ท่ามกลางมูลค่าที่ตกฮวบลงไปถึง 30% ของตลาดคริปโต นั่นทำให้ Luis de Guindos รองประธานธนาคารกลางยุโรป ออกมาคาดการณ์ว่าราคาคริปโตจะเผชิญกับผันผวนมากกว่านี้แน่นอน เนื่องด้วยตัวเลขของการร่วงที่ 7.5 แสนล้านดอลลาร์ในหนึ่งสัปดาห์นั้นเป็นตัวพิสูจน์
ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตามการปฏิวัติดิจิทัล (Digital revolution) ได้ทำให้ระบบการเงินทั่วทุกมุมโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งทางธนาคารกลางยุโรปกำลังศึกษา และหาแนวทางที่ชัดเจนของพวกเขา ในการรับมือกับโลกที่เปลี่ยนไปในขณะนี้
Santiment เผยอัตราส่วนความคิดเห็นเชิงบวกต่อ Bitcoin พุ่งแตะระดับสูงสุดของปี 2026 พร้อมเตือนว่าความเชื่อมั่นเชิงบวกในอดีตมักตามมาด้วยการปรับฐานระยะสั้น แม้บรรยากาศในตลาดคริปโตโดยรวมยังคงเปราะบาง

แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลคริปโต Santiment ระบุว่า กระแสความหวังต่อกฎหมาย CLARITY Act ของสหรัฐฯ กำลังสร้างความคึกคักให้ตลาด Bitcoin แต่ก็เตือนว่านักลงทุนควรระวัง เพราะตลาดคริปโตมักเคลื่อนไหวสวนทางกับความคาดหวังของคนส่วนใหญ่

ธนาคารกลางอังกฤษกำลังพิจารณาปรับกฎควบคุม Stablecoin ใหม่ หลังบริษัทคริปโตจำนวนมากมองว่าข้อจำกัดเดิมเข้มงวดเกินไป ทั้งเรื่องเพดานการถือครองและเงื่อนไขเงินสำรอง ซึ่งอาจทำให้ Stablecoin ที่ผูกกับเงินปอนด์แข่งขันกับ Stablecoin ดอลลาร์ได้ยาก

Arthur Hayes มองว่า สงครามในตะวันออกกลางและการแข่งขันด้าน AI ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน จะผลักดันให้รัฐบาลทั่วโลกอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบมากขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดันราคา Bitcoin กลับไปทดสอบระดับสูงสุดเดิมที่ 126,000 ดอลลาร์ภายในปีนี้


ข้อมูลบนเครือข่าย Bitcoin ชี้ว่านักลงทุนกำลังเข้าสู่ช่วงการยอมแพ้ต่อภาวะตลาดขาลง ซึ่งในอดีตมักเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสสะสมสำหรับนักลงทุนระยะยาว ตามมุมมองของนักวิเคราะห์ CryptoQuant

แรงขายในตลาดคริปโตยังคงกดดันหุ้นที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล หลังหุ้น Coinbase และ Circle ปรับตัวลงมากกว่าหุ้นเทคโนโลยียักษ์ใหญ่หลายแห่ง ขณะที่นักวิเคราะห์เริ่มปรับการคาดการณ์ตลาดคริปโตปี 2026 แม้มองว่าการยอมรับจากสถาบันยังเติบโตต่อเนื่อง

Bitcoin ยังคงเผชิญแรงกดดันหลังมีราคาปิดรายวันต่ำกว่าระดับ 60,000 ดอลลาร์ ขณะที่แรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงฉุดบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ตลาดจับตาแนวรับสำคัญที่อาจกลายมาเป็นแนวต้าน

กระเป๋า Ethereum ที่ไม่มีการเคลื่อนไหวมานานกว่า 8 ปีเริ่มโอนเหรียญออกสู่ตลาดรวมกว่า 37,800 ETH ขณะที่นักลงทุนรายใหญ่บางส่วนยังเดินหน้าสะสมเพิ่ม แม้ข้อมูลออนเชนชี้ว่ากลุ่มวาฬระยะยาวกำลังเผชิญการขาดทุนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2019