แม้จะว่าในตลาดสกุลเงินดิจิทัลนั้นจะมีความผันผวนอย่างมากโดยเฉพาะอย่างในไตรมาสที่สองของปีนี้ แต่ทว่านั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับธนาคารแห่งแดนกิมจิเลยแม้แต่น้อย แถมยังเป็นประโยชน์เสียด้วยซ้ำเพราะพวกเขานั้นมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมากจากค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมคริปโต
แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลคริปโต Santiment ระบุว่า กระแสความหวังต่อกฎหมาย CLARITY Act ของสหรัฐฯ กำลังสร้างความคึกคักให้ตลาด Bitcoin แต่ก็เตือนว่านักลงทุนควรระวัง เพราะตลาดคริปโตมักเคลื่อนไหวสวนทางกับความคาดหวังของคนส่วนใหญ่

ธนาคารกลางอังกฤษกำลังพิจารณาปรับกฎควบคุม Stablecoin ใหม่ หลังบริษัทคริปโตจำนวนมากมองว่าข้อจำกัดเดิมเข้มงวดเกินไป ทั้งเรื่องเพดานการถือครองและเงื่อนไขเงินสำรอง ซึ่งอาจทำให้ Stablecoin ที่ผูกกับเงินปอนด์แข่งขันกับ Stablecoin ดอลลาร์ได้ยาก

Arthur Hayes มองว่า สงครามในตะวันออกกลางและการแข่งขันด้าน AI ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน จะผลักดันให้รัฐบาลทั่วโลกอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบมากขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดันราคา Bitcoin กลับไปทดสอบระดับสูงสุดเดิมที่ 126,000 ดอลลาร์ภายในปีนี้


Bitcoin ดิ่งลงอย่างรวดเร็วหลังเกิดรายการขาย BlackRock Bitcoin ETF มูลค่ากว่า 1.3 พันล้านดอลลาร์ผ่าน Dark Pool ซึ่งนักวิเคราะห์ระบุว่าเป็นดีลขนาดใหญ่ที่สุดที่เขาเคยพบ

สถานะ Short ETH ของวาฬรายใหญ่เริ่มเผชิญความเสี่ยง หลังราคา Ethereum ฟื้นตัวเข้าใกล้จุด Liquidation ขณะที่ Vitalik Buterin ส่งสัญญาณลดแรงขาย ETH จาก Ethereum Foundation