Bitcoin พุ่งทะลุ $77,000 แม้ Spot ETF ไหลออกกว่า $2 พันล้าน
Bitcoin กลับมายืนเหนือระดับ $77,000 ได้อีกครั้ง แม้นักลงทุนยังกังวลต่อผลประกอบการของบริษัทกลุ่ม Big Tech และแรงขายจาก Spot Bitcoin ETF ที่มีเงินไหลออกสะสมทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์

Bitcoin กลับมายืนเหนือระดับ $77,000 ได้อีกครั้ง แม้นักลงทุนยังกังวลต่อผลประกอบการของบริษัทกลุ่ม Big Tech และแรงขายจาก Spot Bitcoin ETF ที่มีเงินไหลออกสะสมทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์
Bitcoin ฟื้นตัวกลับมายืนเหนือระดับ 77,000 ดอลลาร์ หลังบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย หลังราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลดลงต่ำกว่า 108 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่กระแสเงินทุนที่ไหลออกจาก Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาด และทำให้นักลงทุนเริ่มประเมินความเสี่ยงต่อการปรับฐานอีกครั้ง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว
การเคลื่อนไหวของ Bitcoin ในช่วงล่าสุดมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับดัชนี Russell 2000 ของสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัจจัยมหภาคยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดในเวลานี้ โดยดัชนีดังกล่าวครอบคลุมหุ้นขนาดเล็กและไม่ได้รวมหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่เหมือนดัชนีหลักอื่น ๆ
ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา Spot Bitcoin ETF ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิรวมกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ตลาดเริ่มกังวลว่า Bitcoin อาจเผชิญแรงขายเพิ่มเติมและมีโอกาสปรับตัวต่ำกว่า 75,000 ดอลลาร์
ขณะเดียวกัน นักลงทุนทั่วโลกยังจับตาผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีสาย AI โดยเฉพาะ Nvidia ซึ่งมีกำหนดรายงานผลประกอบการหลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการ ท่ามกลางความกังวลว่าคู่แข่งอย่าง Advanced Micro Devices, Amazon และ Google กำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยีแข่งขันมากขึ้น
Stablecoin ในจีนส่งสัญญาณเม็ดเงินไหลออกจากตลาดคริปโต
อีกหนึ่งปัจจัยที่สะท้อนความอ่อนแรงของตลาดคริปโตคือการเคลื่อนไหวของ Stablecoin ในจีน โดย Stablecoin หลายตัวซื้อขายต่ำกว่าอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนต่อดอลลาร์สหรัฐราว 0.4% ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการถอนเงินออกจากตลาดคริปโตมากขึ้น
โดยปกติ Stablecoin ในจีนมักซื้อขายที่ระดับพรีเมียมประมาณ 0.3%-0.8% เนื่องจากข้อจำกัดด้านเงินทุนและความเสี่ยงด้านกฎระเบียบในการทำ Arbitrage ดังนั้นการซื้อขายในอัตราแลกเปลี่ยนระดับนี้จึงถูกมองว่าเป็นสัญญาณเชิงลบต่อความต้องการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล
นักวิเคราะห์ยังมองว่าแรงกดดันส่วนหนึ่งมาจากราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้น ซึ่งสะท้อนความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจควบคุมภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ยากโดยไม่ต้องกลับมาใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายเพิ่มเติม
ตลาด Options สะท้อนนักลงทุนยังระวังความเสี่ยงขาลง
แม้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีบางส่วนยังคงแข็งแกร่ง แต่หลายบริษัทเริ่มประกาศลดพนักงานต่อเนื่อง เช่น Meta ที่ประกาศลดพนักงานทั่วโลก 10%, Cloudflare ที่ปลดพนักงาน 20% และ Intuit ที่ลดพนักงานลงอีก 17%
ขณะเดียวกัน ตลาดอนุพันธ์ของ Bitcoin บน Deribit พบว่าปริมาณ Put Options หรือสัญญาป้องกันความเสี่ยงขาลง มีมากกว่า Call Options ถึง 42% ในวันอังคาร สะท้อนว่านักลงทุนยังคงต้องการป้องกันความเสี่ยงจากการปรับตัวลงของราคา BTC
ด้วยแรงกดดันจากปัจจัยมหภาคและความไม่แน่นอนของผลประกอบการบริษัท AI ทำให้ Bitcoin ยังเผชิญความท้าทายในการกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง แต่นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าเงินที่ไหลออกจาก Spot Bitcoin ETF กว่า 2 พันล้านดอลลาร์เป็นเพียงข้อมูลย้อนหลัง และอาจยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าตลาดเข้าสู่ภาวะขาลงเต็มตัว
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








