Proof-of-Stake

สำหรับใครที่ไม่คุ้นชินกับการอัพเกรดครั้งล่าสุดของเหรียญ Ethereum นั้น อธิบายคร่าว ๆ คือในช่วงเริ่มต้นนั้นเครือข่ายของเหรียญ Ethereum นั้นใช้ระบบ Proof-of-Work เช่นเดียวกับ Bitcoin กล่าวคือต้องอาศัยพลังการประมวลผลทางคอมพิวเตอร์ในการถอดรหัสหรือที่เรียกว่า “การขุดเหรียญ” เพื่อให้เป็นผู้ได้รับเลือกในการประมวลผลธุรกรรมบนเครือข่ายและได้รับรางวัลเป็นเหรียญนั้น ๆ โดยระบบดังกล่าวนี้มีข้อจำกัดในแง่ของปริมาณธุรกรรมที่ทำได้ต่อวินาที ซึ่งเรียกได้ว่าสร้างปัยหาคอขวดให้แก่ระบบพอสมควรเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ในช่วงปี 2018 นั้น ระบบแบบใหม่คือ Proof-of-Stake ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยระบบดังกล่าวนี้ได้เปลี่ยนหลักเกณฑ์ในการตัดสินว่าในระบบนั้นใครจะเป็นผู้มีสิทธิประมวลผลก่อนโดยจากเดิมที่ใช้เกณฑ์เรื่องประสิทธิภาพคอมคอมพิวเตอร์ในการถอดรหัส เป็นการใช้ปริมาณเหรียญที่ได้ใส่ลงใน Pool เป็นตัวประเมิณโดยการสุ่มหรือที่เรียกว่า “การ Staking”แทน โดยเหรียญแต่ละเหรียญที่ได้ใส่ลงไปนั้นจะมีโอกาสได้รับเลือกอย่างเท่าเทียมกัน ดังนั้นแล้วจึงเหมือนกับการใช้เหรียญเป็นเครื่องมือในการดำเนินการของระบบโดยได้รับผลตอบแทนเป็นรางวัลการประมวลผลนั่นเอง

ETH 2.0

ในปัจจุบันเครือข่าย Ethereum ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นเครือข่ายที่มีผู้ใช้งานมากเป็นอันดับสองของโลกนั้นได้นำระบบการ Staking มาใช้งานในการอัพเกรดเวอร์ชั่น 2.0 อย่างเป็นทางการแล้วเพื่อให้ระบบสามารถรองรับธุรกรรมในปริมาณที่สูงขึ้นจากการใช้งานได้ โดยตัวเลขของเหรียญที่ได้มีการใส่ลงใน Pool สำหรับการ Staking ของเหรียญ Ethereum รวมกันทั้งหมดในขณะนี้นั้นมีอยุ่ราวๆ 1.35% ของปริมาณเหรียญทั้งหมดในระบบ คิดเป็นราวๆ 1.5 ล้าน ETH

ทั้งนี้ในปัจจุบันนั้นระบบจะยังไม่สมบูรณ์มากนักเนื่องจากผู้ใช้งานสามารถใส่เหรียญลงใน Pool ต่าง ๆ เพื่อการ Staking ได้ แต่ฟีเจอร์ของการถอนเหรียญออกมากจาก Pool นั้นยังไม่ได้มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด แต่การคาดการณ์ของผู้ใช้บนเครือข่ายนั้นต่างเป็นเสียงเดียวกันว่าระบบดังกล่าวน่าจะพร้อมใช้งานในช่วงต้นปี 2021 ที่จะถึงนี้ โดยการ Staking นั้นมีอัตราผลตอบแทนที่ 13.20% ในปัจจุบัน

เมื่อเปรียบเทียบกับเครือข่ายอื่นๆ แล้ว ETH 2.0 นั้นมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลก รองจากอันดับสามซึ่งเปิดตัวในปี 2018 อย่าง Tezos ที่มีมูลค่าการ Staking รวมกว่า 1.38 พันล้านดอลลาร์ เหนือกว่านั้นคือเครือข่าย Cardano ซึ่งมีมูลค่ารวมบนเครือข่ายกว่า 3.37 พันล้านดอลลาร์ และอันดับหนึ่งคือเครือข่าย Polkadot ที่มูลค่าราวๆ 3.4 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม เครือข่าย ETH 2.0 นั้นได้เริ่มต้นเพียงราว ๆ หกสัปดาห์ก่อนเท่านั้นซึ่งเรียกได้ว่าการเติบโตในปัจจุบันนี้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น และจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดต่อไปอีกนั่นเอง