Binance เผยระบบ AI ช่วยสกัดความเสียหายจากการโกงคริปโตได้กว่า $10,000 ล้านตั้งแต่ปี 2025
Binance เปิดเผยว่า ระบบความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถช่วยป้องกันความเสียหายจากการหลอกลวงและการฉ้อโกงได้มากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมบล็อกกระเป๋าคริปโตอันตรายกว่า 36,000 รายการ ท่ามกลางการโจมตีด้วย AI ที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ

Binance เปิดเผยว่า ระบบความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถช่วยป้องกันความเสียหายจากการหลอกลวงและการฉ้อโกงได้มากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมบล็อกกระเป๋าคริปโตอันตรายกว่า 36,000 รายการ ท่ามกลางการโจมตีด้วย AI ที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ
Binance ระบุในรายงานล่าสุดว่า เครื่องมือรักษาความปลอดภัยที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ของบริษัท สามารถช่วยป้องกันความเสียหายของผู้ใช้งานจากการหลอกลวงและอาชญากรรมทางไซเบอร์ได้มากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ระหว่างช่วงต้นปี 2025 ถึงเดือนมีนาคม 2026
แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตรายใหญ่ที่สุดของโลกเผยว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว บริษัทสามารถช่วยปกป้องผู้ใช้งานได้มากกว่า 5.4 ล้านบัญชี ผ่านมาตรการด้านความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI มากกว่า 24 โครงการ และโมเดลตรวจจับความเสี่ยงกว่า 100 รูปแบบ
บริษัทระบุว่า การใช้ AI ของกลุ่มมิจฉาชีพกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้นทุนในการก่ออาชญากรรมลดลง และสามารถโจมตีเหยื่อได้ในวงกว้างมากขึ้น
“สิ่งที่เมื่อก่อนต้องใช้ทักษะทางเทคนิคสูง ตอนนี้สามารถทำได้แทบไม่มีต้นทุนด้วย AI” Binance ระบุ พร้อมเตือนว่าอาชญากรไซเบอร์กำลังใช้เทคโนโลยีอย่าง Deepfake, Voice Cloning, ฟิชชิงบอท และแพลตฟอร์มปลอม เพื่อหลอกลวงผู้ใช้งานบนโลกออนไลน์
ข้อมูลจาก Federal Bureau of Investigation หรือ FBI ก่อนหน้านี้ระบุว่า ชาวอเมริกันสูญเสียเงินจากการหลอกลวงที่เกี่ยวข้องกับคริปโตมากกว่า 11,000 ล้านดอลลาร์ โดยหนึ่งในวิธีที่ถูกใช้มากที่สุด คือการปลอมตัวเป็นหน่วยงานรัฐหรือบริษัทคริปโตชื่อดังเพื่อหลอกเหยื่อให้โอนเงิน
Binance เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลา 15 เดือนที่ผ่านมา ระบบ AI ของบริษัทสามารถบล็อกกระเป๋าเงินคริปโตที่เป็นอันตรายได้กว่า 36,000 บัญชี
เฉพาะในไตรมาสแรกของปี 2026 บริษัทระบุว่าสามารถสกัดความพยายามหลอกลวงและฟิชชิงได้มากถึง 22.9 ล้านครั้ง และช่วยปกป้องทรัพย์สินผู้ใช้งานมูลค่าราว 1.98 พันล้านดอลลาร์
ในด้านเทคโนโลยี Binance กล่าวว่า บริษัทได้นำระบบ Computer Vision มาใช้ตรวจจับสลิปหรือหลักฐานการโอนเงินปลอม รวมถึงใช้ AI วิเคราะห์ภาษาแบบเรียลไทม์เพื่อค้นหารูปแบบข้อความที่เข้าข่ายการหลอกลวง
นอกจากนี้ ระบบ AI ยังถูกนำมาใช้ในกระบวนการยืนยันตัวตน เพื่อรับมือกับการปลอมแปลงใบหน้าและเอกสารด้วยเทคโนโลยี Deepfake ที่มีความสมจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ
Binance ระบุว่า ปัจจุบันกว่า 57% ของระบบป้องกันการฉ้อโกงของบริษัทถูกขับเคลื่อนด้วย AI และช่วยลดอัตราการฉ้อโกงได้ราว 60%–70% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมคริปโตโดยรวม
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








