การชำระเงิน

โรงเรียนในดูไบยินดีรับค่าเทอมเป็นคริปโต

Citizen School Crypto.jpg

มาดูกันว่ารัฐบาล และหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินจะมีทีท่าเป็นอย่างไร หลังจากที่สำนักข่าวท้องถิ่นรายงานว่าโรงเรียนในดูไบยินดีรับค่าเทอมเป็นคริปโตแล้ว

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจทั่วโลก องค์กร และสถาบันการเงินหลายรายเลือกที่จะเปิดใจอ้าแขนรับคริปโตเคอเรนซีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการระบบชำระเงินกันเป็นจำนวนมาก หลังจากทนกระแสความนิยมจากประชาชนทั่วโลกไม่ไหว ล่าสุด Citizen School โรงเรียนในดูไบยินดีรับค่าเทอมเป็นคริปโตแล้ว พร้อมวางแผนที่จะนำเทคโนโลยี Blockchain เข้ามาใช้ภายในสถาบันการศึกษา ต้อนรับการเปิดตัวเป็นประเทศที่ใช้คริปโตได้อย่างเสรี

แพลตฟอร์มชำระเงินตัวใหม่จะช่วยให้โรงเรียนในดูไบยินดีรับค่าเทอมเป็นคริปโตได้

Arabian Business สำนักข่าวท้องถิ่นได้ออกมารายงานว่า Citizen School โรงเรียนในดูไบยินดีรับค่าเทอมเป็นคริปโต ในสกุลเงิน Bitcoin (BTC) หรือ Ethereum (ETH) โดยทางโรงเรียนอ้างว่าการรับชำระเงินด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลนั้นสามารถดำเนินการได้อย่างง่ายดายผ่านแพลตฟอร์มที่กำลังจะถูกสร้างขึ้นมา และระบบจากแพลตฟอร์มดังกล่าวจะดำเนินการแปลงสินทรัพย์เหล่านั้นให้กลายเป็นสกุลเงินเดอร์แฮมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (AED) โดยอัตโนมัติ ซึ่งทางด้าน ดร. Adil Alzarooni ผู้ก่อตั้งโรงเรียน Citizen School ได้ออกมากล่าวว่า

“โรงเรียนของเราตั้งต่ารอที่จะส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิทัลในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในขณะที่ ผู้คนทั่วโลกต่างก็พากันอ้าแขนต้อนรับยุคแห่งโลกดิจิทัล ซึ่งแน่นอนว่าในอนาคตเด็ก ๆ ในวันนี้อาจได้กลายไปเป็นผู้ประกอบการ และนักลงทุนก็เป็นได้”

ในขณะเดียวกัน Hisham Hodroge ซีอีโอโรงเรียน Citizen School ก็ได้กล่าวเสริมว่าการมอบความรู้ถึงทางเลือกในการชำระค่าเล่าเรียนด้วยคริปโตเคอเรนซีนั้น นับเป็นเรื่องที่มีค่ามากกว่าแค่การมอบบริการทางเลือกสำหรับการชำระเงินเสียอีก ซึ่งซีอีโอรายนี้ได้มองว่ากลยุทธ์ดังกล่าวเปรียบเสมือนแรงผลักดันที่จะสร้างความสนใจให้ผู้คนหันมาใช้แอปพลิเคชัน Blockhchain หรือ เทคโนโลยีที่ทางโรงเรียนตั้งใจที่จะนำมาใช้ภายในสถาบันการศึกษาในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งในส่วนของการเรียนการสอน และส่วนของฝ่ายบริหาร ณ ขณะนี้

ทำความรู้จักกับ Citizen School โรงเรียนนานาชาติสำหรับเด็กยุคใหม่

Dubai International Academy.jpg

โรงเรียนนานาชาติ Citizen School ตั้งอยู่ที่ใจกลางเมืองดูไบ และวางแผนที่จะเริ่มเปิดสอนในเดือนกันยายน ปี 2022 ที่จะถึงนี้ โดยทางโรงเรียนเตรียมเปิดรับสมัครนักเรียนอายุ 3 ถึง 11 ปีบนเว็บไซต์หลักของสถาบัน ซึ่งมีค่าเล่าเรียนอยู่ที่ 45,000 AED ไปจนถึง 64,000 AED ต่อปี (ตั้งแต่ราว 41,000 ไปจนถึง 59,000 บาท) ไม่รวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT), อาหารกลางวัน, การเรียนการสอนภาคบังคับผ่านอุปกรณ์ IPad, ทัศนศึกษา, กิจกรรมนอกหลักสูตร และบริการรับ-ส่งนักเรียน

โรงเรียนในไนจีเรียนก็รับชำระค่าเทอมด้วยคริปโตเช่นกัน

ย้อนกลับไปในช่วงกลางปี 2021 โรงเรียนมัธยมเอกชนแห่งหนึ่งในประเทศไนจีเรียได้ออกมาประกาศอนุญาตให้นักเรียนสามารถชำระค่าเล่าเรียนเป็นสกุลเงินดิจิทัลได้แล้ว แม้ว่าธนาคารกลางของประเทศจะออกมาสั่งห้ามไม่ให้สถาบันการเงินใดให้บริการแลกเปลี่ยนคริปโตก็ตาม โดย Sabi’u Musa Haruna หนึ่งในเจ้าหน้าที่ของสถาบันการศึกษาแห่งนี้ก็ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลไนจีเรียยอมรับ และออกกฎหมายกำกับดูแลสกุลเงินดิจิทัล โดยระบุว่า

“ทางโรงเรียนได้ตัดสินใจที่จะยอมรับการชำระค่าเทอมด้วยสกุลเงินดิจิทัลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะทุกวันนี้โลกได้เอียงเอนไปทางเศรษฐกิจแบบดิจิทัล ซึ่งพวกเราเชื่อว่าสักวันหนึ่งคริปโตเคอเรนซีจะได้รับการยอมรับมากกว่าสกุลเงินแบบดั้งเดิมที่ใช้กัน”

ดูไบเปิดตัวเป็นพันธมิตรกับคริปโตแล้ว

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้กลายเป็นผู้สนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเป็นทางการในกลุ่มประเทศแถบตะวันออกกลางหลังจากมีการออกกฎหมายที่เป็นมิตรกับคริปโตเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงแพลตฟอร์มคริปโตรายใหญ่ทั้ง Binance และ FTX ต่างก็ได้รับใบอนุญาตให้สามารถดำเนินการเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มคริปโตภายในดูไบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคม ปีที่ผ่านมา The Dubai World Trade Centre (DWTC) ได้ออกมาแถลงการณ์เตรียมเปิดตัว Crypto hub อย่างจริงจังในเร็ว ๆ นี้ โดยทางรัฐบาลได้เล็งที่จะสร้างสถานที่ที่สามารถรวบรวมหน่วยงานกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล, ธุรกิจ และ แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโต เข้ามาอยู่ในพื้นที่เดียวกันเพื่อดำเนินการออกแบบระบบนิเวศให้กับโปรเจกต์ใหม่ตัวนี้ได้อย่างเหมาะสมนั่นเอง พร้อมตั้งเป้าที่จะนำนโยบายคุ้มครองนักลงทุน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องมาตรการการป้องกันการฟอกเงิน และ การต่อสู้กับเหล่าอาชญากรด้านการเงินมาใช้อย่างเคร่งครัด

Dubai Website 1.jpg

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าดูไบจะมีความเคลื่อนไหวในคริปโตอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา แต่ทว่าเมืองหลวงแห่งประเทศสหรัฐเอมิเรตส์อย่างอาบูดาบีเองก็กำลังเปิดตัวข้อเสนอแบบร่างสำหรับการเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลประเภท Non-Fungible Token (NFT) อีกด้วยเช่นเดียวกัน

จุดประสงค์ในการก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลของรัฐบาล UAE

การสร้าง Crypto Hub รวมไปถึงการนำเทคโนโลยี Blockchain เข้ามาผสานรวมมกับภาคส่วนต่าง ๆ ภายในประเทศนั้น เกิดขึ้นจากความพยายามของทางรัฐบาลแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพื่อนำรายได้ที่ได้รับมาจากการนำสินทรัพย์ และเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ มาต่อยอดพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศต่อไป ซึ่งแน่นอนว่าก่อนหน้านี้ ในช่วงต้นปี 2022 หน่วยงาน Dubai Funancial Service Authority (DFSA) ได้เตรียมวางแผนจัดตั้งนโยบายกำกับดูแลคริปโตขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแผนการดำเนินงานทางด้านธุรกิจของประเทศในปี 2021 พร้อมประกาศให้ดูไบกลายเป็นประเทศที่สามารถดำเนินธุรกิจคริปโตได้อย่างเสรีอีกด้วย

บทความที่เกี่ยวข้อง

Max Template (77)
โฉลก สัมพันธารักษ์ ลุงโฉลก
Max Template (95)
Bitfront ประกาศปิดตัวอย่างเป็นทางการ