Join our Telegram Channel

Chat with community about the latest news!

Click here to join

Join Now

วุฒิสภาฝ่ายไม่เห็นชอบร่างกฎหมายลั่น พวกเราจะกลับมาแก้ไขกฎหมายนี้อีกครั้ง

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

ฝ่ายไม่เห็นชอบร่างกฎหมายของสหรัฐเริ่มออกมาเรียกร้องให้มีการปรับปรุงแก้ไขอีกครั้ง

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
ฝ่ายไม่เห็นชอบร่างกฎหมาย

จากกรณีที่มีการปรับปรุงแก้ไขร่างพระราชบัญญัติโครงสร้างพื้นฐานที่มีเสียงแตกออกมาเป็น 2 ฝ่ายนั้น สุดท้ายประเด็นที่เกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซี่ก็ไม่สามารถที่จะทำตามเสียงเรียกร้องของวุฒิสภาอีกฝ่ายได้

ฝ่ายไม่เห็นชอบร่างกฎหมายอยากให้แก้ไขร่างใหม่

โดย Tom Carper วุฒิสภาสหรัฐในฐานะที่เป็นผู้ผลักดันให้มีการเห็นชอบการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย รวมไปถึง Pat Toomey, Cynthia Lummis, Rob Portman, Mark Warner, Kyrsten Sinema และ Ron Wyden นั้น ได้ขอให้ทางสภากำหนดคำนิยามของนายหน้าคริปโตให้ชัดเจนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม Richard Shelby วุฒิสภาจากรัฐแอละแบมากลับไม่เห็นชอบในสิ่งที่ Carper ได้เสนอให้มีการพิจารณาการปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว โดยเขาเพียงแค่กล่าวว่า ผมคัดค้าน

Four Round Silver-Colored And Gold-Colored Bitcoins

ดูเหมือนว่าวุฒิสภาฝ่ายกฎหมายจากแอละแบมาสามารถรับมือยับยั้งไม่ให้มีการปรับปรุงข้อกฎหมายในส่วนของคริปโตก่อนที่จะมีการโหวตลงมติในวาระสุดท้ายได้สำเร็จ โดยที่เขาได้เสนอให้เพิ่มวงเงิน $5 หมื่นล้านสำหรับงบประมาณทางด้านความมั่นคง

แก้ให้สอดคล้องกับความเห็นทั้งสองฝ่าย

แม้ว่าร่างพระราชบัญญัติโครงสร้างพื้นฐานยังคงต้องมีการปรับปรุงแก้ไขแม้ว่าวุฒิสภาจะมีมติให้ผ่านร่างดังกล่าวแล้ว ซึ่งทางฝ่ายกฎหมายสามารถที่จะพิจารณาตัวบทกฎหมายที่เห็นว่าสมควรแก้ไขได้

โดย Toomey ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่สนับสนุนให้มีการปรับปรุงแก้ไขได้ออกมากล่าวว่า ทั้งหมดที่เขาได้ทำก็คือ การลงคะแนนให้มีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับความเห็นทั้งสองฝ่าย ในการบังคับใช้ตรงส่วนนี้เอาจริง ๆ แล้วควรที่จะมีตัวกลางเข้ามาเพื่อทำการแลกเปลี่ยนข้อมูล

เขาย้ำอีกครั้งว่า พวกเราจะกลับมาเสนอเรื่องนี้ใหม่อีกครั้ง เพราะพวกเรากำลังทำในสิ่งที่เป็นอันตรายมาก พวกเราไม่รู้หรอกว่า ตอนนี้พวกเรากำลังยับยั้งนวัตกรรมมากแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นแอปใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก จึงเป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์ถึงผลลัพธ์ในการผ่านกฎหมายตรงส่วนนี้ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน

Read more about: