ข่าวคริปโตเคอเรนซี่

CertiK เผย! ความเสียหายจากการแฮ็กคริปโตในเดือนพฤษภาคมลดลงกว่า 90% เหลือ 68 ล้านดอลลาร์

CertiK เผย! ความเสียหายจากการแฮ็กคริปโตในเดือนพฤษภาคมลดลงกว่า 90% เหลือ 68 ล้านดอลลาร์

CertiK เผยความเสียหายจากการแฮ็กคริปโตช่วงเดือนพฤษภาคมลดลงเหลือ 68.3 ล้านดอลลาร์ ลดลงเกือบ 90% จากเดือนก่อนหน้า พร้อมนับเป็นเดือนที่สามของปี 2026 ที่มูลค่าความเสียหายต่ำกว่า 100 ล้านดอลลาร์

มูลค่าความเสียหายจากเหตุการณ์แฮ็กและการโจมตีแพลตฟอร์มคริปโตในเดือนพฤษภาคม 2026 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากอุตสาหกรรมเผชิญเดือนเมษายนที่เลวร้ายที่สุดเดือนหนึ่งในรอบหลายปี

บริษัทด้านความปลอดภัยบล็อกเชน CertiK เปิดเผยว่า ความเสียหายรวมจากการโจมตีในเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ประมาณ 68.3 ล้านดอลลาร์ ลดลงเกือบ 90% จากระดับกว่า 650 ล้านดอลลาร์ที่สูญเสียไปในเดือนเมษายน

CertiK ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า หลังจากเดือนเมษายนที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์การโจมตีขนาดใหญ่ เดือนพฤษภาคมกลายเป็นเดือนที่สามของปี 2026 ที่อุตสาหกรรมคริปโตมีความเสียหายจากการแฮ็กต่ำกว่า 100 ล้านดอลลาร์

ในจำนวนเงินที่ถูกขโมยทั้งหมด มีประมาณ 2.6 ล้านดอลลาร์ที่เกิดจากการโจมตีแบบฟิชชิง (Phishing) ขณะที่มีทรัพย์สินมูลค่าราว 9.4 ล้านดอลลาร์ที่สามารถกู้คืนหรือถูกส่งกลับคืนให้แก่ผู้เสียหายได้

มูลค่าความเสียหายจากการถูกแฮ็กในวงการคริปโตประจำเดือนพฤษภาคม พุ่งแตะระดับ 68.3 ล้านดอลลาร์ ( ที่มา : CertiK )
มูลค่าความเสียหายจากการถูกแฮ็กในวงการคริปโตประจำเดือนพฤษภาคม พุ่งแตะระดับ 68.3 ล้านดอลลาร์ ( ที่มา : CertiK )

Verus Protocol และ THORChain เป็นเป้าหมายหลักของเดือนพฤษภาคม

แม้ตัวเลขรวมจะลดลงอย่างมาก แต่ยังคงมีเหตุการณ์ถูกแฮ็กครั้งสำคัญหลายกรณีเกิดขึ้น

การโจมตีที่สร้างความเสียหายมากที่สุดเกิดขึ้นกับ Verus Protocol เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม โดยแฮ็กเกอร์สามารถโจมตีระบบ Cross-Chain Bridge และขโมยสินทรัพย์ไปได้ราว 11.5 ล้านดอลลาร์

รองลงมาคือ THORChain ซึ่งสูญเสียเงินประมาณ 10.1 ล้านดอลลาร์จากเหตุการณ์โจมตีที่เกิดขึ้นในช่วงกลางเดือน

ก่อนหน้านี้ เดือนเมษายนถือเป็นหนึ่งในเดือนที่สร้างความเสียหายหนักที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2022 หากไม่นับเหตุการณ์แฮ็ก Bybit มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 โดยความเสียหายครั้งใหญ่ที่สุดในเดือนเมษายนมาจากการโจมตี Kelp DAO ซึ่งสูญเสียเงินกว่า 291 ล้านดอลลาร์

ช่องโหว่ของโค้ดยังคงเป็นสาเหตุหลัก

ข้อมูลจาก CertiK ระบุว่า ช่องโหว่ของซอฟต์แวร์และโค้ด ยังคงเป็นสาเหตุหลักของความเสียหายในเดือนพฤษภาคม คิดเป็นมูลค่าประมาณ 45 ล้านดอลลาร์ หรือราว 66% ของความเสียหายทั้งหมด

ขณะที่การถูกขโมยกระเป๋าเงินดิจิทัลหรือ Private Key เป็นสาเหตุที่สร้างความเสียหายมากเป็นอันดับสอง คิดเป็นมูลค่าประมาณ 13.7 ล้านดอลลาร์

เมื่อจำแนกตามประเภทเป้าหมายที่ถูกโจมตี ระบบ Cross-Chain Bridge ยังคงเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่ง โดยมีมูลค่าความเสียหายรวม 28.6 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 42% ของความเสียหายทั้งหมดในเดือนดังกล่าว ตามมาด้วยโปรโตคอลด้านการเงินแบบ DeFi

พบเหตุโจมตีกว่า 29 ครั้งในเดือนเดียว

ข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์ DeFiLlama ระบุว่า มีเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยเกิดขึ้นทั้งหมด 29 ครั้งในเดือนพฤษภาคม โดย 7 กรณีเกี่ยวข้องกับการถูกขโมยหรือรั่วไหลของ Private Key

เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม โดย Alephium Bridge สูญเสียเงินประมาณ 815,000 ดอลลาร์ ขณะที่ Gravity Bridge ถูกโจมตีจนสูญเสียสินทรัพย์มูลค่าประมาณ 5.4 ล้านดอลลาร์ ซึ่งทั้งสองกรณีมีสาเหตุมาจากการถูกเจาะระบบผ่าน Private Key

ผู้เชี่ยวชาญเตือนภัยมัลแวร์ที่ใช้ AI ช่วยพัฒนา

นอกจากการโจมตีรูปแบบดั้งเดิมแล้ว CertiK ยังเตือนถึงแนวโน้มที่น่ากังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของมัลแวร์ที่ถูกพัฒนาด้วยความช่วยเหลือของ AI

รายงานระบุว่ากลุ่มผู้ไม่หวังดีเริ่มใช้เครื่องมือ AI เพื่อช่วยสร้างมัลแวร์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงมุ่งเป้าโจมตีนักพัฒนาด้านคริปโตและ AI ผ่านการแทรกโค้ดอันตรายในคลังซอฟต์แวร์  และการหลอกลวงระบบผู้ช่วยเขียนโค้ดที่ขับเคลื่อนด้วย AI

แม้ตัวเลขความเสียหายโดยรวมในเดือนพฤษภาคมจะลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แต่แนวโน้มการโจมตีที่ซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะการใช้ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุน ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่อุตสาหกรรมคริปโตต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดในช่วงที่เหลือของปี 2026

อ้างอิง : Cointelegraph

ติดตาม CryptoSiam
เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง

ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล

Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว

ข่าวต่อไป

บทความที่เกี่ยวข้อง

Travala เปิดตัวระบบให้ AI จองโรงแรมและชำระเงินด้วย USDC บน Base ได้แล้ว
Michael Saylor ส่งสัญญาณซื้อ Bitcoin เพิ่ม ก่อนผู้ถือหุ้นลงมติเปลี่ยนการจ่ายปันผล STRC
Bitcoin RSI ส่งสัญญาณ Oversold หนักสุดนับตั้งแต่วิกฤต COVID-19 นักวิเคราะห์ชี้มีลุ้นฟื้นกลับสู่ 70,000 ดอลลาร์
Michael Saylor ชี้ Bitcoin ต้องเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง ท่ามกลางแรงขาย ETF และข้อถกเถียงเรื่องความต้องการของสถาบัน