การถือกำเนิดขึ้นอย่างกระทันหันของ Bitcoin และ Cryptocurrency สกุลต่างๆได้ดึงดูความสนใจในเรื่องการเงินจากทั่วโลกในฐานะ “หนทางใหม่สำหรับอนาคต” ในด้านของการซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ การผลิตเงิน การไหลเข้าออกของเงินทุนระหว่างประเทศและการสร้างความไว้วางใจ ซึ่งถือว่าเป็นบทบาทที่ยิ่งใหญ่ต่อเส้นทางการเงินพอตัวเลยทีเดียว

แต่หากให้มาย้อนคิดทบทวนแล้วจะอีกนานแค่ไหนกัน กว่าที่รัฐบาลอย่างสหรัฐอเมริกาหรือ จีนจะทำการอนุมัติให้มีการทำลายสกุลเงินดิจิทัลเหล่านั้นของพวกเขาลงเพื่อให้รัฐบาลอยู่รอด?

สหรัฐอเมริกาจะมีอิทธิพลเพียงไหนหากปราศจากเงินดอลล่าร์ที่ถูกจัดเป็นศูนย์กลางของการซื้อขายหลักทรัพย์ทั่วโลก? การขยายเส้นทางสายไหมของจีนจะมีประโยชน์อะไรหากไม่มีใครใช้เงินหยวน? การกระจายอำนาจของ Cryptocurrency อย่าง Bitcoin ที่มีอิทธิพลเหนือการปกครองของรัฐบาลจะอยู่รอดได้หรือไม่?

รัฐบาลจะไม่มีวันยอมให้ Bitcoin ประสบความสำเร็จ

นาย Jim Rogers ผู้ร่วมก่อตั้ง Quantum Fund QMCO ร่วมกับ George Soros มหาเศรษฐีพันล้าน โดยปัจจุบันนาย Rogers ได้กลายมาเป็นผู้ดำรงตำแหน่งนักวิจารณ์ทางการเงินในฐานะผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังและผู้มีอิทธิพลอย่างมากบนสื่อ

จากการให้สัมภาษณ์กับ Aera dot นาย Rogers ได้กล่าวว่า

“หาก Cryptocurrency ประสบความสำเร็จในฐานะเงินจริง รัฐบาลจะต้องทำให้ Cryptocurrency เป็นสิ่งผิดกฏหมายและกำจัดมันออกไป”

ในขณะที่ Bitcoin สามารถทำการแลกเปลี่ยนกับสินค้าและบริการได้แล้ว แต่ก็มีแค่สกุลเงินเพียงบางตัวเท่านั้นที่ถูกกฏหมายหรือผู้ค้าจำนวนไม่มากเท่านั้นที่จะร่วมทำธุรกิจด้วยวิธีนี้

ปัจจุบัน Bitcoin ทำหน้าหลักในฐานะการลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงและเก็บมูลค่าของมันไว้ ซึ่งความปลอดภัยในแง่นี้ของ Bitcoinกำลังเติบโตขึ้นท่ามกลางนักลงทุนชื่อดัง สถาบันการสอนต่างๆและมหาเศรษฐีพันล้านทั้งหลาย ตั้งแต่ช่วงที่ตลาดในจีนได้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรน่าไวรัสถูกทลายไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะมีความแค้น Bitcoin ก็ตาม แต่ ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีข้อมูลลับใดที่ระบุว่ารัฐบาลทั่วโลกพยายามจะเข้าควบคุมอำนาจของเงิน Crypto หากแต่มีการออกคำสั่ง และนโยบายเกี่ยวกับสกุลเงินผ่านการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง Central Bank Digital Currency (CBDC)  นาย Rogers ยังคงยืนยันว่า

“รัฐบาลชอบเงินอิเล็กทรอนิกส์เพราะว่าเขาสามารถติดตามมันได้แบบทุกซอกทุกมุม และมันจะมอบอำนาจการควบคุมประชาชนให้แก่พวกเขา มีเพียงแค่การแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลเท่านั้นที่จะถูกอนุมัติให้สามารถดำเนินการต่อไปได้ และสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากอิทธิพลของรัฐบาลเหล่านั้นก็จะถูกกำจัดทิ้ง”

ทาสทางการเงิน

Bitcoin คือ สกุลเงินดิจิทัลที่เป็นอิสระจากรัฐบาลทุกหน่วยงานและระบบการเงินแบบดั้งเดิม หาก Bitcoin ถูกยอมรับให้เป็นสกุลเงินระดับโลกแล้ว ตัวสกุลเงินนี้จะถอดอำนาจรัฐบาลออกเพื่อสร้างสกุลเงินที่เพิ่มขึ้น โดยสามารถมีอุปทานได้สูงสุดถึง 21 ล้านยูนิต ทั้งยังเป็นกลไกการต่อต้านเงินเฟ้อที่สามารถปกป้องผู้ครอบครอง Bitcoin จากนโยบายทางการเงินในปัจจุบันที่มีความเสี่ยง ซึ่งถูกดูแลโดยธนาคารกลาง

กลุ่มผู้ใช้ Bitcoin นั้นเต็มไปด้วยสมาชิกผู้มีมุมมองต่อ Cryptocurrency เป็นเหมือนวิธีการต่อต้านรัฐบาลที่ไกลเกินเอื้อมและบางส่วนกลัวข้อเสนอการสร้างดอลล่าร์ดิจิทัล หรือ CBDC จะเข้ามามีอิทธิพลต่อรัฐบาลกลาง นาย Rogers แสดงความคิดเห็นบนสื่อสิ่งพิมพ์ของประเทศญี่ปุ่นเกี่ยวกับความกังวลอย่างมากของเขา