หุ้น Tesla ลดลงมากกว่า 30% นับตั้งแต่ซื้อ Bitcoin

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

แม้การซื้อ BTC นั้นจะสร้างผลกำไรให้ Tesla แต่ทว่าในฝั่งของนักลงทุนที่สนับสนุนบริษัทอยู่ในตลาดหุ้นนั้นกลับไม่ชอบหมากเกมนี้ของ Elon Musk เอาเสียเลย โดยสะท้อนได้จากการที่มูลค่าของหุ้นนั้นดิ่งฮวบ

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
Elon Musk 3

แม้การเดินหมากของ Elon Musk หัวหอกแห่งบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชื่อดังอย่าง Tesla ในการเข้าซื้อสกุลเงินดิจิทัลอันดับ 1 ของตลาดอย่าง Bitcoin (BTC) เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2020นั้นจะเป็นที่ฮือฮาไปทั่วทุกมุมโลก แต่ทว่านี่อาจจะสร้างผลเสียแก่บริษัทยักษ์ใหญ่แห่ง Wall Street รายนี้โดยที่ไม่มีใครคาดคิด

เพราะแม้การซื้อ BTC นั้นจะสร้างผลกำไรให้ Tesla ไว้ไม่น้อยก็ตาม ทั้งให้ด้านการโฆษณษภาพลักษณ์องค์กร หรือแม้แต่ผลพลอยได้ ณ ขณะที่ราคาพุ่งทยาน แต่ทว่าสำหรับเหล่านักลงทุนในตลาดหุ้นแล้ว พวกเขากลับตอบสนองต่อความ “หุนหันพลันแล่น” ในครั้งนี้ไม่ค่อยดีนัก เพราะก่อนหน้าที่จะเข้าซื้อสกุลเงินดิจิทัลนั้นมีการคาดการว่าเหล่านักลงทุนมองข่าวดังกล่าวจะเป็นแรงผลักดันให้หุ้นของบริษัทยนตรกรรมรายนี้ไปสู่จุดสูงสุดใหม่ แต่ความเป็นจริงตัวเลขที่สะท้อนออกมาจากกระดานลงทุนตลอดทั้งเดือนของ Tesla กลับไม่เป็นเช่นนั้น ซึ่งทางบริษัทได้สูญเสียมูลค่าหุ้นไปมากกว่า 30% นับตั้งแต่ทำการเดิมพันกับ BTC และนี่ทำให้เกิดการตั้งคำถามตามมาว่าการออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้นั้นถูกต้องหรือไม่กันแน่

ไม่ใช่ทุกบริษัทที่สอย BTC แล้วจะหุ้นร่วง

กรณีของ Tesla นั้นไม่เหมือนกับเจ้าบุญทุ่มอย่าง MicroStrategy ซึ่งพวกเขาพิสูจน์แล้วว่าการซื้อ Bitcoin นั้นเป็นประโยชน์อย่างมากต่อบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยบริษัทซอฟต์แวร์ธุรกิจรายนี้มีหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 138.82 ดอลลาร์ในเดือนกันยายนปี 2020 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่ความสนุกสนานในการซื้อ Bitcoin ของบริษัทจะเกิดขึ้น และมันส่งให้ราคาหุ้นของพวกเขาเติบโตกว่า 800% โดยแตะระดับสูงสุดที่ 1,272.94 ดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2021

เหรียญมีสองด้านเสมอ

หุ้นที่ลดลงของ Tesla น่าจะทำให้เหล่านักลงทุนดั้งเดิมหลายต่อหลายคนมีความกังวล เพราะโดยทั่วไปแล้วมักจะมีความเชื่อที่ว่าการเดิมพันด้วย Bitcoin นั้นนำมาซึ่ง “ความโชคร้าย” เสมอ

แต่ในทางกลับกัน ทางผู้สนับสนุนตัวยงของ Bitcoin บางคนเชื่อว่าการที่หุ้น Tesla ลดลง แท้จริงแล้วอาจเป็นการเรียกร้องให้บริษัทเพิ่มการลงทุน Bitcoin เป็นสองเท่าตะหาก เพราะดูเหมือนว่าการใส่เงิน 1.5 พันล้านดอลลาร์ซึ่งคิดเป็นเพียง 0.3% ของมูลค่าตลาดของบริษัทนั้นน้อยเกินไป

Read more about: