เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่ากฎหมายนั้นมักจะมีพัฒนาตามหลังการพัฒนาอื่นๆซึ่งเกิดขึ้นในสังคมเสมอ และแม้ว่าในปัจจุบันกฎหมายซึ่งเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีทางการเงินได้มีการพัฒนามากขึ้นแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมและรัดกุมมากพอ แม้แต่ในประเทศขนาดใหญ่อย่างประเทศสหรัฐอเมริกาก็ตาม

โดยล่าสุดศาลฎีกาของสหรัฐฯเตรียมตีความกฎหมายกำหนดความผิดอาญาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์หรือ Computer Fraud and Abuse Act (CFAA)  ซึ่งจะสามารถเข้ามาช่วยสร้างบรรทัดฐานที่ชัดเจนให้กับความผิดที่จะเกิดขึ้นกับธุรกรรมทางดิจิทัลได้ในอนาคต

แนวคำพิพากษาที่ยังไม่ชัดเจน

ในดคีระหว่างนาย Van Buren และอัยการนั้น ได้มีประเด็นถึงความผิดในการเข้าถึงข้อมูลภายในระบบคอมพิวเตอร์เกินขอบอำนาจที่ตัวเขานั้นจะทำได้ในฐานะเจ้าหน้าที่ตำรวจเนื่องจากตัวเขาได้เข้าถึงข้อมูลดังกล่าวเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอก โดยแนวการตีความกฎหมาย CFAA ของศาลล่างในส่วนของความผิดว่าด้วยการเข้าถึงข้อมูลโดยผิดกฎหมายนั้นแตกต่างออกไปตามแต่ละพื้นที่ ซึ่งแยกออกไปได้สองแนวหลักดังนี้

  • แนวแรก: ศาลในบางเขตได้มีการตีความกฎหมายดังกล่าวว่าบุคคลจะมีความผิดต่อเมื่อบุคคลซึ่งมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูล ได้เข้าถึงข้อมูลเกินอำนาจที่ตัวเองมี โดยมีวัตถุประสงค์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
  • แนวที่สอง: ศาลได้มีการตีความกฎหมายดังกล่าวว่าบุคคลจะมีความผิดต่อเมื่อบุคคลนั้นได้เข้าถึงข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่มีอำนาจหรือถูกห้ามไม่ให้เข้าถึงเท่านั้น

การตีความที่กว้างจะส่งผลดีต่อวงการคริปโต

การตีความในแนวทางแรกนั้นเป็นการตีความแบบกว้างของศาลจึงทำให้สามารถนำมาปรับใช้กับกรณีได้หลายหลายมากขึ้น แม้นักกฎหมายบางส่วนได้เห็นว่าการตีความดังกล่าวนั้นเป็นการทำให้การละเมิดกฎข้อบังคับหรือสัญญาระหว่างเอกชนด้วยกันนั้นเป็นความผิดทางอาญาก็ตาม แต่กรณีดังกล่าวก็เป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนได้ว่าพวกเขาจะสามารถเอาผิดกับผู้ที่เข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลของพวกเขาโดยไม่ชอบได้

โดยหากศาลฎีกาได้ยืนยันตามแนวทางแรกแล้วนั้น จะส่งผลให้แพลตฟอร์มและบริษัทการซื้อขายสินทรัพย์คริปโตต่างๆ ซึ่งเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ที่เสี่ยงต่อการถูกนำไปใช้ประโยชน์โดยบุคคลภายนอกไว้ในระบบนั้น สามารถที่จะออกมาตรการและกำหนดขอบเขตการเข้าถึงข้อมูลของบุคคลภายในองค์กรได้รัดกุมและปลอดภัยต่อผู้ใช้บริการมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการป้องกันการเข้าควบคุมเครือข่ายสาธารณะโดยองค์กรที่มีอำนาจในระบบมากได้อีกด้วย

ดังนั้นแล้วการตีความดังกล่าวจึงมีความจำเป็นต่อตลาดสกุลเงินคริปโตและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทต่างๆอย่างมาก เนื่องจากเป็นสร้างบรรทัดฐานสำหรับการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน รวมทั้งทรัพย์สินต่างๆในระบบโดยตรงอีกด้วย

หากสนใจ สามารถสืบค้นได้ที่ coindesk