Join our Telegram Channel

Chat with community about the latest news!

Click here to join

Join Now

FED เมินปัจจัยภาวะเงินเฟ้อ นักเศรษฐศาสตร์เริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้มากขึ้น

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

ปัจจัยภาวะเงินเฟ้อที่เป็นอยู่ในสหรัฐนั้น ทำให้นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนไม่อาจนิ่งดูดายได้อีกต่อไป

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
ปัจจัยภาวะเงินเฟ้อ

เวลานี้ชาวอเมริกันหลายคนส่วนใหญ่กำลังเจอกับความวิตกกังวลจากภาวะเงินเฟ้อ แม้ว่าทาง FED จะให้คำมั่นว่า เป็นการปรับเพิ่มขึ้นเพียงชั่วคราวก็ตาม

ปัจจัยภาวะเงินเฟ้อทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยมากขึ้น

ดูเหมือนว่าสถานการณ์ทางการเงินยังคงเพิ่มดีกรีความเข้มข้นต่อไป ซึ่งทางนักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่า การเปิดประชุมของคณะกรรมการตลาดเสรีกลาง (FOMC) จะช่วยให้คลายความสงสัยเกี่ยวกับแผนการดำเนินนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณกับการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยได้

ในขณะเดียวกันทางด้านรัฐบาลของโจ ไบเดนมองข้ามปัญหาเงินเฟ้อและทางไบเดนได้ให้เหตุผลว่า เขาไม่รู้ว่ามีใครที่กังวลเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อบ้าง

10 And 20 Banknotes On Concrete Surface

ทางสำนักข่าวรอยเตอร์ได้รายงานว่า ธนาคารกลางสหรัฐกำลังมองข้ามปัญหาเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น และตอนนี้ประเทศสหรัฐกำลังเจอกับวิกฤตเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น 2 เท่า เนื่องจากความซับซ้อนในระบบห่วงโซ่อุปทาน

นอกจากนั้นแล้ว อเมริกายังเจอกับปัญหาเรื่องพันธบัตรสหรัฐ 10 ปีที่ให้ผลตอบแทนในระดับที่ต่ำ จนทำให้นักลงทุนเริ่มแสดงความวิตกกังวลมากขึ้น

ย้ำอีกครั้ง! เงินเฟ้อเป็นปัจจัยเกิดขึ้นชั่วคราว

ที่ผ่านมา ทางด้าน Jerome Powell ประธานธนาคารกลางได้พูดถึงความกังวลของภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเขายังคงยืนกรานตามเดิมว่า มันเป็นเพียงปัจจัยที่เกิดขึ้นชั่วคราวและทางธนาคารกลางได้มีการพูดเรื่องของอุปทานที่ต่ำกว่าควรจะเป็น

เช่นกันทางด้านนักการเมืองกับนักเศรษฐศาสตร์เริ่มตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาตรของธนาคารกลางมากขึ้นแล้วว่า ทำไมทางธนาคารกลางยังคงยืนกรานที่จะเดินหน้านโยบายแบบนี้ต่อไป

โดย Nathan Sheet นักเศรษฐศาสตร์ฝ่าย PGIM ได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า มันเป็นเรื่องยากที่ธนาคารกลางจะให้เหตุผลในเรื่องนี้ พวกเขาอาจมองว่าเศรษฐกิจปีนี้มันดีกว่าช่วงปีที่ผ่านมาแล้วก็เป็นได้

เขากล่าวต่อไปว่า เป็นเรื่องยากที่ทาง FED จะหาเหตุผลว่า เพราะอะไรจึงมีความจำเป็นที่จะต้องซื้อสินทรัพย์เพิ่มอีก $120 แสนล้านต่อเดือน

Read more about: