Binance เปิดเผยว่า ระบบความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถช่วยป้องกันความเสียหายจากการหลอกลวงและการฉ้อโกงได้มากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมบล็อกกระเป๋าคริปโตอันตรายกว่า 36,000 รายการ ท่ามกลางการโจมตีด้วย AI ที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ
การโจมตีผ่านการขโมย Private Key กลายเป็นสาเหตุหลักของความเสียหายจากการแฮ็กในอุตสาหกรรมคริปโตตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ขณะที่รูปแบบการโจมตีล่าสุดเริ่มขยับจากช่องโหว่ Smart Contract ไปสู่พฤติกรรมผู้ใช้งานและระบบโครงสร้างพื้นฐาน
CoinShares ชี้! มีเพียง 10,230 BTC จากทั้งหมดกว่า 1.63 ล้าน BTC ที่อยู่ในกระเป๋าที่มีความเสี่ยงถูกควอนตัมคอมพิวเตอร์โจมตี ซึ่งแต่ละกระเป๋าอาจต้องใช้เวลานานนับพันปีกว่าจะสามารถเจาะได้
แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลคริปโต Santiment ระบุว่า กระแสความหวังต่อกฎหมาย CLARITY Act ของสหรัฐฯ กำลังสร้างความคึกคักให้ตลาด Bitcoin แต่ก็เตือนว่านักลงทุนควรระวัง เพราะตลาดคริปโตมักเคลื่อนไหวสวนทางกับความคาดหวังของคนส่วนใหญ่

ธนาคารกลางอังกฤษกำลังพิจารณาปรับกฎควบคุม Stablecoin ใหม่ หลังบริษัทคริปโตจำนวนมากมองว่าข้อจำกัดเดิมเข้มงวดเกินไป ทั้งเรื่องเพดานการถือครองและเงื่อนไขเงินสำรอง ซึ่งอาจทำให้ Stablecoin ที่ผูกกับเงินปอนด์แข่งขันกับ Stablecoin ดอลลาร์ได้ยาก

Arthur Hayes มองว่า สงครามในตะวันออกกลางและการแข่งขันด้าน AI ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน จะผลักดันให้รัฐบาลทั่วโลกอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบมากขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดันราคา Bitcoin กลับไปทดสอบระดับสูงสุดเดิมที่ 126,000 ดอลลาร์ภายในปีนี้


CertiK เผยความเสียหายจากการแฮ็กคริปโตช่วงเดือนพฤษภาคมลดลงเหลือ 68.3 ล้านดอลลาร์ ลดลงเกือบ 90% จากเดือนก่อนหน้า พร้อมนับเป็นเดือนที่สามของปี 2026 ที่มูลค่าความเสียหายต่ำกว่า 100 ล้านดอลลาร์

กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐเผชิญเงินไหลออกติดต่อกัน 10 วันทำการ รวมมูลค่าเกือบ 3 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ Santiment มองอาจเป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังเข้าใกล้จุดต่ำสุดระยะสั้น

Cory Klippsten CEO ของ Swan Bitcoin ระบุว่าแม้เม็ดเงินจากสถาบันจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่แรงซื้อจากนักลงทุนรายย่อยยังคงเป็นปัจจัยสำคัญของตลาด ขณะเดียวกันก็มองว่าโอกาสที่ Bitcoin จะทำจุดสูงสุดใหม่ในปี 2026 มีเพียง 25% หลังราคาปรับตัวลงตั้งแต่ต้นปี