Bitcoin ยังคงครองตำแหน่งผู้นำในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี โดยการเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin มักส่งผลกระทบต่อทิศทางของตลาดโดยรวม ขณะนี้ราคาของ Bitcoin อยู่ที่ประมาณ 59,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่มีแนวโน้มที่ราคาจะปรับตัวสูงขึ้นและอาจทะลุระดับ 70,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
ข้อมูลตลาดล่าสุดชี้ว่า Bitcoin เริ่มแสดงสัญญาณแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับทองคำ หลังอัตราส่วน BTC–ทองคำฟื้นตัวจากแนวรับสำคัญ ขณะที่กระแสเงินทุนเริ่มไหลเข้าสู่ Bitcoin ETF อีกครั้ง ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

ข้อมูลตลาดระบุว่าการลงทุนใน Bitcoin มักต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปีจึงมีโอกาสสร้างกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากความผันผวนระยะสั้นอาจทำให้นักลงทุนที่เข้าซื้อใกล้จุดสูงสุดต้องเผชิญกับการขาดทุนในช่วงแรก

ข้อมูลจาก Bitwise ระบุว่า นักลงทุนที่ถือ Bitcoin อย่างน้อย 3 ปี มีโอกาสขาดทุนเพียง 0.7% ขณะที่ผู้ที่ถือ 3–5 ปียังคงมีกำไรเฉลี่ยราว 90% แม้ราคาจะปรับฐานแรงรอบล่าสุด

แม้ตลาดคริปโตจะอยู่ในช่วงขาลงต่อเนื่องหลายเดือน แต่ข้อมูลบล็อกเชนชี้ว่า “วาฬ Bitcoin” ได้กลับมาซื้อสะสมเหรียญอีกครั้งกว่า 236,000 BTC นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025 โดยข้อมูลคำสั่งซื้อเฉลี่ยบนตลาด Spot บ่งชี้ถึงการกลับมาของนักลงทุนรายใหญ่


กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐมีเงินไหลเข้าต่อเนื่อง 5 วันเป็นครั้งแรกในปี 2026 รวมประมาณ 767 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กองทุน Ether ETFs ก็มีเงินไหลเข้า 4 วันติดต่อกันเช่นกัน

Bitcoin ฟื้นตัวขึ้นเหนือ $71,000 และเกือบแตะ $74,000 หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น แต่ข้อมูลจากตลาดหุ้นและกระแสเงินในกองทุน ETF บ่งชี้ว่าตลาดขาลงอาจยังไม่สิ้นสุด

กองทุน iShares Staked Ethereum Trust ของ BlackRock เปิดตัววันแรกด้วยมูลค่าซื้อขาย 15.5 ล้านดอลลาร์ โดยกองทุนจะนำ Ether ไป Stake เพื่อสร้างผลตอบแทนและจ่ายรางวัลให้ผู้ถือกองทุนเป็นรายเดือน

แม้ Bitcoin จะกลับมายืนเหนือ $70,000 และมีกระแสเงินไหลเข้ากองทุน ETF แต่นักเทรดมืออาชีพยังมองว่าโอกาสที่ราคาจะพุ่งแตะ $78,000 ในระยะสั้นยังคงมีไม่มากนัก ท่ามกลางความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์