วัยรุ่นแคนาดาหลอกขโมยคริปโต 13 ล้านดอลลาร์ ใช้ชีวิตหรูเช่าเจ็ตส่วนตัว-ซื้อ Lamborghini ก่อนถูกจับ
อัยการสหรัฐเปิดเผยว่า Trenton Richard Johnston วัยรุ่นชาวแคนาดา ขโมยคริปโตมูลค่ากว่า 13 ล้านดอลลาร์ผ่านการหลอกลวงแบบ Social Engineering ก่อนนำเงินไปใช้ชีวิตหรูหราในไมอามีและลอสแอนเจลิส ทั้งรถซูเปอร์คาร์ เครื่องประดับ และเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว

อัยการสหรัฐเปิดเผยว่า Trenton Richard Johnston วัยรุ่นชาวแคนาดา ขโมยคริปโตมูลค่ากว่า 13 ล้านดอลลาร์ผ่านการหลอกลวงแบบ Social Engineering ก่อนนำเงินไปใช้ชีวิตหรูหราในไมอามีและลอสแอนเจลิส ทั้งรถซูเปอร์คาร์ เครื่องประดับ และเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว
Trenton Richard Johnston ชาวแคนาดา วัย 20 ปี ยอมรับสารภาพผิดในคดีสมคบคิดฟอกเงิน หลังถูกกล่าวหาว่าเป็นหนึ่งในขบวนการหลอกลวงคริปโตที่ขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่ากว่า 13 ล้านดอลลาร์จากเหยื่อในสหรัฐ และนำเงินที่ได้ไปใช้จ่ายกับไลฟ์สไตล์หรูหราอย่างฟุ่มเฟือย
อัยการสหรัฐระบุว่า Johnston และผู้ร่วมขบวนการใช้วิธี Social Engineering หรือการหลอกลวงทางจิตวิทยา โดยแอบอ้างเป็นพนักงานของ Google, Trezor และบริษัทคริปโตรายอื่น เพื่อหลอกให้เหยื่อเชื่อว่าบัญชีหรือกระเป๋าเงินดิจิทัลของตนกำลังถูกเจาะระบบ ก่อนโน้มน้าวให้มอบข้อมูลสำคัญที่นำไปสู่การขโมยสินทรัพย์
คดีนี้ถือเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนว่าการโจรกรรมคริปโตในปัจจุบันไม่ได้อาศัยการแฮ็กระบบที่ซับซ้อนเสมอไป แต่ใช้การสร้างความน่าเชื่อถือเพื่อหลอกลวงเหยื่อแทน
หลอกเป็น Google และ Trezor ก่อนขโมย Bitcoin มูลค่า 13 ล้านดอลลาร์
ตามเอกสารของศาล ขบวนการดังกล่าวเริ่มก่อเหตุราวเดือนมกราคม 2024
ในเดือนกุมภาพันธ์ Johnston สามารถหลอกเหยื่อรายหนึ่งให้เชื่อว่าบัญชี Gmail และบัญชี Coinbase ของเขาถูกแฮ็ก จนสามารถขโมย Ether มูลค่าประมาณ 41,000 ดอลลาร์ได้สำเร็จ
ต่อมาในเดือนมีนาคม Johnston และพวกได้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จาก Google และ Trezor ติดต่อเหยื่ออีกรายในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยอ้างว่ามีผู้พยายามเข้าถึงกระเป๋าคริปโตของเหยื่อ ส่งผลให้เหยื่อสูญเสีย Bitcoin มูลค่าราว 13 ล้านดอลลาร์
ใช้เงินโจรกรรมซื้อ Lamborghini เช่าเจ็ตส่วนตัว
อัยการเปิดเผยว่า Johnston นำเงินคริปโตที่ขโมยมาได้ประมาณ 1.2 ล้านดอลลาร์ไปใช้จ่ายภายในเวลาเพียงสองเดือน เพื่อชีวิตหรูหราในเมืองไมอามีและลอสแอนเจลิส
โดยได้รับความช่วยเหลือจาก Brandon Tardibone เจ้าของธุรกิจให้เช่ารถหรู ซึ่งภายหลังยอมรับสารภาพผิดในข้อหาฟอกเงินเช่นกัน
เงินส่วนใหญ่ถูกนำไปซื้อและเช่ารถยนต์ระดับซูเปอร์คาร์หลายคัน รวมถึง BMW สองคัน และ Lamborghini Aventador SVJ นอกจากนี้ยังถูกใช้ในการเช่าเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว บ้านพักหรูใน North Miami รวมถึงซื้อตั๋วเครื่องบินให้หญิงสาวสองคนจากนิวยอร์ก
จุดจบเริ่มจากการขับ Rolls-Royce เร็วเกินกำหนด
เส้นทางการใช้ชีวิตหรูของ Johnston สิ้นสุดลงในเดือนมีนาคม เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจรถ Rolls-Royce ของเขาจากข้อหาขับรถเร็วเกินกำหนด
ระหว่างการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบยาเม็ดที่สงสัยว่าเป็นสารแอมเฟตามีนจำนวน 21 เม็ด ก่อนจะขยายผลยึดคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และบันทึกลายมือ ซึ่งนำไปสู่การเชื่อมโยงกับเครือข่ายหลอกลวงคริปโตดังกล่าว
หลังถูกจับกุม Johnston ได้ส่งมอบ Bitcoin จำนวน 53.16 BTC และ Ether จำนวน 275.23 ETH คืนให้ทางการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3.7 ล้านดอลลาร์ตามราคาปัจจุบัน
ภายใต้ข้อตกลงรับสารภาพและความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ อัยการเสนอให้ Johnston รับโทษจำคุกระหว่าง 51-63 เดือน พร้อมยกเลิกข้อหาฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์บางส่วน ซึ่งเดิมอาจทำให้เขาต้องเผชิญโทษจำคุกสูงสุดถึง 40 ปี
ส่วน Tardibone เจ้าของธุรกิจให้เช่ารถหรู ถูกเสนอให้รับโทษจำคุกระหว่าง 27-33 เดือน
ทางการสหรัฐเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมคริปโต
คดีของ Johnston ถือเป็นหนึ่งในหลายคดีที่สะท้อนความเข้มงวดของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสหรัฐต่ออาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโต
ก่อนหน้านี้ในเดือนเมษายน ชายชาวแคลิฟอร์เนียวัย 22 ปี ถูกตัดสินจำคุก 70 เดือน จากการมีส่วนร่วมในเครือข่ายอาชญากรรมที่ขโมยคริปโตมูลค่ากว่า 263 ล้านดอลลาร์ผ่านการหลอกลวงและการโจรกรรม
ขณะที่ในเดือนกุมภาพันธ์ พลเมืองจีนรายหนึ่งถูกตัดสินจำคุก 20 ปี จากการดำเนินโครงการหลอกลวงคริปโตระดับโลกที่สร้างความเสียหายมากกว่า 73 ล้านดอลลาร์
Deddy Lavid CEO ของบริษัทด้านความปลอดภัยบล็อกเชน Cyvers กล่าวว่า อุตสาหกรรมคริปโตไม่สามารถพึ่งพาการให้ความรู้แก่ผู้ใช้งานเพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป
เขามองว่ากระเป๋าเงินดิจิทัล เว็บเทรด ผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ และสถาบันการเงิน จำเป็นต้องมีระบบตรวจจับความเสี่ยง เพื่อระบุพฤติกรรมต้องสงสัย กระเป๋าเงินปลายทางที่มีความเสี่ยง และรูปแบบการฟอกเงิน ก่อนที่ธุรกรรมจะถูกดำเนินการสำเร็จ
“สิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนจากการตามสืบสวนหลังเกิดเหตุ ไปสู่การป้องกันการฉ้อโกงก่อนที่เงินจะถูกโอนออกจากบัญชี” เขากล่าว
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








