Heath Tarbert ประธานคณะกรรมการหน่วยงานกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของสหรัฐฯ หรือ Commodity Futures Trading Commission (CFTC) ได้กล่าวในการประชุม The Digital LA Blockchain Summit เกี่ยวกับความล่าช้าของกฎระเบียบข้อบังคับของสหรัฐอเมริกาในด้าน Crypto และ Blockchain

Tarbert กล่าวกับสื่อมวลชนว่า “ผมคงจะเป็นคนแรก ๆ ที่เห็นด้วยกับพวกคุณว่านวัตกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้มาจากรัฐบาล” ซึ่งการสัมภาษณ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของงานเกี่ยวกับบทบาทของความปลอดภัยด้านดิจิทัลในตลาดอนุพันธ์ โดย Tarbert อธิบายว่าเอกชนมักเป็นฝ่ายที่นำเอานวัตกรรมพร้อมด้วยหน่วยงานกำกับควบคุมเข้ามาทำหน้าที่ดูแลความก้าวหน้าในด้านต่าง ๆ

Heath Tarbert ประธานของ Commodity Futures Trading Commission (CFTC)

เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า

“ผมเล็งเห็นถึงบทบาทหน้าที่ของตนเองในฐานะผู้ควบคุมดูแลมากกว่าการเป็นผู้สร้างสรรค์ซะเอง แต่พวกเรานั้นก็ยังต้องการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ให้กับการควบคุมดูแล อาจจะไม่จำเป็นต้องริเริ่มสิ่งใหม่ให้กับชุมชนก็ได้ แต่ถึงอย่างไรพวกเราก็จะพยายามกันต่อไป”

กฎที่ไม่ก้าวหน้าของประเทศมหาอำนาจ

นับตั้งแต่อุตสาหกรรม Crypto และ Blockchain ได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นระยะเวลามาแล้วถึง 11 ปี กฎระเบียบของประเทศสหรัฐอเมริกานั้นยังคงล้มเหลวในการพัฒนาภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งการพัฒนาเหล่านี้มักพบเจอกับปัญหามากมายในการเข้าถึงเรื่องดังกล่าว โดยการระดมทุนด้วยการเสนอขายเหรียญดิจิตอล หรือ Initial Coin Offerings ถือเป็นเหตุการณ์ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความติดขัดได้ดี มันเกิดขึ้นในปี 2017 และ ณ ขณะนั้นหน่วยงานที่ควบคุมเรื่องดังกล่าวได้รับผลกระทบอย่างหนักต่อวิธีการระดมทุนแบบใหม่ ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีการเสนอขายโทเค็นอีก

สกุลเงิน XRP ของเครือข่าย Ripple ซึ่งเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ Crypto อันดับต้น ๆ มาตั้งแต่ปี 2013 อ้างอิงจากการจัดอันดับ Historical Snapshot ของเว็บไซต์ CoinMarketCap ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างเช่นเดียวกัน โดย XRPได้ถูกศาลรัฐบาลกลางของประเทศสหรัฐอเมริกาฟ้องร้องไปเมื่อต้นปี 2020 ในข้อหาละเมิดกฎหมายของรัฐบาลกลางในการเป็นหลักทรัพย์ที่ยังไม่ได้รับการจดทะเบียน ซึ่งคำตัดสินดังกล่าวควรได้รับการชี้แจงจากศาลตั้งแต่หลายปีก่อน

ความตึงเครียดในด้านกฎระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ มีให้เห็นเพิ่มขึ้นอย่างมากในพื้นที่ Cryptoที่มีความเกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. (SEC) ถึงแม้ว่ากฎระเบียบโดยรวมยังคงมีบางจุดให้ต้องปรับปรุงแก้ไขก็ตาม

ชาวอเมริกันยังมีหวังหรือไม่?

Tarbertได้รับหน้าที่เป็นประธานหน่วยงาน CFTC ในเดือนกรกฎาคมปี 2019 ซึ่งเขาได้เข้ารับตำแหน่งท่ามกลางความก้าวหน้าที่สำคัญทางเทคโนโลยี ซึ่งไม่ได้พบเห็นอีกเลยหลังจากการปิดตัวลงในช่วงที่ตลาดตกต่ำตั้งแต่ปี 2008

“เป็นโอกาสที่ดีของพวกเราที่จะได้กลับมาทบทวนภารกิจอีกครั้งหนึ่ง” Tarbert อธิบาย โดยคณะกรรมาธิการได้ทำการปรับปรุงพันธกิจฉบับใหม่ ด้วยทางหน่วยงาน CFTC ต้องการที่จะ “ส่งเสริมความมั่งคั่ง ความยืดหยุ่น และกการดำเนินงานแบบทันต่อเหตุการณ์ของตลาดอนุพันธ์ในประเทศสหรัฐอเมริกาผ่านการวางกฎข้อบังคับที่ดี” Tarbert กล่าวอ้างอิงจากพันธกิจองค์กร

“จากพันธกิจดังกล่าว การดำเนินงานแบบทันต่อเหตุการณ์นับเป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้สามารถเข้าถึงนวัตกรรมต่าง ๆ ซึ่งในจุดที่สามารถเข้าถึงนวัตกรรมเหล่านั้นได้โดยที่เราไม่ต้องการให้ตลาดของเราล้าสมัย แต่เราต้องการให้ตลาดเหล่านั้นพัฒนา และสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ต่อไป”

อย่างไรก็ตามแผนการดำเนินการในปัจจุบันดูเหมือนว่าจะเป็นไปในทางตรงกันข้ามกับความปราถนาในการสร้างสรรค์นวัตกรรม โดยเหล่าผู้ซื้อขายชาวอเมริกันยังต้องพบเจอกับความลำบากเนื่องด้วยการแลกเปลี่ยน Crypto ในหลายช่องทางแบนชาวอเมริกันผู้มีส่วนร่วมในเรื่องดังกล่าวด้วยเกรงว่าสถานการณ์ด้านกฎระเบียบจะกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เว็บเทรดอนุพันธ์ Crypto อย่าง BitMEXก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างล่าสุดของที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องดังกล่าว