แม้บางประเทศอาจจะมองข้ามการนำเทคโนโลยีทางการเงินรูปแบบใหม่ ๆ มาใช้กับการบริหารประเทศ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กำลังจะทำ โดยพวกเขาได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเค็นเพราะเป็นการแสดงออกที่ดีของเศรษฐกิจบนฐานข้อมูล
แม้ว่าก่อนหน้านี้การมีอยู่ของสกุลเงินดิจิทัล และการ Tokenization สำหรับสินทรัพย์นั้นจะดูเป็นเรื่องหน้าเหลือเชื่อ แต่ทว่าปัจจุบันมันได้กลายมาเป็นเรื่องจริงแล้ว ซึ่งทำให้ Piyush Gupta ผู้เป็นซีอีโอของ DBS บริษัทธนาคารข้ามชาติของสิงคโปร์มองเห็นหนทางที่มันจะเติบโตต่อไปในอนาคต
แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลคริปโต Santiment ระบุว่า กระแสความหวังต่อกฎหมาย CLARITY Act ของสหรัฐฯ กำลังสร้างความคึกคักให้ตลาด Bitcoin แต่ก็เตือนว่านักลงทุนควรระวัง เพราะตลาดคริปโตมักเคลื่อนไหวสวนทางกับความคาดหวังของคนส่วนใหญ่

ธนาคารกลางอังกฤษกำลังพิจารณาปรับกฎควบคุม Stablecoin ใหม่ หลังบริษัทคริปโตจำนวนมากมองว่าข้อจำกัดเดิมเข้มงวดเกินไป ทั้งเรื่องเพดานการถือครองและเงื่อนไขเงินสำรอง ซึ่งอาจทำให้ Stablecoin ที่ผูกกับเงินปอนด์แข่งขันกับ Stablecoin ดอลลาร์ได้ยาก

Arthur Hayes มองว่า สงครามในตะวันออกกลางและการแข่งขันด้าน AI ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน จะผลักดันให้รัฐบาลทั่วโลกอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบมากขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดันราคา Bitcoin กลับไปทดสอบระดับสูงสุดเดิมที่ 126,000 ดอลลาร์ภายในปีนี้


แม้ราคา Ethereum จะปรับตัวลดลงอย่างหนักในปีนี้ แต่นักวิเคราะห์มองว่า ETH ยังมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง จากการเป็นผู้นำในตลาด DeFi, Stablecoin และระบบ Staking ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง

Santiment มองว่า กระแสเงินไหลที่ออกจาก Spot Bitcoin ETF อาจไม่ใช่สัญญาณลบอย่างที่ตลาดกังวล แต่กลับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการสะสม Bitcoin ระยะยาว