FED เผย! ชาวอเมริกันใช้งานคริปโตแตะ 10% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022
รายงานจากธนาคารกลางสหรัฐเผยว่า ชาวอเมริกันราว 10% ใช้งานหรือถือครองคริปโตในปี 2025 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี โดยกว่า 25% ของผู้ที่ใช้คริปโตเพื่อชำระเงินระบุว่า ธุรกิจเป็นฝ่ายต้องการรับชำระด้วยคริปโต เนื่องจากมีข้อดีด้านความรวดเร็ว ความเป็นส่วนตัว และต้นทุนที่ต่ำกว่า

รายงานจากธนาคารกลางสหรัฐเผยว่า ชาวอเมริกันราว 10% ใช้งานหรือถือครองคริปโตในปี 2025 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี โดยกว่า 25% ของผู้ที่ใช้คริปโตเพื่อชำระเงินระบุว่า ธุรกิจเป็นฝ่ายต้องการรับชำระด้วยคริปโต เนื่องจากมีข้อดีด้านความรวดเร็ว ความเป็นส่วนตัว และต้นทุนที่ต่ำกว่า
ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Federal Reserve เปิดเผยรายงานภาวะเศรษฐกิจครัวเรือนประจำปี 2025 โดยระบุว่า ชาวอเมริกันประมาณ 10% เคยใช้งานหรือถือครองคริปโตเคอร์เรนซีไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022 และเพิ่มขึ้นจากช่วงปี 2023-2024 ที่ผ่านมา
แม้ตัวเลขดังกล่าวจะสะท้อนการฟื้นตัวของการยอมรับคริปโตในสหรัฐฯ แต่ยังต่ำกว่าระดับสูงสุดในปี 2021 ซึ่งเคยมีชาวอเมริกันถึง 12% ที่ระบุว่าเคยใช้งานคริปโต
รายงานของ Fed ระบุว่า ประมาณ 9% ของผู้ตอบแบบสอบถามใช้คริปโตเพื่อการลงทุน ขณะที่ 2% ใช้สำหรับการชำระค่าสินค้าและบริการ และอีก 1% ใช้เพื่อโอนเงินให้ครอบครัวหรือเพื่อน
ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทด้านการชำระเงินในสหรัฐฯ หลายแห่งพยายามผลักดันการใช้งาน Bitcoin และคริปโตในชีวิตประจำวันมากขึ้น ตัวอย่างเช่น Block ของ Jack Dorsey ที่เปิดให้ร้านค้ากว่า 800,000 แห่งในสหรัฐฯ รองรับการชำระเงินด้วย Bitcoin และ Stablecoin แล้ว
ขณะเดียวกัน Lightspark สตาร์ตอัปด้านเครือข่าย Bitcoin Lightning Network ที่ก่อตั้งโดย David Marcus อดีตผู้บริหารของ PayPal ก็เดินหน้าผลักดันการใช้งาน Bitcoin สำหรับการชำระเงินเช่นกัน
ข้อมูลยังชี้ว่า การใช้งานคริปโตมีสัดส่วนสูงกว่ากลุ่มคนที่ไม่มีบัญชีธนาคาร อย่างมีนัยสำคัญ โดย 6% ของคนกลุ่มนี้ใช้คริปโตสำหรับธุรกรรม เทียบกับเพียง 2% ในกลุ่มที่มีบัญชีธนาคาร ขณะที่ประชากรสหรัฐฯ ราว 6% ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ไม่มีบัญชีธนาคารในปี 2025
นอกจากนี้ มากกว่า 25% ของผู้ที่ใช้คริปโตเพื่อการชำระเงินระบุว่า ธุรกิจหรือร้านค้าเป็นฝ่ายต้องการรับชำระด้วยคริปโต โดยให้เหตุผลเรื่องความรวดเร็ว ความเป็นส่วนตัว และค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าเป็นปัจจัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม มีธุรกิจน้อยกว่า 10% ที่ระบุว่าเลือกใช้คริปโตเพราะมองว่าปลอดภัยกว่าระบบธนาคารแบบดั้งเดิม หรือไม่ไว้วางใจระบบการเงินเดิม
ในอีกด้านหนึ่ง การเปลี่ยนประธาน Fed ก็กลายเป็นประเด็นที่ตลาดคริปโตจับตา หลัง Jerome Powell สิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และวุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติแต่งตั้ง Kevin Warsh อดีตผู้ว่าการ Fed ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน
แม้ Warsh จะถูกมองว่ามีจุดยืนค่อนข้างเข้มงวดด้านนโยบายการเงิน โดยให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อและลดการพึ่งพามาตรการอัดฉีดสภาพคล่อง แต่ท่าทีที่เปิดกว้างต่อ Bitcoin อาจกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่นักลงทุนคริปโตทั่วโลกจับตามองต่อจากนี้
อ้างอิง : Cointelegraph








