Join our Telegram Channel

Chat with community about the latest news!

Click here to join

Join Now

การกำหนดมาตรการ CBDC ของไทยในอนาคต 3 ประการ

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

ธนาคารแห่งประเทศไทยเผยแพร่ข้อสรุป 3 ข้อที่ได้จากการศึกษาล่าสุดเพื่อการพิจารณาในการกำหนดมาตรการ CBDC ของไทย เพื่อสร้างความมั่นใจต่อเสถียรภาพทางการเงิน

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
การกำหนดมาตรการ Cbdc ของไทยในอนาคต

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เผยแพร่ผลของการศึกษาล่าสุดเกี่ยวกับแนวทางการจัดการด้านมาตรการ CBDC ของไทยหรือสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CDBC) สำหรับกลุ่มร้านค้าปลีกที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่ายซึ่งต่างจากรูปแบบค้าส่งที่ต้องอาศัยตัวกลางอย่างสถาบันการเงิน 

ประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งประเทศที่กำลังศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนา CBDC ของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งมีแผนที่จะเริ่มดำเนินการทดสอบการใช้ CBDC ในปีหน้า สิ่งที่น่าสนใจคือ ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความสำคัญที่จะทำการทดลองใช้สกุลเงินสำหรับร้านค้าปลีกโดยเฉพาะ 

กรอบสำหรับการกำหนดมาตรการ CBDC ของไทย 

ธนาคารกลางแห่งประเทศไทยได้มีการสรุปผลจากการศึกษาวิจัยล่าสุด เพื่อต้องการความมั่นใจว่าจะไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงหรือผลกระทบสกุลเงิน fiat ที่มีอยู่ หากมีการออกสกุลเงิน CBDC สำหรับร้านค้าปลีก นอกจากนี้ รัฐบาลต้องการสร้างมาตรการป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดกับการเสนอนโยบายการเงินหรือสถาบันการเงินที่มีอยู่

จึงเป็นที่มาของประเด็นความสำคัญเพื่อกำหนดมาตรการ CBDC ของไทยที่ได้จากผลการศึกษาทั้งหมด 3 ประการ ดังนี้

  • 1. CBDC เสมือนเงินสดที่ไม่มีการเก็บดอกเบี้ย 
  • 2. สถาบันการเงินคือตัวกลางในการจำหน่าย CBDC ให้กับประชาชนทั่วไป 
  • 3. เงื่อนไขหรือข้อจำกัดสำหรับการแลกเปลี่ยน CBDC จะเป็นไปตามข้อกำหนด

ธนาคารแห่งประเทศไทยมองว่าการกำหนดมาตรการ CBDC ของไทยเหล่านี้จะช่วยสร้างความมั่นคงต่อสถาบันการเงินในการรวบรวมเงินฝาก รวมถึงการจัดการสภาพคล่องในระบบการเงิน เพื่อให้แน่ใจว่า CBDC สำหรับร้านค้าปลีกจะส่งผลกระทบต่อเงินฝากธนาคารและเพื่อรักษาบทบาทของของสถาบันการเงินในประเทศ 

การเผยแพร่ผลการวิจัยดังกล่าว ไทยมีการคาดการณ์ว่าความต้องการ CBDC จากภาคประชาชนและร้านค้าสำหรับการค้าปลีกจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต รวมถึงความเป็นไปได้ที่สกุลเงินดังกล่าวอ่านกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการชำระเงินแทนเงินสดควบคู่กับรูปแบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

Read more about: