กรมธนารักษ์ของฟิลิปปินส์พร้อมกับ UnionBank และ Philippine Digital Asset Exchange ได้เปิดตัวแอปพลิเคชั่นบล็อกเชนที่สามารถใช้งานได้ในมือถือในนาม Bonds.PH สำหรับการจำหน่ายพันธบัตรที่ออกโดยรัฐบาลโดยเฉพาะเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา

Edwin R. Bautista ประธาน และซีอีโอของ UnionBank 

ตามรายงานข่าวจากสำนักข่าวท้องถิ่นอย่าง Inquirer.Net ประธานและซีอีโอของ UnionBank Edwin R. Bautista กล่าวว่าการกระทำในครั้งนี้ถือเป็น “ตราสารหนี้แบบค้าปลีกรายแรกของเอเชียที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีบล็อกเชน”

นำการลงทุนไปสู่คนที่ยังเข้าไม่ถึง

จากการประมาณการพบว่ากว่าร้อยละ 77 ของผู้ใหญ่ในฟิลิปปินส์ยังไม่มีบัญชีธนาคาร ดังนั้นแอปพลิเคชั่นมือถือที่ชื่อว่า Bonds.PH ตัวนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกและหาทางเลือกในการลงทุนที่ง่ายขึ้นให้แก่ประชากรที่ไม่มีบัญชีธนาคารของประเทศ

Rosalia V. De Leon เจ้าหน้าที่กรมธนารักษ์ของประเทศฟิลิปปินส์

Rosalia V. De Leon จากกรมธนารักษ์ของประเทศฟิลิปปินส์ เเสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความสำคัญของแอปพลิเคชั่นนี้โดยกล่าวว่า “การเปิดตัวของBonds.PH ได้ปูทางสำหรับชาวฟิลิปปินส์ทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ไม่มีบัญชีธนาคารสำหรับการลงทุน เพื่อให้เกิดความง่ายในการเข้าถึงการลงทุนในตราสารหนี้ BTr’s ตัวใหม่ล่าสุดอย่าง RTB-24”

ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย

แอปพลิเคชั่นนี้จะช่วยให้พลเมืองของประเทศสามารถลงทุนในผลิตพัณฑ์ตราสารหนี้ได้อย่างง่ายดายโดยใช้เพียง 5,000 เปโซฟิลิปปินส์ (ประมาณ 100 ดอลล่าสหรัฐ) ซึ่งผู้ใช้แอปจะสามารถชำระเงินทันทีโดยชำระผ่านบริการการชำระเงินทางอินเทอร์เน็ตเช่น InstaPay, GCash และ Paymaya พวกเขายังสามารถชำระเงินผ่านบริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ตหรือชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์ผ่านบัญชี UnionBank ของพวกเขาได้อีกด้วย

กรมธนารักษ์ฟิลิปปินส์ตัดสินใจเปิดใช้งานแอปตัวนี้ด้วยการนำเทคโนโลยีบัญชีแยกประเภทมาช่วยลดเวลา รวมไปถึงค่าใช้จ่ายระหว่างการตรวจสอบบัญชีของผู้ใช้ด้วยตนเองและกระบวนการชำระบัญชี ซึ่งการใช้ Distributed Ledger Technology หรือ DLT ในครั้งนี้กรมธนารักษ์ยังต้องการให้แน่ใจว่ากระบวนการจำหน่ายพันธบัตรเป็นไปได้ปลอดภัยและมีศักยภาพทางเศรษฐกิจ

ไวรัสช่วยกระตุ้นการเปลี่ยนแปลง

เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว UnionBank ได้เปิดตัว stablecoin ที่เน้นการชำระเงินโดยใช้สกุลเงินเปโซของฟิลิปปินส์เพื่อผลักดันการหลอมรวมทางการเงินที่มากขึ้นภายในประเทศ ต่อมาในเดือนเมษายนปีนี้ ซีอีโอของธนาคารก็ได้คาดการณ์ว่าการระบาดของโคโรนาไวรัสกำลังเพิ่มความจำเป็นที่ธนาคารต้องหันเข้าสู่ระบบดิจิทัลและเป็นจุดเริ่มต้นของการสิ้นสุดของเงินสด