สหรัฐฯ จับมือ UAE และจีน ทลายเครือข่ายแก๊งอาชญากรรมคริปโต 9 แห่ง จับกุมกว่า 270 ราย
สหรัฐฯ จับมือ UAE และจีน จับกุมผู้ต้องหา 276 ราย ปิดศูนย์อาชญากรรมคริปโต 9 แห่ง ขณะที่ยุโรปเดินหน้ากวาดล้างเครือข่ายที่สร้างความเสียหายกว่า $58 ล้าน

สหรัฐฯ จับมือ UAE และจีน จับกุมผู้ต้องหา 276 ราย ปิดศูนย์อาชญากรรมคริปโต 9 แห่ง ขณะที่ยุโรปเดินหน้ากวาดล้างเครือข่ายที่สร้างความเสียหายกว่า $58 ล้าน
ปฏิบัติการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ครั้งใหญ่ที่นำโดย Dubai Police ร่วมกับ Federal Bureau of Investigation (FBI) และ Ministry of Public Security of China ส่งผลให้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ถึง 276 ราย และสั่งปิดศูนย์หลอกลวงคริปโตอย่างน้อย 9 แห่ง
ในจำนวนนี้ มีผู้ต้องหา 275 รายถูกจับในดูไบ และอีก 1 รายถูกจับโดย Royal Thai Police สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือระดับโลกในการปราบปรามเครือข่ายสแกมที่ขยายตัวข้ามพรมแดน
ดำเนินคดีหนัก เสี่ยงโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ หรือ US Department of Justice เปิดเผยว่า มีผู้ต้องหา 6 รายถูกตั้งข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงินจากศาลรัฐบาลกลาง โดยแต่ละข้อหามีโทษจำคุกสูงสุดถึง 20 ปี พร้อมค่าปรับอีกจำนวนมาก
Andrew Tysen Duva ระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ได้สะท้อนถึง “ความร่วมมือระดับนานาชาติ” ที่ต้องการกำจัดศูนย์อาชญากรรมคริปโตเนื่องจากอาชญากรรมลักษณะนี้จำเป็นต้องใช้ความร่วมจากหลายประเทศในการจัดการ
หลอกลงทุนคริปโต ใช้แพลตฟอร์มปลอม
ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับบริษัทที่ดำเนินการแพลตฟอร์มลงทุนคริปโตปลอม โดยใช้วิธีชักชวนเหยื่อให้โอนเงินผ่านแพลตฟอร์มที่ดูน่าเชื่อถือ
หลังจากเหยื่อที่ลงทะเบียน จะถูก “โบรกเกอร์ปลอม” กดดันให้ลงทุนเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความเสียหายหลายล้านดอลลาร์
Federal Bureau of Investigation ระบุว่า ความเสียหายจากอาชญากรรมคริปโตและ AI ในปี 2025 มีมูลค่าสูงกว่า 11,000 ล้านดอลลาร์ โดย “แพลตฟอร์มการลงทุนปลอม” เป็นรูปแบบที่สร้างความเสียหายมากที่สุด
ยุโรปลุยต่อ จับเพิ่มอีก 10 ราย
ในอีกปฏิบัติการหนึ่ง หน่วยงานในยุโรปนำโดย Europol ร่วมกับออสเตรียและแอลเบเนีย สามารถจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 10 ราย และปิดศูนย์อาชญากรรมคริปโตได้ 3 แห่ง
เครือข่ายดังกล่าวมีพนักงานถึง 450 คน และสร้างความเสียหายกว่า 50 ล้านยูโร (ราว $58 ล้าน) โดยใช้โฆษณาบนโซเชียลมีเดียล่อเหยื่อเข้าสู่แพลตฟอร์มลงทุนปลอม
โครงสร้างองค์กรซับซ้อนเหมือนบริษัทจริง
Europol ระบุว่า เครือข่ายอาชญากรรมหล่านี้มีโครงสร้างที่ซับซ้อน คล้ายองค์กรธุรกิจจริง แบ่งเป็นหลายแผนก เช่น การตลาด ฝ่ายบริการลูกค้า ฝ่ายการเงิน และไอที
สะท้อนให้เห็นว่าอาชญากรรมคริปโตในปัจจุบันมีความเป็นมืออาชีพสูง และใช้ทรัพยากรจำนวนมากในการหลอกลวงเหยื่อทั่วโลก
โดยรวมแล้ว ปฏิบัติการครั้งนี้ตอกย้ำว่าการปราบปรามอาชญากรรมคริปโตจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระดับนานาชาติ เนื่องจากเครือข่ายเหล่านี้สามารถเคลื่อนไหวและขยายตัวได้อย่างรวดเร็วในหลายประเทศพร้อมกัน
อ้างอิง : Cointelegarph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








