Join our Telegram Channel

Chat with community about the latest news!

Click here to join

Join Now

ทีมกฎหมายอิหร่านกล่าวว่า ไม่มีการห้ามเปลี่ยนคริปโตเป็นเงินดิจิทัล

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

ทีมกฎหมายอิหร่านชี้ ประเทศอิหร่านไม่ได้มีการห้ามแลกเปลี่ยนคริปโต-เงินดิจิทัลแต่อย่างใด

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
ทีมกฎหมายอิหร่าน

ฝ่ายกฎหมายของประเทศอิหร่านในเวลานี้ไม่ได้มีการห้ามเปลี่ยนเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่มาเป็นสกุลเงินดิจิทัลได้

ทีมกฎหมายอิหร่านไม่ได้ห้ามเรื่องการแลกเปลี่ยนเหรียญ

สอดคล้องกับฝ่ายกฎหมายของรองประธานาธิบดีอิหร่านที่กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นไปตามความเห็นที่สอดคล้องกับสมาคมอุตสาหกรรม ICT ที่อยากให้มีการปรับกฎเกณฑ์การซื้อขายเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่

การร่างกฎหมายฉบับนี้มีการอนุมัติโดยรัฐบาลของกรุงเตหะรานเมื่อปี 2019 โดยเนื้อหากฎหมายเป็นเรื่องของการที่ประเทศอิหร่านจะไม่มีการแบนการซื้อขายเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่

Three Men Using Binoculars

โดยฝ่ายกฎหมายของรองประธานาธิบดีอิหร่านได้ตอบกลับไปยังเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารหรือ ICT ของประเทศอิหร่านเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายคริปโต ซึ่งในจดหมายที่ถูกส่งไปยังหน่วยงาน ICT นั้น ฝ่ายกฎหมายที่อยู่ภายใต้การนำของประธานาธิบดีอิหร่านได้กล่าวว่า กฎหมายของประเทศยังมีการกำหนดว่า เหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่ยังไม่สามารถที่จะนำไปใช้ในการชำระเงินในประเทศได้

การปรับกฎเกณฑ์ให้เหมะาสม

ตรงจุดนี้ชี้ว่า กฎเกณฑ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนั้นควรที่จะสอดคล้องกับกฎหมายการคลังและการธนาคารของประเทศ ซึ่งพูดง่าย ๆ ก็คือ การเปลี่ยนจากเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่มาเป็นสกุลเงินดิจิทัลนั้น สามารถเปลี่ยนเป็นสกุลเงินดิจิทัลชนิดอื่นได้โดยที่ไม่ผิดกฎหมาย

เช่นกันทางด้านผู้เชี่ยวชาญกฎหมายได้เน้นย้ำว่า ทั้งธนาคารและผู้ดำเนินการซื้อขายแลกเปลี่ยนในสาธารณรัฐอิสลามนั้น สามารถใช้เหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่ได้โดยที่นักขุดเหมืองจะต้องมีใบอนุญาตดำเนินกิจการภายในประเทศไปจนถึงการชำระเงินเข้าประเทศ

แม้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐของอิหร่านจะพยายามกีดกันไม่ให้มีการซื้อขายระหว่างคริปโต-เงินกระดาษ ซึ่งธนาคารและบริษัทเปิดซื้อขายในประเทศอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของธนาคารกลางอิหร่านในการที่จะดำเนินการในส่วนของเหมืองคริปโต ซึ่งจะช่วยให้นักธุรกิจชาวอิหร่านหลีกเลี่ยงสถานการณ์การลงโทษทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาได้

Read more about: