Join our Telegram Channel

Chat with community about the latest news!

Click here to join

Join Now

ภาวะเงินเฟ้อสหรัฐยังคงน่าเป็นห่วงอย่างต่อเนื่อง

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

ภาวะเงินเฟ้อสหรัฐยังคงสร้างความหวาดวิตกให้กับผู้คนภายในประเทศและทั่วโลก

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
ภาวะเงินเฟ้อสหรัฐ

เวลานี้ประเทศสหรัฐอเมริกายังคงเผชิญกับภาวะเงินเฟ้ออย่างหนักหน่วง แม้ว่าทางธนาคารกลางสหรัฐหรือ FED และสื่อกระแสหลักยังคงนำเสนอเนื้อหาว่า ภาวะเงินเฟ้อเป็นเพียงแค่ปัจจัยชั่วคราวก็ตาม

ภาวะเงินเฟ้อสหรัฐยังคงต้องจับตาดู

โดย bureau of labor statistics หรือ bls ได้มีการตีพิมพ์รายงานเกี่ยวกับภาคการผลิตและบริโภคของสหรัฐที่ชี้ให้เห็นว่า ภาวะเงินเฟ้อยังคงเพิ่มสูงขึ้นต่อไป

เรื่องนี้มีการเปรียบเทียบกันระหว่างประธานาธิบดีโจ ไบเดนกับจิมมี่ คาร์เตอร์เกี่ยวกับการรับมือภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งภาวะ “stagflation” หรือ ภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวแต่เงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้นนั้น เห็นเด่นชัดที่สุดในยุคของรัฐบาลจิมมี่ คาร์เตอร์ เนื่องจากประเทศอเมริกามีการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบช้า ๆ และยังคงมีอัตราการว่างงานเพิ่มสูงขึ้น

100 Us Dollar Bill

เมื่อมาดูอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจและอัตราการว่างานในปี 2021 แล้ว จะเห็นได้ว่าอเมริกาประสบปัญหาทางเศรษฐกิจมากกว่าช่วงนั้นพอสมควร เนื่องจากวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 กับการออกกฎหมายของภาครัฐ

ยังคงน่าเป็นห่วง

ข้อมูลจาก bureau of labor statistics นั้น ได้เผยให้เห็นว่า เดือนที่ผ่านมา ดัชนีราคาผู้บริโภคหรือ CPI นั้น พุ่งสูงขึ้นถึง 5.4 % ซึ่งเป็นสถิติที่ไม่เคยเห็นนับจากปี 2008 เป็นต้นมา และทำให้ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐพุ่งสูงขึ้นถึง 7.8 % ซึ่งเป็นสถิติใหม่ด้วยเช่นกัน

ราคาผู้บริโภคยังคงสร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนหลังจากที่ทางธนาคารกลางสหรัฐยังคงเดินหน้านโยบายการคลังแบบนี้ต่อไป

ทางด้าน Jerome Powell ประธาน FED ได้กล่าวเอาไว้เมื่อเดือนเมษายนว่า ทางธนาคารกลางมีความเชื่อว่า ภาวะเงินเฟ้อจะได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว และภาวะลำบากเช่นนี้จะต้องแก้ไขให้ได้อย่างทันท่วงที ในแถลงการณ์ส่วนใหญ่นั้น ทางด้าน Powell กับคณะธนาคารกลางยังคงยืนกรานว่า ภาวะเงินเฟ้อเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นชั่วคราว และไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้ตลอด

Powell ไม่เชื่อว่า ผู้ประกอบการจะมีการเพิ่มราคาสินค้าส่วนใหญ่ในเวลานี้ และ FED เชื่อว่า ผู้ประกอบการคงไม่มีความเต็มใจที่จะทำแบบนั้นกับผู้บริโภคอย่างแน่นอน

Read more about: