สมาคมตลาดทองคำแห่งลอนดอน (London Bullion Market Association - LBMA) ได้มีการจัดการสัมนาขึ้นเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยภายในงาน Charles Cascarilla ผู้ก่อตั้ง และ CEO แห่ง Paxos ได้อธิบายถึงการเติบโตของโทเค็น PAXG หรือ โทเค็นประเภท ERC-20 ที่ถูกตรึงไว้กับทองคำของ Paxos และอนาคตของสินทรัพย์ที่อยู่ในรูปแบบโทเค็นในแง่มุมต่าง ๆ และอนาคตที่กล่าวมานั้นก็เป็นสิ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับการร่วมมือกันระหว่างบริษัทของเขากับบริษัทด้านการเงินรายใหญ่อย่าง Paypal

Raghav Chawlaผู้อำนวยการฝ่ายการจัดการด้านผลิตภัณฑ์แห่ง Fidelity Labs(ศูนย์บ่มเพาะสตาร์ทอัพภายในเครือบริษัท Fidelity Investments) และ Sakhila Mirza สมาชิกแห่งสมาคม LBMA ได้ทำการอภิปรายร่วมกันในงานสัมนาดังกล่าว โดย Cascarillaกล่าวต่อผู้เข้าร่วมประชุมว่าสินทรัพย์ประเภทโทเค็นทองคำนั้นมีความสอดคล้องไปกับวิสัยทัศน์ของ Paxos

“มันสมเหตุสมผลมากที่เราเปิดตัวโทเค็นทองคำซึ่งเป็นสิ่งที่เราตั้งใจจะทำอยู่แล้วในองค์กร Paxos โดยโทเค็นดังกล่าวจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานให้กับระบบการให้บริการทางการเงินด้วยเทคโนโลยี Blockchain ที่จะช่วยเปิดมุมมองที่กว้างขึ้น และพัฒนาจากระบบเดิมที่เรากำลังดำเนินการอยู่ให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป”

Charles Cascarilla ยังได้กล่าวถึงข้อบกพร่องหลายประการที่จำกัดการใช้ประโยชน์จากทั้งทองคำ และสินทรัพย์เสมือนทองคำที่ถูกใช้แลกเปลี่ยนบนตลาดหลัก เช่น การจำกัดเวลาทำการของตลาด และราคาต้นทุนที่สูงในการแลกเปลี่ยนทองคำแท่ง และเนื่องจากการมีตลาดแบบ On-Chain นั้นมีความเหนือกว่าทั้งในด้านสภาพความคล่องตัว, ความสามารถในการถ่ายโอน และความพร้อมในการใช้งานในตลาดได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ Cascarilla เล็งเห็นโทเค็นทองคำ และสินทรัพย์ประเภทอื่นเป็นอนาคตที่สดใส

“ความจริงแล้ว ผมคิดว่าเทรนด์เหล่านี้เป็นสิ่งต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ สินทรัพย์ต่าง ๆ จะอยู่ในที่ ๆ มันควรอยู่”

อย่างไรก็ตามอุปสรรคสำคัญที่ขวางกั้นความสำเร็จของสินค้าโภคภณฑ์แบบ On-Chain อยู่นั้นก็คือการสร้าง “แรงเฉื่อย//ความล่าช้า (Inertia)” ต่อการนำสินทรัพย์ดังกล่าวไปใช้

จนถึงตอนนี้ทางด้าน Paxos ได้ทำการแปลงทองคำมูลค่า 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 37,000 ออนซ์ให้มาอยู่ในรูปแบบโทเค็น (Tokenized) ซึ่งเป็นเพียงส่วนเล็กน้อยของทองคำในตลาดทั่วโลกที่มีมูลค่าราว 7.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย Cascarilla ตั้งข้อสังเกตว่าการนำสินทรัพย์ไปใช้อย่างแพร่หลายจะชะลอตัวตามขั้นตอนที่จำเป็นดังนี้: อันดับแรกคือความจำเป็นในการเลือกใช้ Blockchain จากนั้นจึงค่อยทำการเลือกทองคำเป็นสินทรัพย์ที่จะนำไปใช้ต่อบนเครือข่าย On-Chain

อย่างไรก็ตามเขาเชื่อมั่นว่าจำนวน 5 ถึง 10 เท่า ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของทุกกองทุนทุกประเภท (Asset Under Management - AUM) จะทำให้มูลค่าโทเค็นทองคำในตลาดสูงกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมันจะกลายเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับสินทรัยพ์รูปแบบ Tokenized Assets ในการเริ่มต้น “ใช้กลยุทธ์” ต่าง ๆ อย่างแท้จริง

มากไปกว่านั้น Cascarilla สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นอาจเกิดขึ้นได้ในเร็ว ๆ นี้

“พันธมิตรบางกลุ่มที่เรามีจะสามารถเชิญชวนผู้คนจำนวนร้อยล้านคน หากไม่ใช่หลักพันล้าน ให้เข้ามาสู่ตลาดทองคำดิจิทัลได้ภายในระยะเวลา 18 เดือน... ผมคิดว่าอัตราการเปิดรับสินทรัพย์ทั้งในรูปแบบ Blockchain  และโดยเฉพาะอย่างยิ่งทองคำนั้นช่างสดใสเสียเหลือเกิน และนั่นคือสถานที่ที่อนาคตภาคภายหน้าของเรากำลังมุ่งไป”

ในขณะที่ Cascarilla ไม่ได้กล่าวถึง Paypal ในฐานะหนึ่งในหุ้นส่วน ทางด้านผู้วิพากษ์วิจารณ์ได้คาดการณ์ว่าการร่วมมือกันระหว่าง Paxos และ Paypal จะกลายเป็นประตูสู่โอกาสแห่งการนำสกุลเงินดิจิทัลมาใช้อย่างมหาศาล และหากองค์กรยักษ์ใหญ่อย่าง Paypal ได้เสนอบริการการเข้าถึงสินทรัพย์ Tokenized Assets แล้วละก็ พวกเขาอาจจะเป็นรายต่อไปที่จะเสนอบริการดังกล่าว

และถึงแม้ว่าดัชนีของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการทำเหมืองแร่ทองคำอย่าง Peter Schiff ได้ที่ครองอันดับหนึ่ง แต่ทาง Cascarilla เชื่อมั่นว่าท้ายที่สุดแล้วทองคำจะถูกแปลงไปอยู่ในรูปแบบดิจิทัลเพื่อเข้าแข่งขันกับ Bitcoin อย่างแน่นอน

“การมีทรัพย์สินเป็นแบบกายภาพของผู้ถือมีประโยชน์มากมายแค่ในโลกปัจจุบันเท่านั้น”