Join our Telegram Channel

Chat with community about the latest news!

Click here to join

Join Now

JPMorgan มองตลาดคริปโต เปรียบเสมือนฟองที่ไร้ค่า

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

JPMorgan มองตลาดคริปโตเวลานี้ไม่ค่อยสดใสมากนัก สืบเนื่องจากการที่ตลาดมีการซื้อขายที่สูงมากเกินไป

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
Jpmorgan มองตลาดคริปโต

JPMorgan บริษัทธนาคารยักษ์ใหญ่ระดับโลกได้มองตลาดคริปโตว่า เปรียบเสมือนกับฟองที่ไร้ค่า จากการที่นักลงทุนรายย่อยได้โยกเงินจากตลาดหุ้นเข้าสู่ตลาดคริปโต

JPMorgan มองตลาดคริปโตไม่ค่อยดีเท่าไรนัก

เรื่องนี้ทาง JPMorgan ได้ทำการตีพิมพ์บทวิเคราะห์เกี่ยวกับตลาดหุ้นและตลาดคริปโตเคอร์เรนซี่ ซึ่งในรายงานได้กล่าวว่า นักลงทุนรายย่อยต่างแห่กันซื้อหุ้นกันมาในช่วงหน้าร้อน คาดว่าในช่วงเดือนสิงหาคม ตลาดหุ้นของประเทศสหรัฐอเมริกามีเงินสะพัดมากถึง $13 หมื่นล้าน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นมีเงินสะพัดราว ๆ $16 หมื่นล้านด้วยกัน

Person Holding Black Android Smartphone

ในส่วนของตลาดคริปโตเคอร์เรนซี่นั้น สอดคล้องกับนักวิเคราะห์หลายคนของบริษัทที่มองว่า ช่วงนี้ผู้คนต่างแห่โยกเงินเข้าสู่ altcoin และ NFT เกินมาก รวมไปถึง defi ด้วย ซึ่งส่งผลให้ราคาคริปโตเคอร์เรนซี่อย่าง ethereum, solana และ cardano ต่างพากันปรับตัวเพิ่มขึ้น พร้อมกับเน้นย้ำว่า ตลาดคริปโตนั้นกำลังเข้าสู่โหมดฟองที่ไร้ค่าอีกครั้ง

ชี้ตลาดคริปโตไปไกลต่อได้ แต่ต้องตระหนักให้มากขึ้น

เช่นเดียวกับสำนักข่าว Bitcoin ที่ได้รายงานว่า ตลาดคริปโตเคอร์เรนซี่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น 83 % ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา นำโดย altcoin เช่นเดียวกันมูลค่าตลาดคริปโตเคอร์เรนซี่ทั่วโลกนั้นคิดเป็นเงินกว่า 2.28 ล้านล้านด้วยกัน

ทางด้านนักวิเคราะห์ของสำนัก JPMorgan ได้มองว่า การซื้อขายเหรียญ altcoin ตอนนี้คิดเป็น 33 % ของตลาดคริปโตทั้งหมด และคาดว่าจะมีมูลค่าที่เพิ่มสูงไปกว่านี้ได้อีก โดยพวกเขาเห็นว่า เหรียญ altcoin ดูเหมือนจะมีมูลค่าที่สูงเกินจริงและสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางมากขึ้น และมีแนวโน้มที่นักลงทุนรายย่อยจะเกิดความตระหนักมากขึ้นหากว่าทิศทางยังคงเป็นขาขึ้นแบบนี้ต่อไป

สอดคล้องกับเหรียญ Solana ซึ่งถือเป็นอีกเหรียญหนึ่งที่น่าจับตามองในเวลานี้ ตอนนี้ เหรียญ Solana ขึ้นแท่นติดเป็นเหรียญที่มีมูลค่าสูงสุดไม่แพ้เหรียญอื่น ๆ แล้ว ซึ่งเดือนที่ผ่านมาเหรียญนี้มีการปรับเพิ่มขึ้นกว่า 300 % ด้วยกัน

Read more about: