความผันผวนของตลาดสหรัฐฯ กลับมาพุ่งสูงอีกครั้ง ด้านนักวิเคราะห์เตือนว่าหาก BTC ไม่สามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ อาจมีโอกาสลงไปทำ “จุดต่ำสุดใหม่ของปี” อีกครั้ง