ปัญหาการ Scaling ของ Bitcoin

แม้ว่าเหรียญ Bitcoin นั้นเป็นสกุลเงิน Cryptocurrency ที่มีมูลค่าตลาดและอัตราการไหลเวียนของเหรียญในระบบสูงที่ก็ตาม แต่ปัญหาหลักของการเป็นเหรียญแรกในระบบคือความสามารถในการประมวลผลจำนวนธุรกรรมบนเครือข่ายนั้นมีข้อจำกัดอย่างมาก โดยเหรียญดังกล่าวนั้นสามารถรับประมวลผลธุรกรรมได้เพียง 3.3 ถึง 7 ธุรกรรมต่อวินาทีเท่านั้น ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนผู้ใช้งานในครือข่ายแล้วจะพบว่าปัญหาคอขวดดังกล่าวนั้นสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาการใช้งานเหรียญดังกล่าวในวงกว้าง

Gavin Andresen

คำแนะนำของ Gavin Andresen

นาย Gavin Andresen นั้นเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งและอดีตนักพัฒนาหลักของ Bitcoin Foundation ตั้งแต่ในช่วงปี 2010 โดยตัวเขานั้นได้ออกมากล่าวผ่านทาง Twitter ถึงคำแนะนำสำหรับการแก้ไขปัญหาการScaling ของ Bitcoin โดยการเชื่อมต่อการดำเนินการระหว่างเครือข่าย Bitcoin และ Ethereum เข้าด้วยกัน โดยพยายามพัฒนาข้อจำกัดการ Scaling ของ Ethereum แล้วจึงบรรจุสายธุรกรรมของ Bitcoin เดิมเข้าเป็น Wrapped Bitcoin (wBTC) บนเครือข่ายของ Ethereum ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวนั้นสามารถทำให้ผู้คนสามรถทำธุรกรรมเคลื่อนย้ายเหรียญ BTC เดิมผ่านเครือข่ายของ Ethereum ได้นั่นเอง

ทั้งนี้ wBTC นั้นเป็นการแก้ไขปัญหาทางเทคนิคซึ่งมีทั้งผู้เห็นด้วยและผู้เห็นต่าง เนื่องจากเป็นการสร้างเหรียญขึ้นมาจากการรวมสายธุรกรรมเดิมของ Bitcoin โดยมูลค่าของมันจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกับมูลค่าของ Bitcoin หากแต่เป็นเหรียญที่มีการดำเนินการอยู่บนเครือข่ายหรือ Chain ของ Ethereum นั่นเอง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวนั้นยุ่งยากและซับซ้อน อีกทั้งยังอาจเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติเลยเสียด้วยซ้ำ

ข้อจัดกัดด้านการ Scaling ยังเป็นปัญหาที่ต้องแก้กันต่อไป

ข้อสังเกตที่สำคัญของคำแนะนำดังกล่าวคือทิศทางการออกมาแสดงความเห็นของนาย Gavin Andresen นั้นมีความน่าสนใจ เนื่องจากตัวเขานั้นเป็นเหตุผลสำคัญของความล้มเหลวในการพัฒนาเครือข่าย Bitcoin ในช่วงหลายปีก่อน ทั้งยังได้ถอนตัวจากการกลุ่มการพัฒนาหลัก Bitcoin Core มาตั้งแต่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปี 2016 เขาจึงไม่สามารถเข้าถึงเครือข่ายผ่าน GitHub ได้ตั้งแต่ในช่วงเดือนพฤษภาคมของปีเดียวกัน นอกจากนี้แล้วตัวเขายังได้แสดงท่าทีให้การสนับสนุนเหรียญคู่แข่งอย่าง Bitcoin Cash อย่างเปิดเผยในช่วงก่อนหน้าอีกด้วย

การแก้ไขปัญหารการ Scaling ด้วยวิธีการข้างต้นนั้นไม่เป็นที่นิยมในวงการคริปโตเท่าไหร่นัก เนื่องจากเป็นการดำเนินการข้ามเครือข่ายของเหรียญ อีกทั้งมีความซับซ้อนและยากต่อการดึงให้ผู้คนมาใช้ wBTC อีกด้วย ซึ่งจริงๆแล้วปัญหาดังกล่าวนั้นกำลังที่จะได้รับการแก้ไขสำหรับการการดำเนินธุรกรรมในชั้นปกติ หรือ Layer 1 ในเร็วๆนี้อีกด้วย

หากผู้อ่านสนใจ สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้ที่ u.today